ก่อนที่จะมีแปรงสีฟัน ควรแปรงฟันกันอย่างไร

กิจกรรมที่ทุกคนจะต้องทำในช่วงตื่นนอนคือ “การแปรงฟัน” เดินเข้าห้องน้ำ บีบยาสีฟัน หยิบแก้วน้ำ เปิดก๊อกน้ำ แล้วแปรงฟันหน้ากระจก เราเกิดมาในยุคที่มีแปรงสีฟันและยาสีฟันให้ได้ใช้ เคยสงสัยกันไหมว่า “ในสมัยก่อนที่จะมีแปรงสีฟันและยาสีฟันเหมือนในปัจจุบันแล้วเค้าแปรงฟันกันอย่างไร” 

คนสมัยก่อนในช่วง 3500 ปีก่อนคริสตกาลมีหลักฐานปรากฏว่า ชาวบาบิโลเนีย ใช้ไม้หอมบางชนิดมาเคี้ยวเพื่อทำความสะอาดช่องปากซึ่งถ้ามาดูจริงๆแล้ว หลักการของมันคล้ายกับการแปรงฟันในปัจจุบันเพราะหลักการแปรงฟันเป็นการกำจัดคราบจุลินทรีย์ด้วยการขัดถูเช่นเดียวกัน 

สำหรับประเทศไทยก็มีประวัติศาสตร์ของการเริ่มใช้แปรงสีฟันในสมัยรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 โดยจากการดูป้ายโฆษณาแปรงสีฟันจะเป็นภาษาอังกฤษซึ่งสันนิษฐานว่า แปรงสีฟันด้ามแรกน่าจะมาจากชาวตะวันตกที่เข้ามาผลิตและขายรายแรกในสยาม แปรงด้ามแรกได้เริ่มขายในพ.ศ. 2481ลักษณะของแปรงจะทำจากขนหมูและกระดูกวัว ในช่วงนั้นอัตราการผลิตยังไม่ได้มาก สามารถผลิตได้เพียง 2 โหลต่อวันเท่านั้น ต่อมาในปี 2480 ได้มีการคิดค้นให้ขนแปรงใช้เป็นไนล่อนแทนขนหมูและผลิตและวางจำหน่ายในชื่อ “แปรงสีฟัน Dr.West’s รุ่น Miracle-Tuft

ยาสีฟันก็มีประวัติศาสตร์มายาวนานเหมือนกัน ในสมัยก่อนในช่วง ค.ศ. 1954 ตลับยาสีฟันจะลักษณะเป็นกล่องกลมๆ เมื่อต้องการใช้แปรงฟันจะนำขนแปรงไปจุ่มน้ำแล้วใช้ซึ่งค่อนข้างตะใช้ยากและรสชาติก็ไม่ได้ดีเหมือนยาสีฟันในปัจจุบัน

เข้าสู่ยุคปัจจุบันแปรงสีฟันที่ใช้ก็มีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นแปรงสีฟันแบบธรรมดาหรือแปรงสีฟันไฟฟ้าก็มีขายตามท้องตลาดมากมาย รูปแบบของแปรงมีหลายแบบทั้งแปรงขนนุ่มหรือขนแข็ง ปลายเรียวแหลมหรือปลายกลมมนก็มีให้เลือก เช่นเดียวกับยาสีฟันที่มีให้เลือกหลายรสชาติและหลายสูตรซึ่งในปัจจุบันทันตแพทย์แนะนำให้มีการเลือกใช้ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ 1000 ppm.(ส่วนในล้านส่วน) เพื่อช่วยป้องกันฟันผุและทำให้ผิวฟันแข็งแรงมากยิ่งขึ้น 

ผลิตภัณฑ์ในการดูแลสุขภาพช่องปากในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแปรงสีฟันและยาสีฟันเพียงเท่านั้น แต่ยังมีไหมขัดฟันที่ใช้ทำความสะอาดบริเวณซอกฟัน  น้ำยาบ้วนปากที่ช่วยทำให้ปากสดชื่นและผสมฟลูออไรด์สามารถช่วยป้องกันฟันผุได้ในระดับหนึ่ง ไม้จิ้มฟันที่ช่วยแคะเศษอาหารชิ้นใหญ่ๆออกจากบริเวณซอกฟัน จะเห็นได้ว่า การดูแลสุขภาพช่องปากเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยอดีตและพัฒนามาจนถึงปัจจุบันที่มีเครื่องไม้เครื่องมืออำนวยความสดวกเต็มที่ สิ่งที่สำคัญคือ “เราอย่าละเลยที่จะดูแลฟันของเราให้อยู่คู่ร่างกายตราบนานเท่านาน” 

 

ขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้  บาคาร่า

ไข่ลูกเขย

วันนี้เราจะมาทำเมนูง่ายๆที่บางคนนั้นชอบกินแต่ว่าทำไม่เป็นและเมนูเหมือนง่าย นั่นก็คือไข่ลูกเขยไข่เย้มๆและน้ำซอสที่อมเปรี้ยวอมหวานชวนให้กินนั้นและเมนูไข่นั้นทำอะไรได้หลายๆอย่างไม่ว่าจะทอด จะต้มนั้นก็ทำได้หรือว่าจะเอาไปทำขนมนั้นก็ยังได้ขึ้นชื่อว่าไข่นั้นมีประโยชน์เสมอและทำได้หลากหลายเมนูจริงสำหรับคนที่ชื่นชอบการกินไข่ลูกเขยแต่ว่าไปซื้อเขากินก็ไม่ค่อยอาร่อยน้ำซอสในไข่นั้นยังไม่ค่อยโดนใจแต่ว่าจะทำกินเองแต่ก็ไม่รู้ขั้นตอนในการทำกินซึ่งขั้นตอนนั้นดูแล้วว่าจะทำยากเหมือนกันใช่ไหมค่ะ บอกเลยว่าไม่ได้อยากอย่างที่คิดแน่นอนค่ะเพราะเรานั้นเตรียมอุปกรณ์เอาไว้ให้พร้อมแล้วกันถ้าพร้อมแล้ววันนี้ไปทำเมนูไข่ลูกเขยกันเลยค่ะ 

ขั้นตอนในการเตรียมวัตถุดิบ

  • ไข่เป็ด                               – พริกแห้ง – หัวหอมแดงซอยให้ละเอียด  
  •  ผักชี สำหรับโรยหน้า         – น้ำปลาดี   – น้ำตาลปีบ ( ถ้าไม่มีน้ำตาลทรายก็ได้ ) 
  •  น้ำมะขามเปียกแบบข้นๆ       – น้ำมันสำหรับทอด 

ขั้นตอนในการทำ  

  • ขั้นตอนแรกในการทำคือเอาหม้อนั้นใส่น้ำจากนั้นตั้งเตาไฟ จากนั้นเราใส่เกลือลงไปนิดหน่อย (เพื่อที่เวลาเรานั้นปอกไข่จะได้แกะไข่เป็ดออกมาสวยไม่ไม่เป็นขุขะ ) เปิดไฟแรงนิดหน่อยจากนั้นเราก็ใส่ไข่เป็ดลงไปปิดฝาจากนั้นเราก็คอยสังเกตว่าน้ำเดือดร้อนมากแล้วเราก็จับเวลาประมาณสักห้านาทีหลังจากนั้นเราก็ปิดไฟ แล้วเรานั้นก็ตักไข่ออกจากน้ำร้อนมาใส่ในน้ำเย็นแบบว่าจัดๆทันทีแล้วเรานั้นก็แช่ทิ้งไว้สัก สิบนาที จากนั้นเราก็ทำการแกะหรือว่าปลอกเปลือกข่ออก ที่เรานั้นให้แช่ในน้ำที่เย็นนั้นเราจะได้ไข่เป็ดที่เป็นยางมะตูมขอบอกเลยว่าอร่อยมาก 
  • จากนั้นเราก็นำกระทะมาตั้งไฟเปิดไฟอ่อนๆแล้วใส่น้ำมันลงไปในกระทะพอประมาณจากนั้นเราก็เอาหัวหอมที่เรานั้นหั่นซอยเอาไว้ลงมาทอดลงในกระทะให้มีสีเหลืองกรอบอย่าไหม้นะค่ะ
  • และก็เอาพริกแห้งที่เรานั้นเตรียมไว้มาทอดให้กรอบและหอมเหมือนกันอย่าไหม้นะค่ะขั้นตอนในการทอดพริกก็เหมือนกันทอดหัวหอมเลยค่ะ
  • นำไข่ที่เรานั้นแกะเปลือกออกมาแล้วนั้น  จากนั้นเราก็นำกระทะมาตั้งไฟพอปานกลางจากนั้นเราก็เอาไข่ที่เรานั้นเตรียมเอาไว้นั้นมาทอดประมาณหนึ่งนาที จากนั้นเราก็กลับไปกลับมาทอดให้มีสีเหลืองกรอบหน้ารับประทานอันนี้อย่าทอดนานจนเกินไปจนทำให้ไข่นั้นเหนียวและไข่แดงนั้นด้านจนไม่เป็นยางมะตูมนั้นสุกนะค่ะ
  • จากที่เรานั้นทอดเสร็จแล้วเราก็เอามาหั่นเป็นสองซีกจัดลงจานจากนั้นเราก็ทำน้ำราดเราเอาน้ำมันที่เหลือจากการทอดไข่เหลือในกระทะสักสามช้อนโต๊ะเปิดไฟอ่อนสุดๆอย่าแรงจากนั้นเราเอาน้ำตาลปีบลงมากวนในกระทะที่ตั้งไฟพัดจนออกสีเข้มๆอย่าไหม้นะจากนั้นเราก็เอาน้ำมะขามนั้นใส่ลงไปกับน้ำปลาลงคนในกระทะจากนั้นเคียวต่อไปอีกจนสุกจนน้ำราดนั้นเริ่มเหนียวจากนั้นก็ราดในไข่ที่เรานั้นหั่นไว้แล้วเอาจอมเจียวกับผักชีมาโรยตามด้วยพริกทอดแค่นี้เป็นอันเสร็จพร้อมเสริฟ 

 

สนับสนุนมาจาก  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ว่านรางจืดสามารถล้างพิษในร่างกายได้ดี

สมุนไพรรางจืดมีดีอย่างไร

ซึ่งในสมัยนี้ร่างกายของคนเราต่างก็ได้รับสารพิษต่างๆเข้าสู่ร่างกายเข้าไปทุกวันและไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ หรือ อาหาร หรือทางผิวหนัง ซึ่งมลพิษที่ปล่อยออกมานั้นไม่ว่าจะเป็นการเผาไหม้หรือพวกยาปฎิชีวนะที่เอาไว้ใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์หรือสารเคมีที่เอาไว้ใช้ในการปลูกพืชผัก ซึ่งร่างกายของเรานั้นต่างก็ได้รับสารพิษแทบจะทุกวันหรือไม่ก็โรคภัยต่างๆที่จะตามมาและเกิดขึ้นได้ง่ายสำหรับคนในยุคปัจจุบันนี้

และเราควรที่จะขจัดสารพิษพวกนี้ออกไปจากร่างกายของเราบ้างสำหรับว่านรางจืดนั้นจะเป็นไม้เลื้อยเถาเนื่องจากเนื้อจะเป็นเนื้อแข็งและจะมีลำต้นที่เป็นปล้องๆจะมีสีเขียวเข้มและก็สีเขียวอ่อน ซึ่งต้นว่านรางจืดนั้นจะเกิดขึ้นตามเขตพื้นที่ต่างๆและเขตที่มีอากาศร้อนอย่างเช่นในแถบทวีปเอเชียเนื่องจากจะขึ้นมากในบริเวณดั่งกล่าว จะมีแบบเป็นป่าร้อนชื้นซึ่งจะมีการโตได้รวดเร็วขึ้น

ซึ่งจะมีวิธีขยายพันธุ์หรือทำปักชำและจะมีชื่อที่เรียก ว่าน ชนิดนี้ที่แตกต่างกันต่างภูมิภาคและจังหวัดซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีกับชื่อที่เรียกว่า ว่านรางจืด ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้แถมยังปลอดภัยต่อทุกส่วน เป็นที่ขึ้นชื่อของ ราชาแห่งการถอนพิษต่างๆ

สรรพคุณของว่านรางจืด

  1. สามารถใช้กินเป็นยาแก้ร้อนในได้ ซึ่งว่านรางจืดนั้นจะมีฤิทธิ์ที่ออกเย็นสามารถนำเถารางนั้นมาต้มกินและรับประทานเพื่อเป็นยาแก้ร้อนในได้ดี
  2. สามารถนำมาเพื่อปรุงเป็นยาแก้ถอนพิษไข้ได้อีกและยังสามารถเอารากและใบนั้นมาต้มรับประทานได้ดีอีกด้วย
  3. สามารถช่วยให้การล้างอีกทั้งยังทำลายล้างสารพิษอื่นๆที่ยังตกค้างอยู่ข้างในร่างกายพวกเราด้วย
  4. จัดการแก้สารพิษหรือพืชต่างๆและสัตว์ต่างๆที่มีพิษร้ายแรงซึ่งสารพิษจากสัตว์นั้นแต่ละชนิดหากเรานั้นได้รับเข้าไปเป็นจำนวนมากอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ในทันที
  5. .ว่านรางจืดนั้นยังสามารถล้างสารพิษที่อาจโดนสารตะกั่วซึ่งจะมีผลต่อระบบประสาทและสมอง 
  6. ว่านรางจืดนั้นยังสามารถทำการถอนพิษ ยาเบื่อ ต่างๆที่มันสามารถจะวิ่งสู่ร่างกาย ของเรา
  7. สามารถถอนพิษจากอาการเมาค้างหรือพิษของแอลกอฮอล์ ได้สำหรับนักดื่นปริมาณมากด้านมหาลัยวิทยลัยจุฬาลงกรณ์ได้วิจัยมาว่าน้ำต้มว่านรางจืดนั้นช่วยป้องกันเซลล์ตับไม่ให้มีอาการตายจากพิษของแอลกอฮอล์ และยังสามารถลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดได้ดี

 

สำหรับว่านรางจืดนั้นเป็นพืชที่สามารถหาได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทยอย่างบ้านเรา ซึ่งเป็นพืชที่หาได้ง่ายมากๆซึ่งมีสรรพคุณอีกมากมายเช่นกันที่ยังสามารถนำมาบริโภคหรือเอาไว้เพื่อเป็นการถอนพิษได้ปลอดภัย  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย