ตำนานเรื่องราวของจีน

ตำนานประเพณีของจีน

ประเพณีตรุษจีนนั้นก็คือประเพณีฉลองปีใหม่ในแบบโบราณของจีนนั้นเองประเพณีตรุษจีนนั้นจะเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยไหนต่อไหนๆซึ่งมันก็ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอนแต่ก็เข้าใจกันว่าหน้าจะมีมาตั้งแต่ครั้งเมื่อเริ่มใช้ปฏิทินในสมัยราชวงศ์เซี่ยเมื่อเวลา4000ปีที่แล้วในหนังสือวัฒนธรรมจีนจดหมายเหตุสมัยชุนชิวเมื่อ2700ปีก็ได้มีการกล่าวถึงเรืองตรุษจีนแล้วก็มีหนังสืออยู่แล่มหนึ่งที่กล่าวถึงประเพณีของจีนหลายร้อยปีมาแล้วเขียนเอาไว้ว่าในนครเชียงอานตอนเช้าวันปีใหม่มีหญิงสาวแต่งตัวสวยงามถือดอกไม้ที่เรียกว่าดอกไม้รับปีใหม่หรือว่าดอกไม้ตรุษจีนบรรดาหญิงสาวเหล่านี้จะต้องนำไหมสีต่างๆเอาไปผูกไว้ตามกิ่งต้นไม้เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวยังเป็นสาวและก็ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ไปด้วยในวันสุดท้ายของงานก็จะมีการเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน  

มีนิยายของจีนเล่าไว้ดังนี้ว่า 

ในสมัยหนึ่งนานมาแล้วเทพเจ้าองค์หนึ่งก็ได้บอกกับมนุษย์ทั้หลายว่าในวันนั้นจะเกิดความหายนะทุกสิ่งในโลกจะถูกทำลายและหลังจากนั้นสิ่งทั้งหลายก็จะถูกสร้างขึ้นใหม่คำบอกเล่าของเทวดาทำให้มนุษย์นั้นพากันตกใจกลัวเสร็จแล้วก็พากันคิดได้ว่าไหนๆก็จะตายจากกันแล้วก็คงกินเลียงกันใหญ่เพื่อเป็นการล่ําลากันให้สนุกสักครั้งหนึ่งมนุษย์ทั้งหลายต่างก็พากันกินร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานกันตลอดทั้งคืนพอถึงรุ่งเช้าซึ่งใครๆก็คิดว่าเป็นโอกาศสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกแต่ว่าทุกอย่างก็ยังอยู่ในความสงบยังมีอะไรเกิดขึ้นทั้งนี้เทพเจ้าอาจจะเปลี่ยนแผนยังไม่ให้เหตุการนั้นเกิดขึ้นก็ทำให้มนุษย์ต่างพากันดีใจกินเลี้ยงกันอีกวันหนึ่งตามนิยายที่เล่ามานี้เขาว่าเป็นต้นเรื่องของประเพณีวันขึ้นปีใหม่

ซึ่งหากจะพิจารณาถึงเนื้อหาที่แท้จริงก็หน้าจะเป็นว่าการที่เราได้มีชีวิตผ่านพ้นมาอีกปีหนึ่งโดยที่ไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นก็หน้าจะเป็นที่หน้าพอใจจึงได้มีการแสดงความยิ่งดีต่อกันซึ่งเป็นความจริงที่หน้าจะถูงต้องเพราะฉะนั้นตามประเพณีขึ้นปีใหม่ของจีนเมื่อไหว้เจ้าเสร็จแล้วก็ได้มีการดื่มสุราไล่ความไม่ดีต่างนั้นให้ออกไปจากตัวแต่ถ้าหากว่าดื่มกันมากไปนั้นก็จะเกิดความไม่ดีเข้าตัวให้พอดื่มเหล้าจากนั้นก็ได้เลี้ยงข้าวปลาอาหารกินกันอย่างสนุกสนานพยายามทำตัวให้สดชื่นเอาไว้หรือว่าแต่กายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ประเพณีวันขึ้นปีใหม่จะมีธรรมเนียมที่ถือเหมือนๆกัน

อย่างหนึ่งก็คือนั้นคือถือเรื่องมงคลตามประเพณีของจีนนั้นเขาจะติดรูปเท พารักษ์กราบกลอนเอาไว้ที่ประตูบ้นทั้งซ้ายและขาว

 

ว่านรางจืดสามารถล้างพิษในร่างกายได้ดี

สมุนไพรรางจืดมีดีอย่างไร

ซึ่งในสมัยนี้ร่างกายของคนเราต่างก็ได้รับสารพิษต่างๆเข้าสู่ร่างกายเข้าไปทุกวันและไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ หรือ อาหาร หรือทางผิวหนัง ซึ่งมลพิษที่ปล่อยออกมานั้นไม่ว่าจะเป็นการเผาไหม้หรือพวกยาปฎิชีวนะที่เอาไว้ใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์หรือสารเคมีที่เอาไว้ใช้ในการปลูกพืชผัก ซึ่งร่างกายของเรานั้นต่างก็ได้รับสารพิษแทบจะทุกวันหรือไม่ก็โรคภัยต่างๆที่จะตามมาและเกิดขึ้นได้ง่ายสำหรับคนในยุคปัจจุบันนี้

และเราควรที่จะขจัดสารพิษพวกนี้ออกไปจากร่างกายของเราบ้างสำหรับว่านรางจืดนั้นจะเป็นไม้เลื้อยเถาเนื่องจากเนื้อจะเป็นเนื้อแข็งและจะมีลำต้นที่เป็นปล้องๆจะมีสีเขียวเข้มและก็สีเขียวอ่อน ซึ่งต้นว่านรางจืดนั้นจะเกิดขึ้นตามเขตพื้นที่ต่างๆและเขตที่มีอากาศร้อนอย่างเช่นในแถบทวีปเอเชียเนื่องจากจะขึ้นมากในบริเวณดั่งกล่าว จะมีแบบเป็นป่าร้อนชื้นซึ่งจะมีการโตได้รวดเร็วขึ้น

ซึ่งจะมีวิธีขยายพันธุ์หรือทำปักชำและจะมีชื่อที่เรียก ว่าน ชนิดนี้ที่แตกต่างกันต่างภูมิภาคและจังหวัดซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีกับชื่อที่เรียกว่า ว่านรางจืด ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้แถมยังปลอดภัยต่อทุกส่วน เป็นที่ขึ้นชื่อของ ราชาแห่งการถอนพิษต่างๆ

สรรพคุณของว่านรางจืด

  1. สามารถใช้กินเป็นยาแก้ร้อนในได้ ซึ่งว่านรางจืดนั้นจะมีฤิทธิ์ที่ออกเย็นสามารถนำเถารางนั้นมาต้มกินและรับประทานเพื่อเป็นยาแก้ร้อนในได้ดี
  2. สามารถนำมาเพื่อปรุงเป็นยาแก้ถอนพิษไข้ได้อีกและยังสามารถเอารากและใบนั้นมาต้มรับประทานได้ดีอีกด้วย
  3. สามารถช่วยให้การล้างอีกทั้งยังทำลายล้างสารพิษอื่นๆที่ยังตกค้างอยู่ข้างในร่างกายพวกเราด้วย
  4. จัดการแก้สารพิษหรือพืชต่างๆและสัตว์ต่างๆที่มีพิษร้ายแรงซึ่งสารพิษจากสัตว์นั้นแต่ละชนิดหากเรานั้นได้รับเข้าไปเป็นจำนวนมากอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ในทันที
  5. .ว่านรางจืดนั้นยังสามารถล้างสารพิษที่อาจโดนสารตะกั่วซึ่งจะมีผลต่อระบบประสาทและสมอง 
  6. ว่านรางจืดนั้นยังสามารถทำการถอนพิษ ยาเบื่อ ต่างๆที่มันสามารถจะวิ่งสู่ร่างกาย ของเรา
  7. สามารถถอนพิษจากอาการเมาค้างหรือพิษของแอลกอฮอล์ ได้สำหรับนักดื่นปริมาณมากด้านมหาลัยวิทยลัยจุฬาลงกรณ์ได้วิจัยมาว่าน้ำต้มว่านรางจืดนั้นช่วยป้องกันเซลล์ตับไม่ให้มีอาการตายจากพิษของแอลกอฮอล์ และยังสามารถลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดได้ดี

 

สำหรับว่านรางจืดนั้นเป็นพืชที่สามารถหาได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทยอย่างบ้านเรา ซึ่งเป็นพืชที่หาได้ง่ายมากๆซึ่งมีสรรพคุณอีกมากมายเช่นกันที่ยังสามารถนำมาบริโภคหรือเอาไว้เพื่อเป็นการถอนพิษได้ปลอดภัย  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

ประเพณีให้ทานไฟ

      ประเทศไทยของเรานั้นนอกจากได้ชื่อว่าเป็นสยามเมืองยิ้มแล้ว

ยังถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมากมายหลากหลายสัญชาติให้ความสนใจแวะเวียนมาเที่ยวอยู่เป็นประจำไม่อย่างขาดสาย เหตุผลหลักๆที่ทำให้เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีประเพณีที่หลากหลายและเป็นที่น่าสนใจ จนทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศต่างอยากที่จะเดินทางมาดูประเพณีต่างๆนั้นด้วยตัวเอง

แต่ด้วยความที่ประเทศของเรานั้นมีการแบ่งภูมิภาคอย่างชัดเจนก็ยิ่งทำให้ประเพณีต่างๆนั้นแตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค จึงทำให้หลายคนอาจจะไม่ได้รู้จักประเพณีทั้งหมดในประเทศไทย เราจึงอยากจะมาแนะนำประเพณีที่น่าสนใจอย่าง “ประเพณีให้ทานไฟ” ให้ทุกคนได้รู้จัก

       “ประเพณีให้ทานไฟ” เป็นประเพณีของทางภาคใต้

โดยประเพณีนี้ได้มีการปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน โดยที่ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นได้จัดให้เป็นประเพณีต้นแบบเฉพาะของพุทธศาสนิกชน สิ่งที่ชาวบ้านทำในประเพณีนี้คือพุทธศาสนิกชนจะพากันนำเอาไม้ฟืนมากองขึ้นเพื่อก่อเป็นกองไฟเพื่อเป็นสิ่งที่ให้ความอบอุ่นแก่พระสงฆ์ได้ มีการร่วมกันปรุงอาหารร้อนหลากลายชนิดทั้งอาหารคาว และอาหารหวาน

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนจะเป็นอาหารพื้นบ้านประจำท้องถิ่น

ที่พบเห็นได้มากในประเพณีก็จะเป็น ขนมจาก ขนมพิมพ์ ขนมโค ขนมครก ข้าวเหนียวกวนทอด ข้าวต้ม ข้าวผัด ข้าวยำ ผัดหมี่ ขนมปังปิ้ง ปาท่องโก๋ รวมไปถึงชา กาแฟก็ด้วยเช่นกัน จากนั้นก็จะมีการนำไปถวายแด่พระสงฆ์สามเณร เมื่อมีการฉันเสร็จแล้วอาหารที่เหลือจากที่พระสงฆ์สามเณรฉันก็จะถูกนำเอามาแบ่งปันแจกจ่ายให้กับญาติโยมพุทธศาสนิกชนผู้ที่เดินทางมาร่วมงานให้ได้นำไปรับประทานร่วมกัน ประเพณีนี้ถือได้ว่าเป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจ รักใคร่สามัคคีกัน อีกทั้งยังเป็นการได้สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามร่วมกันนี้ให้ได้คงอยู่สืบไป

ซึ่งปัจจุบันในประเพณีนี้ยังมีการให้ญาติโยมพุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญกันตามกำลังศรัทธาอีกด้วย โดยที่ปัจจัยทั้งหมดที่มีการทำบุญมานั้นจะถูกนำไปถวายวัดทั้งหมดโดยที่ไม่ได้มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ จึงถือเป็นการแสดงถึงพลังน้ำใจและจิตศรัทธาซึ่งเป็นวิถีของพุทธศาสนิกชนโดยแท้จริง ทั้งนี้การทำบุญในประเพณีให้ทานไฟยังเป็นการทำบุญให้ทานครั้งแรกตั้งแต่ต้นปี

 

จึงเกิดเป็นความเชื่อว่าจะได้บุญกุศลใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้นปี นอกจากนั้นแล้วพระสงฆ์ยังมีการสวดมนต์ให้ศีลแกเหล่าญาติโยมพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานในวันนั้นด้วยแล้วจึงถือเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

        จะเห็นได้ว่าประเพณีเช่นนี้ที่เกิดขึ้นแล้วมีส่วนเกี่ยวข้องในทางพระพุทธศาสนานั้นถือเป็นประเพณีที่ได้รวบรวมให้ผู้คนชาวพุทธได้ออกมาแสดงถึงพลังจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา และได้ออกมาทำกิจกรรมร่วมกันให้เห็นถึงความรักความสามัคคีกันในเหล่าประชาชนก็ยิ่งคู่ควรยิ่งนักในการที่จะอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีอันดีงามเช่นนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็นกัน

 

ขอขอบคุณบทความที่น่าสนใจเหล่านี้โดย แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100