การรัฐประหารของเมียนมาและไทย

การรัฐประหารของเมียนมา เวลาคนไทยมองเรื่องการเมืองในเมียนมาจะเห็นว่าคนไทยเองก็มองการเมืองภายใต้การปกครองของพรรค NLD ของนางอองซานซูจีว่าเป็นยุคสมัยที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นรัฐบาลพลเรือนที่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาสังคมไยในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาเราเป็นเหมือนด้านกลับของพม่าคือเรากลับไปอยู่ในยุคของเผด็จการทหารหรือการดูแลการควบคุมของกองทัพภายใตรัฐบาล นายประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ในขณะที่พม่าอยู่ภายใต้การบริการรัฐบาลพลเรือนเมียนมาภายใต้ NLD และนางอองซานซูจีเป็นอย่างไรผู้ช่วยศาสตราจารย์ตราจารย์ ลลิตา ชี้ว่าแม้ว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อปี2558ทว่าการปกครองโดยพรรคNLDในสมัยแรกเป็นความพยายามรวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางมาโดยตลอดและพยายามที่จะกีดกันพรรคฝ่ายอธิประไตรอื่นๆที่เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวออกไป

การบริหารประเทศภายใต้ NLD ก็เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายไม่ได้โรยด้วยกีบกุลาบเลย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ  เนื่องจากการเจรจากับชนกลุ่มน้อยก็ไม่ได้เจรจาสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นความสัมพันกับกองทัพที่เราเคยเป็นอธิบดีเพราะว่าไม่ได้มีรัฐประหารมาอย่างยาวนานทหารคงไม่ปฏิวัติแล้วแต่มันก็ไม่เป็นความจริง

สำหรับบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ของเมียนมาที่เป็นฉนวนเหตุที่ทางกองทัพอ้างการปฏิวัติรัฐประหารผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ลลิตาระบุว่ามีประเด่นที่ทาง กกต. ทำหน้าที่ค่อนข้างเอียงและใช้อำนาจเกินกว่าเหตุเช่นการตัดสินกรณีที่กล่าวหาว่าพรรคการเมืองฝ่ายก้าวหน้าบางพรรคใช้คำพูดที่อ่อนไหวและก้าวร้าวระหว่างการเผยแพร่นโยบายของพรรคผ่านทางสื่อหรือช่องทีวีของรัฐบาลในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

จึงทำให้มีการวิจารณว่า กกต. ทำเกินกว่าเหตุนักวิชาการด้านการศึกษาเรื่องเมียนมากล่าวได้ว่ามีข้อวิจารณ์จำนวนมากต่อพรรค NLD เช่นเรื่องทัศนคติในการปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์คนเมียนมาเองก็เหมือนกับเอาหูไปนาเอาตาไปไร้เนื่องจากถือว่าบทบาทที่มาของพรรค NLD มาจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตรและยังเป็นสักลักษณ์สิทธิของเสรีภาพของพวกเขาด้วย

นางอองซานซูจีได้เรียกกองกกำลังกองทัพอาระกันว่าเป็นผู้ก่อการร้ายทั้งๆที่เขาเป็นกองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์เหมือนกับกลุ่มอื่นๆแล้วก็มีข้อเรียกร้องของตนเองชัดเจนแต่ทว่ารัฐบาลก็ไม่ได้อยากจะเจรจาด้วยอ้างโกงเลือกตั้งจัดม็อบยึดอำนาจสูตรสำเร็จโลกกองทัพที่ 3

หากเทียบเคียงเส้นทางก่อนเดินทางรัฐประหารของไทยและเมียนมามีทั้งเงื่อนไขและการซ่อนเงื่อนไขที่นำไปสู่การรัฐประหารย้อนกลับมาดูที่ไทย ก่อนรัฐประหารปี 2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. มีการประท้วงการบริหารงานของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของกลุ่มที่ชื่อว่า 

คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตรสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุกหรือ กปปส. ยาวนานถึง7เดือน

ตำนานแม่น้ำแอเคอรอน

       ตำนานแม่น้ำแอเคอรอน   สำหรับบทความนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวพันกับความเชื่อที่ว่าเมื่อคนตายไปแล้วจะต้องมีการนำเหรียญเงินติดตัวไปด้วยซึ่งเราจะเห็นได้จากอย่างเช่นประเทศไทยเองเมื่อมีคนตายก่อนที่จะมีการเผาศพหรือฝังศพนั้นก็จะมีการนำเหรียญบาทไปใส่ไว้ในปากของศพเพราะโดยเชื่อว่าถ้าหากว่ามีเงินติดตัวไปด้วยเมื่อไปอยู่ในภพภูมิหน้าศพที่ตายไปแล้วก็จะสามารถนำเงินที่ใส่ไปให้นั้นเอาไปใช้งานในภพภูมิหน้าได้ด้วย

          ซึ่งในขณะเดียวกันความเชื่อนี้ในต่างประเทศเองก็มีเช่นเดียวกันสำหรับความเชื่อในต่างประเทศในการนำเหรียญใส่ไว้ในศพเพื่อให้นำติดตัวไปด้วยเป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่น่าสนใจเป็นอย่างมากโดยความเชื่อนี้มีความเกี่ยวพันกับแม่น้ำสายหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกว่าแม่น้ำ แอเคอรอน  

        สำหรับตามตำนานความเชื่อที่มีการเล่าหรือพูดถึงแม่น้ำแอเคอรอน  นั้นผู้คนมีความเชื่อกันว่าแม่น้ำแห่งนี้คือ แม่น้ำแห่งความวิบัติจากยมโลก แม่น้ำแอเคอรอน   อยู่ในภูมิภาค อิภัยรัฐ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรีซมีปลายทางไหลลงสู่ทะเลไอโอเนียน   จากตำนานเทพปกรณัมกรีก   แอเคอรอน  ได้รับการขนานนามว่าเป็นแม่น้ำแห่งความวิบัติและความทุกข์ยาก และเป็นหนึ่งในแม่น้ำทั้ง 5 ในด่านยมโลกแต่เป็นแม่น้ำเพียงสายเดียวที่ไหลผ่านดินแดนของมนุษย์

           ในบางตำนานก็ยกให้แม่น้ำ แอเคอรอน เป็นแม่น้ำสายหลักของยมโลกแทนที่แม่น้ำสติ๊ก โดยเชื่อว่าแม่น้ำ แอเคอรอน เป็นพรมแดนกั้นระหว่างดินแดนของมนุษย์กับดินแดนยมโลกหลัง หลังจากชีวิตวิญญาณจะเดินทางมาที่ริมฝั่งแม่น้ำแอเคอรอน เพื่อเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งความตายโดยการจ่ายเงินจำนวน 1 เหรียญเงินให้กับคนพายเรือซึ่งมีชื่อว่าแอเคอรอน  ให้พาเรือข้ามไปแต่ถ้าหากไม่มีค่าโดยสาร ดวงวิญญาณของคนที่เสียชีวิตไปแล้วก็จะต้องร่อนเร่ทุกทรมานอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำแอเคอรอน ไปตลอดกาล

            จึงเกิดเป็นธรรมเนียมในการนำเหรียญเงิน ใส่ไว้ในปากของคนตาย เพื่อใช้สำหรับเอาไว้เป็นค่าผ่านทาง และถึงแม้ว่าแอเคอรอน จะเป็นแม่น้ำที่มีการเกี่ยวพันกับดินแดน แห่งความตายแต่ในความเป็นจริงแล้ว แอเคอรอน เป็นแม่น้ำที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม และยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการล่องแก่ง การขี่ม้าและกิจกรรมการใช้อื่นๆ 

     อย่างไรก็ตามเรื่องเล่าหรือตำนานก็เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าหรือตำนานเท่านั้นซึ่งปัจจุบันไม่มีใครเกิดความหวาดกลัวเกี่ยวกับตำนานของแม่น้ำแอเคอรอน  กันแล้วเขาด้วยความสวยงามของทัศนียภาพบริเวณโดยรอบของแม่น้ำแห่งนี้กลายเป็นที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวเผื่ออยากจะค้นหาสถานที่จริงจากตำนานนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

หญิงสาวในตำนาน วินนี เค้าท์ส หญิงสาวที่มีความเกี่ยวพันกับตำนานเรือไททัน

         สำหรับเรื่องราวของเรือไททานิคล่มในมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ดูจากภาพยนตร์เรื่องไททานิคกันมาบ้างแล้ว  หญิงสาวในตำนาน วินนี เค้าท์ส  เพราะมีการนำเรื่องราวจริงของเรือไททันมาแต่งเป็นภาพยนตร์เรือไททานิคซึ่งนับได้ว่าเป็นเรื่องราว โศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องสูญเสียคนเป็นจำนวนมากจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น

         แต่ยังมีเรื่องราวที่เป็นตำนานที่มีการพูดถึงการเกิดขึ้นและยังคงปริศนาที่ใครๆหลายๆคนก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2533   เมื่อมีชาวประมง

        ซึ่งเป็นเรือประมงของประเทศนอร์เวย์ได้มีการแล่นเรือผ่านไปในมหาสมุทรแอตแลนติกหลังจากนั้นทั้งกัปตันเรือและลูกเรือที่อยู่ในเรือประมงลำดังกล่าวต่างก็พากันเห็นพร้อมเพียงกันเมื่ออยู่ๆเขาก็เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากแม่น้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกโดยปีนขึ้นไปบนภูเขาน้ำแข็ง

          หลังจากนั้นทางด้านกัปตันเรือและลูกเรือต่างก็พยายามพากันช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวขึ้นมาบนเรือของตนเองและพาหญิงสาวคนดังกล่าวมาส่งโรงพยาบาลทันทีแล้วเมื่ออาการของหญิงสาวคนนั้นดีขึ้นก็ได้มีการส่งเธอไปที่ประเทศอังกฤษเนื่องจากว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเธอยืนยันว่าเธอนั้นเดินทางมาจากประเทศอังกฤษและเธอเป็นคนอังกฤษ

         ซึ่งเธอได้ให้ข้อมูลกับทุกคนที่มีการพูดคุยกับเธอว่าเธอนั้นอายุ 29 ปีและเธอชื่อว่า    วินนี เค้าท์ส  อะไรที่ทำให้ทุกคนพากันมองว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตนั่นก็เพราะว่าเธอได้เล่าให้ทุกคนฟังถึงสาเหตุที่เธอต้องไปอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกว่าเธอเล่นนั่งเรือไททันเพื่อเดินทางจากอังกฤษไปยังนิวยอร์กและเกิดเรือจมกลางมหาสมุทรแอตแลนติกและเธอเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิต

          ซึ่งทุกคนที่ได้ฟังเรื่องราวของเธอต่างก็พากันว่าเธอนั้นมีปัญหาทางจิตเนื่องจากว่าเหตุการณ์เรือไททานิคล่มนั้นเกิดเหตุมาแล้วมากกว่า 100 ปีเพราะเรือไทยท่านนั้นตั้งแต่วันที่ 14 เดือนเมษายนปีพุทธศักราช 2455 แต่ชาวประมงมาพบเธอนั้นในปีพุทธศักราช 2533 ซึ่งเวลาผ่านไปถึง 107 ปีแล้ว  ทำให้คำพูดของเธอนั้นไม่มีใครเชื่อถือเนื่องจากรูปร่างหน้าตาของเธอนั้นเป็นสาวน้อยซึ่งเธอบอกว่าอายุ 29 ปีก็เหมาะสมกับรูปร่างหน้าตาของเธอที่มีคนพบเห็นอยู่ในปัจจุบัน

       แต่อย่างไรก็ตามเรื่องมาปริศนากับเกิดขึ้นหลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น     วินนี เค้าท์ส หญิงสาวที่มีความงดงามมีอายุอยู่เพียงแค่ประมาณ 29 ปีแต่อยู่ดีๆผู้คนต่างก็เห็นกันว่าใบหน้าของเธอและรูปร่างของเธอนั้นกับเหี่ยวย่นไปเป็นหญิงชราซึ่งดูแล้วมีอายุน่าจะมากกว่า 100 ปี 

           และแพทย์จากโรงพยาบาลไหนก็ไม่สามารถหาคำตอบและรักษาอาการที่เธอเปลี่ยนแปลงรูปร่างตากสินสาวกลายเป็นหญิงชราได้เพียงแค่ระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นได้จนในที่สุดเธอก็เสียชีวิตลงและทุกวันนี้ก็ยังกลายเป็นปริศนาที่ใครก็ไม่สามารถหาคำตอบไปหลายคนเชื่อว่าสิ่งที่หญิงสาวก่อนหน้านี้เคยมีการเล่าไว้ว่าเธอนั้นมาจาก ช่วงเวลาที่เรือไททานิคล่มนั้นอาจจะเป็นเรื่องจริงก็เป็นไปได้ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ