ปริศนาของคนในประวัติศาสตร์ 

Fulcanelli 

     ปริศนาของคนในประวัติศาสตร์   Fulcanelli  เป็นนามแฝงของนักวิทยาศาสตร์ที่มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 19 ตลอดชีวิตของเขานั้นมีอยู่น้อยมากไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงของเขานั้นเป็นใครตัวเขาได้ยังว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของ  Basil Valentine นักเล่นแร่แปรธาตุแห่งศตวรรษที่ 15 ผลงานที่โดดเด่นของเขานั่นก็คือการเปลี่ยนตะกั่วให้กลายเป็นทองคำได้ในปี 1925 Fulcanelli  อ้างว่าประสบความสำเร็จในการแปรโลหะพื้นฐานให้เป็นทองคำด้วยแม็กนัม Opus หรือศิลาอาถรรพ์  

       Jacques Berier นักข่าวในเวลานั้นได้ถาม Fulcanelli  เกี่ยวกับศิลาอาถรรพ์และเขาก็ตอบว่าสิ่งที่สำคัญไม่ใช่การเปลี่ยนรูปของโลหะแต่เป็นของตัวผู้ทดลองเองเป็นความลับโบราณที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ค้นพบในแต่ละศตวรรษและมีเพียงไม่กี่คนที่ทำสำเร็จ นอกจากนั้น Fulcanelli ยังเตือน  Jacques Berier  เกี่ยวกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของมนุษย์ที่กำลังจะเกิดขึ้น   

    ซึ่ง Fulcanelli อ้าง ว่าอาวุธนิวเคลียร์เคยถูกใช้มาก่อนเมื่อนานมาแล้วบนโลกใบนี้   Fulcanelli  หายตัวไปหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และแม้จะมีความพยายามในการค้นหาเขาแต่ก็ล้มเหลวจนหมด   Eugene Canseliet  นักเรียนคนโปรดของเขาเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับ Fulcanelli ในปี 1953 ที่ปราสาทบนภูเขาสูงในสเปนซึ่งเป็นเวลาหลายปีหลังจากการหายตัวของเขาเป็นการพบกันในช่วงสั้นๆและ Fulcanelli  ก็หายตัวไปอีกครั้งตลอดกาล 

 Green Children Of Woolpit 

       สำหรับเรื่องราวของ Green Children Of Woolpit นั้นเกิดขึ้น ในช่วงระหว่างคริสศตวรรษที่ 12 มีรายงานจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้จำนวนหนึ่งเปิดเผยว่าชาวบ้านของหมู่บ้านงูพิษในอังกฤษเป็นเด็กชายและเด็กหญิงคู่หนึ่งออกมาจากหลุมดักหมาป่าพวกเขามีผิวสีเขียวพูดภาษาที่ไม่รู้จักและแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่แปลกเรียกทั้งสองคนจึงต่อมาพบว่าเป็นพี่น้องกันถูกพาไปที่บ้านของเซอร์ริชาร์ด The ทานในช่วง 2-3 วันแรกที่พวกเขาอยู่ที่นั่นเด็กๆนั้นปฏิเสธที่จะกินทุกอย่างนอกจากถั่ว

           แต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็เริ่มคุ้นเคยกับอาหารหลายชนิดและผิวสีเขียวของเขาก็ค่อยๆจางลงจนกลายเป็นสีปกติต่อมาไม่นานเด็กชายก็ป่วยและเสียชีวิตลงแต่น้องสาวของเขานั้นรอดชีวิตมาได้ในที่สุดเธอก็เรียนภาษาอังกฤษและอธิบายว่าเธอมาจากดินแดนที่เรียกว่า Saint martin’s Island ดวงอาทิตย์ไม่เคยส่องแสงหลังจากการเปิดเผยนี้หรือชาติเดอะเครนก็ตั้งชื่อเด็กผู้หญิงที่ว่า magnet แต่ก็มีคนตั้งคำถามว่าเรื่องนี้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์จริง หรือหรือเป็นแค่นิทานพื้นบ้าน 

    เนื่องจากเรื่องราวของทั้งสองคนในประวัติศาสตร์นั้น เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าต่อต่อกันมาถึงแม้จะมีการระบุปี เอาไว้อย่างชัดเจน แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดใด ที่จะสามารถกล่าวได้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงเรื่องเล่าในตำนานเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน เอง