นาฏศิลป์ไทย

นาฏศิลป์ไทย ที่กำลังจะถูกกลืนหายไป

นาฏศิลป์ไทย ศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของประเทศไทย เป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่มาในรูปแบบการแสดง มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน อยู่เคียงคู่สังคมและวัฒนธรรมไทยตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ปัจจุบันด้วยกระแสสังคมที่เปลี่ยนไปนี้ทำให้นาฏศิลป์ไทยถูกกลืนหายไปกับเวลาที่เพิ่มมากขึ้น คนเริ่มสนใจและละเล่นนาฏศิลป์น้อยลงมาก เห็นได้จากการแสดงที่หาดูได้ยากขึ้น แม้จะมีเทคโนโลยีที่สามารถรับชมรายการต่างๆได้ง่ายขึ้น

แต่กลับเป็นเรื่องยากที่จะชมนาฏศิลป์ไทยทั้งๆที่มีโซเชียลมีเดียมากมายหลายช่องทาง บางคนอาจจะลืมไปแล้วว่านาฏศิลป์ไทยมีอะไรบ้าง หรือเด็กสมัยใหม่อาจจะยังไม่ทราบว่านาฏศิลป์ไทยคืออะไร มีการแสดงอะไรบ้าง วันนี้เราจะมารวบรวมประเภทของนาฏศิลป์ไทยต่างๆเพื่อให้ทุกคนได้ทราบและพอเข้าใจกัน

นาฏศิลป์ไทย แบ่งได้ตามลักษณะรูปแบบการแสดง ได้เป็น   4  ประเภท ดังนี้

  1. โขน 

เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย เอกลักษณ์ของโขน ในสมัยก่อนนิยมจัดแสดงเฉพาะงานพิธีที่มีความสำคัญเท่านั้น คือ ผู้แสดงต้องสวมหัวที่เรียกว่า โขน ตลอดระยะเวลาที่แสดง และใช้ท่าทางการเต้นไปตามบทพากย์ และตามทำนองเพลงของวงปี่พาทย์ ซึ่งเรื่องที่นิยมแสดงในโขน คือ เรื่องรามเกียรติ์ มีพระราม มีลิง มียักษ์ เป็นตัวเอก

  1. ละคร  

ศิลปะการแสดงตามเรื่องราวผ่านการร่ายรำ ซึ่งมีการพัฒนามาจากการเล่านิทาน เอกลักษณ์ของละครคือผู้แสดงจะต้องแสดงลีลา ท่าทางให้เข้ากับบทละคร บทร้อง ทำนองเพลงที่วงปี่พาทย์บรรเลง ในสมัยก่อนมีการแบ่งละครเป็นของชาวบ้านและของหลวง ได้แก่ ละครนอก ละครใน และละครโนราชาตรี

  1. รำและระบำ  

ศิลปะการแสดงด้วยการร่ายรำประกอบดนตรี บทเพลงและบทขับร้อง โดยไม่ได้แสดงไปตามเรื่องราว 

3.1  รำ  คือ การร่ายรำที่มีผู้แสดงตั้งแต่ 1-2 คน โดยมีการร่ายรำให้เข้ากับจังหวะ ทำนองเพลงที่บรรเลงประกอบการแสดง ไม่ได้แสดงเป็นเรื่องราว และอาจมีบทขับร้องประกอบทำนองเพลงด้วย เช่น การรำเดี่ยว การรำคู่ การรำอาวุธ รำแม่บท เป็นต้น  

3.2  ระบำ  คือ การร่ายรำที่มีผู้แสดงตั้งแต่ 2 คนขึ้น มีการแสดงลักษณะเดียวกับการรำ ไป โดยมีการร่ายรำให้เข้ากับจังหวะ ทำนองเพลงที่บรรเลงประกอบการแสดง ไม่ได้แสดงเป็นเรื่องราว และอาจมีบทขับร้องประกอบทำนองเพลงด้วย แต่การระบำมักจะบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ เช่น ระบำกฤดาภินิหาร ระบำฉิ่ง ระบำสี่บท

๔. การแสดงพื้นเมือง  

ศิลปะแห่งการแสดงที่มีการรำ  การระบำ หรือการละเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของประชากรในท้องถิ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการละเล่นดนตรี การรำ การบรรเลงเพลง 

นี่ก็เป็นเพียงประเภทของนาฏศิลป์ไทยอย่างพอสังเขปเท่านั้น นาฏศิลป์ไทยเป็นศิลปะการแสดงที่ควรค่าแก่รักษาไว้ เพราะเป็นศิลปะการแสดงที่มีความสง่างามและเสน่ห์ที่ไม่อาจหาชมได้จากที่ไหนอีก การรักษาไว้ซึ่งนาฏศิลป์ไทยก็เหมือนกันรักษาศิลปะและวัฒนธรรมของไทยให้ยังคงมีอยู่ตลอดไป เพื่อที่จะส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้รู้ซึ้งในศิลปะการแสดงของไทย หากเรามัวแต่หลงใหลไปกับเทคโนโลยี ความทันสมัยต่างๆ นาฏศิลป์ไทยอาจถูกกลืนหายไปได้

จนไม่รู้ไว้ให้เราได้ชื่นชม เมื่อรู้ตัวอีกทีเราอาจเหลือเพียงชื่อเรียกขานนาฏศิลป์เหล่านั้น แต่ไม่เหลือไว้ซึ่งศิลปะการแสดงให้เห็นอีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นแล้วเราต้องมาเริ่มเรียนรู้นาฏศิลป์ไทยกัน แม้ไม่อาจจะทำการแสดงได้ แต่การรู้จักไว้ย่อมเป็นประโยชน์อย่างหนึ่ง อย่างน้อยก็สามารถบอกต่อ สอนรุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลานให้รู้จักกับศิลปะและวัฒนธรรมไทยได้บ้างย่อมดีกว่าการที่ไม่รู้อะไรเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ufabet

ประติมากรรมตอนกลาง

ยุคสมัยของงานศิลปะ ประติมากรรมตอนกลาง

ปฏิมากรรมศิลปะต่างๆ ประติมากรรมตอนกลาง มีมากมายหลายแขนงผู้คนต่างๆให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารูปแบบในการทำงานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทํางาน ผู้คนมีการเรียนรู้การสร้างรูปแบบงานต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการใช้ทัศนคติต่างๆการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม การแสดงออกแสดงถึงความคิดเห็น อย่างไรก็ตามจนมาถึงยุคปัจจุบันที่ผู้คนมีความง่ายมากยิ่งขึ้นในการแสดงออกรูปแบบต่างๆศิลปะก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีทัศนคติหรือว่าการมองโลกของศิลปิน

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานต่างๆเหล่านี้ในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงด้านข้างเยอะ ในยุคนี้เป็นยุคที่มีความง่ายมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะระบบเทคโนโลยีต่างๆที่มีการพัฒนา เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน รวมถึงยังมี Social Media ที่ซึ่งมีการพัฒนางานต่างๆหรือความเข้าใจต่างๆที่จะไปสำคัญที่ในยุคปัจจุบันการศึกษาเกี่ยวกับงานศิลปะหรือว่าประวัติศาสตร์มีความง่ายมากยิ่งขึ้น

เฉพาะยุคกลางของยุคศิลปะที่ผู้คนส่วนใหญ่มีการทำงานปฏิมากรรมหรืองานศิลปะแขนงอื่นมากมาย เนื่องด้วยความต้องการในการแสดงออกถึงเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงสังคม การพัฒนาการทำงาน นี่จะไปสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคปัจจุบันการเรียนรู้รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนต่างด้าวสามารถเรียนรู้ได้ผ่านงานศิลปะทั้งสิ้น

สร้างงานศิลปะหรือการเรียนรู้ในงานศิลปะในยุคสมัยต่างๆเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งเพราะยุคสมัยแต่ยุคก็มีศิลปินที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงทัศนคติต่างๆที่เราสามารถเข้าใจได้ผ่านการดวงงานศิลปะการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้ในยุคปัจจุบันผู้คนจึงมีความรู้ในการเข้าถึงรูปแบบในการเรียนรู้หรือแม้แต่จะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การที่เราต้องการจะหารูปภาพหรือแม้แต่จะเป็นงานเขียนในยุคปัจจุบันก็มีความง่ายขึ้น

โดยเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ตที่มีการพัฒนา ประติมากรรมตอนกลางของยุคสมัยต่างๆของงานศิลปะ นั่นก็คือการที่มีการพัฒนาทางด้านรูปแบบงานปั้นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ของผู้คน หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนประกอบต่างๆ หนวด เส้นผม หรืองานต่างๆก็มีความปราณีที่เพิ่มมากขึ้นผู้คนต่างๆ

เริ่มมีการเสพเกี่ยวกับงานศิลปะต่างๆเหล่านี้จึงทำให้มีการพัฒนางานตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนางานจากศิลปินเองหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการเจริญรุ่งเรืองของเมืองต่างๆที่จำเป็นจะต้องมีการแผ่ขยายอํานาจ

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่งานศิลปะมีหน้าที่แตกต่างไปไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่อำนาจต่างๆ วัฒนธรรมในการใช้ชีวิต นี่จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนอาจมีการศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์ผ่านงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมหรืองานภาพพิมพ์ต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทำให้ผู้คนมีทัศนคติหรือว่าการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่นี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่การศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์จะช่วยผู้คนมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในเรื่องต่างๆ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงไก่ชนไทย

ประติมากรรมในประเทศไทย

ประติมากรรมในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งที่ที่มี ประติมากรรมในประเทศไทย และศิลปะต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดทางการที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตามการเข้าถึงงานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนารูปแบบงานหรือการศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น แม้แต่เด็กในวัยประถมก็มีความจำเป็นจะต้องมีการเรียนเกี่ยวกับวิชาทางด้านศิลปะในการฝึกพื้นฐานเบื้องต้นในการคิด เพื่อฝึกแนวคิดหรือจินตนาการต่างๆ การเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผู้คนมีการพัฒนางาน

หรือแม้แต่เป็นการปรับปรุงความคิดอย่างสร้างสรรค์การลงมือทำรูปแบบต่างๆ อายุปัจจุบันประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความพัฒนาทางด้านงานศิลปะค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะร่วมสมัย แม้แต่จะเป็นประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศิลปะก็มีมากมาย เพราะในประเทศไทยมีประวัติเกี่ยวกับปฏิมากรรมค่อนข้าง ไม่ว่าจะเป็นงานปั้นงานแกะสลักงานหล่อต่างๆ รวมทั้งมีลักษณะของงานประติมากรรมคนอื่นค่อนข้างมากการร่วมสมัยของชนชาติอื่นก็สามารถทำงานร่วมกับประเทศไทย เปลี่ยนแปลงและการพัฒนาแนวคิดต่างๆการพัฒนาที่ยั่งยืนอุดมคติต่างๆ

โดยการสืบวิธีการทำงานมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาอย่างไรก็ตามในปัจจุบันต้องยอมรับประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสอดคล้องเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรมและความเชื่อต่างๆค่อนข้างเยอะนะสังคมก็มีแนวคิดที่ค่อนข้างมาก เกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจก็มีการแสดงออกทางความคิดเห็นทางด้านงานศิลปะ

คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านเอกลักษณ์หรือแม้จะเป็น ประติมากรรมในประเทศไทย มีผู้สร้างงานประติมากรรมหรือสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ผู้คนส่วนใหญ่ตั้งแต่สมัยโบราณก็มียุคสมัยที่พัฒนางานค่อนข้างเยอะในประเทศไทยมียุคใหญ่มากมาย ที่มีความสำคัญกับงาน ศิลปะ

1 สมัยทราวดี  เป็นสมัยที่มีการทำงานประติมากรรมชนชาติไทยมีการร่วมมือกันทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างประติมากรรมเพื่อเชิดชูรูปแบบการทำงานหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดนครปฐมที่มีการขุดพบเกี่ยวกับพระพุทธรูปค่อนข้างมาก 

2 สมัยศรีวิชัย เราพุทธศักราช 13-16 มีการตรวจพบว่าประเทศ ไทยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีค้นพบอารยธรรมที่ค่อนข้างมากไม่ว่าจะเป็นรูปหล่อต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของพระพุทธรูปต่างๆมากมาย

3 สมัยลพบุรี ผู้คนต่างๆเราพูดศักราชที่ 18-19 มีการตรวจพบมากมายหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาเกี่ยวกับทางด้านศิลปะพม่า

อะไรก็ตามยังมียุคสมัยอื่นอีกมากมายที่ประเทศไทยมีการสร้างประติมากรรมหรือโครงสร้างต่างๆเกี่ยวกับศิลปะพบบุคคลต่างๆมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาจากความเชื่อความคิดเลยแม้แต่จะเป็นรูปแบบการทำงานต่างๆที่ส่งผลกับรูปแบบความเชื่อของผู้คนในประเทศไทยที่ความเชื่อกับศาสนามีการเกี่ยวกันค่อนข้างเยอะ

 

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง

ศิลปะไทย

ศิลปะไทย มีความหมายอย่างไรต่อสังคม

แน่นอนว่ามนุษย์นั้นอยู่กับศิลปะมาตลอดชีวิต มันอยู่รอบๆ ตัวเรา บางครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจและไม่รู้เลยว่านี่คือ ศิลปะ เช่น  แก้วน้ำ โทรศัพท์ เสื้อผ้า ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปะที่ผ่านการออกเเบบอย่างรอบคอบถี่ถ้วนทั้งหมด ศิลปะไทย เองก็เป็นเช่นนั้น

ศิลปะบางจำพวกสามารถตรึงใจผู้คนและอยู่บนโลก มีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยไม่เสื่อมคลาย เช่น  รูปภาพโมนาลิซา เกิดจากศิลปินที่มีชื่อว่าลีโอท้องนาโด ดาวินชี แต่ว่าก็ไม่ใช่ศิลปะทุกแขนงที่จะเป็นที่รู้จักอย่างยาวนานได้แบบนี้ เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปศิลปะก็อาจจะถูกกลืนกินโดยการพัฒนา และหายไป  

ศิลปะให้อะไรกับมนุษย์ คงมีบางคนที่ยังคงสงสัยว่า มนุษย์สร้างสิ่งต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมาทำไมกัน วันนี้เราจะมาดูกันว่า จริงๆ แล้ว ศิลปะไทยให้อะไร และมีความหมายอย่างไรต่อคนไทย

 

  1. ให้ประโยชน์ทางด้านศาสนา ศิลปะไทยโดยมากผลิตขึ้นมาจากคติความเชื่อในด้านศาสนา ทำให้ผลงานทางด้านศิลปะมีคุณค่าและมีความหมายอย่างมากสำหรับการเผยแผ่ศาสนา การสืบทอดต่อๆ กัน และตกผลึกในจิตใจคนกลายเป็นศาสนาในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น ภาพจิตรกรรมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นตามผนังโบสถ์ หรือนาฏศิลป์ โดยเนื้อหาหลักจะเกี่ยวกับเรื่องราวทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็น นิทานชาดก พุทธประวัติ หรือวรรณคดีที่เกี่ยวโยงกับความนับถือในทวยเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อคนได้สัมผัสหรือมองเห็นก็จะคิดตาม ซึมซับเข้าถึงจิตใจ เกิดเป็นความศรัทธา นอกจากนี้ยังรวมไปถึงคำกล่าวสอนหรือข้อธรรมะที่แอบแฝงอยู่ในผลงานนั้นๆ 

 

  1. มีความหมายต่อด้านประวัติศาสตร์ จากการเรียนรู้ทางด้านศิลปะที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อน เราจะรู้ได้ถึงพัฒนาการ การเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน แต่ละแคว้นเมือง ทางการติดต่อสื่อสาร วิถีชีวิต ใช้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจทานว่าสิ่งที่เกิดขึ้น หรือพบนั้น อยู่ในช่วงเวลาใด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาที่ทำให้ได้ข้อมูลต่างๆ เกี่วกับประวัติศาสตร์ที่ครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์

 

  1. ให้ประโยชน์ทางด้านสุนทรียะหรือความสวยงาม เพราะศิลปะสามารถเข้าถึงจิตใจความรู้สึกและอารมณ์ของผู้เสพงานศิลปะได้ ตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปสำริดปางลีลา ของจังหวัดสุโขทัย พูดกันว่าเป็นงานศิลปะที่มีความสวยงามอย่างมาก เนื่องจากมีความสมบูรณ์ทั้งด้านท่าทางของพระพุทธรูป ที่มีความงดงาม เมื่อมองดูแล้วจะให้อารมณ์ที่รู้สึกเบาสายใจ นิ่งเงียบ นำมาซึ่งความเชื่อถือแล้วก็ชื่นชอบ

 

  1. ประโยชน์ด้านการเมืองการปกครอง ในอดีตผู้ดูแลหรือพระราชาได้นำศาสตร์ทางด้านศิลป์มาใช้ในด้านการเมืองการปกครอง เพื่อเชื่อมสมาคมความเป็นมิตรระหว่างกัน หรือใช้เป็นเครื่องหมายของการเข้าไปมีอำนาจเหนือเมืองอื่น การติดต่อสร้างมิตรภาพซึ่งกันและกัน

 

ศิลปะนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงาม แต่มีคุณค่าประโยชน์ในหลายๆ ด้านต่อสังคม ให้อะไรกับมนุษย์มากมาย ไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในเรื่องของการสืบทอดศาสนา หรือทำขึ้นเพื่อความสวยเท่านั้น

 

 

สนับสนุนโดย   sexybaccarat

ยักษ์วัดแจ้ง และยักษ์วัดโพธิ์

ตำนาน ยักษ์วัดแจ้ง และยักษ์วัดโพธิ์

ตำนาน ยักษ์วัดแจ้ง และยักษ์วัดโพธิ์

ในสมัยก่อนอาจจะเคยได้ยินถึงเรื่องราว การต่อสู้ของ ยักษ์วัดแจ้ง และยักษ์วัดโพธิ์ ที่เกิดขึ้นท่าเตียนและผลของการต่อสู้กันครั้งนั้นทำให้บริเวณท่าเตียนในสมัยนี้ราบเรียบเป็นหน้ากลอง เลยที่เดียวจึงได้มีการตั้งชื่อบริเวณนั้นว่าท่าเตียนและการต่อสู้ในครั้งนั้นได้มียักษ์วัดพระแก้วเป็นผู้ห้ามเหตุการณ์ให้สงบลง เป็นตำนานที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ ตำนานยักษ์โอนิ ของญี่ปุ่น

ลักษณะของ ยักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์

บริเวณวัดแจ้งจะมียักษ์ที่มีรูปร่างใหญ่โตยืนเฝ้าซุ้มประตูอยู่2ตน ด้านเหนือจะเป็นยักษ์ร่างกายสีขาวมีชื่อว่า สหัสเดชะ ส่วนทางด้านใต้มีร่างกายเป็นสีเขียวมีชื่อว่า ทศกัณฑ์จะคอยยืนเฝ้าซุ้มประคูยอกมงกุฎตรงทางเข้าพระอุโบสถ ของวัดอรุณ 

ยักษ์ด้านวัดโพธิ์จะมี4ตนจะอยู่ในตู้กระจกทางเข้ามณฑปของวัดโพธิ์และยักษ์จะมีกายสีแดง ยักษ์กายสีเขียว ยักษ์กายสีเทาและยักษ์กายสีเนื้อ

ตำนานท่าเตียน

ในตำนานได้เล่าว่ายักษ์ทั้งสองได้เป็นเพื่อรักกันมาก และต่างก็มีหน้าที่จะต้องเฝ้าวัดกันคนละฝั่งแม่น้ำ วันหนึ่งยักษ์วัดโพธิ์ไม่มีเงินจึงได้ข้ามฝากแม่น้ำมายืมเงินทางด้านยักษ์วัดแจ้งไป แต่เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องคืนเงินแล้ว ทางด้านยักษ์วัดโพธิ์ก็ไม่ยอมนำเงินมาคืนสักที เมื่อยักวัดแจ้งรอการนำเงินมาคืนนั้น นานมากแล้วจึงอดทนไม่ไหวจึงข้ามฝากไปทวงเงินของตนคืนกลับมาแต่ทางยักษ์วัดโพธิ์ไม่ยอมจ่าย จึงได้เกิดมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นและยักษ์ทั้งสองตนมีกำลังมากมายมหาสาร จึงทำให้การต่อสู้ครั้งนั้นมีการเหยียบย้ำต้นไม้ล้มตายอย่างมากมายและบริเวณนั้นก็เรียบเป็นหน้ากลองไปเลย และการต่อสู้ครั้งนั้นได้รู้เป็นหินทั้งสองตน โดยให้ยักษ์วัดแจ้งเป็นหินยืนเฝ้าประตูอุโบสถของวัดอรุณ และยักษ์วัดโพธิ์ยืนเฝ้าประตูพระวิหารมาจนถึงปัจจุบันนี้

การต่อสู้ของยักษ์ทั้ง2ตนนั้นไม่รู้แน่ชัดว่า ตนใดเป็นผู้ชนะ แต่ก็ทำให้ทั้งสองต้องได้รับโทษด้วยกันทั้งคู่ และภายในวัดโพธิ์ยังมีสถานที่สวยงามที่ควรไปกราบไหว้ มีมหาเจดีย์4รัชกาลเป็นมหาเจดีย์องค์ใหญ่4องค์ตั้งถัดไปจากพระอุโบสถ และยังล้อมรอบไปด้วยกำแพงแก้ว และยังมีพระพุทธไสยาสน์ และยังมีหินแกะสลักรูปนักรบจีนขนาดใหญ่ยืนเฝ้าซุ้มประตู และสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ในวัดโพธิ์แห่งนี้ด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

การแสดงกลองยาว

การแสดงกลองยาว

การแสดงกลองยาว

หลายคนคงเคยได้เห็นการแสดงกลองยาว ในงานกฐินและงานบวชเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีการตีกลองยาวอย่างสนุกสนาน มีทั้งชายหญิงที่แต่งกายเหมือนกันเป็นหมู่คณะ ลักษณะของกลองยาวจะทำด้วยไม้รูปทรงยาว ข้างในกลวงด้านบนขึงด้วยหนังสัตว์ เวลาตีไปจึงทำให้เกิดเสียงและยังมีเครื่องดนตรีชนิดอื่นที่ผสมอยู่ในวงกลองยาวอีกด้วย อย่าง พวก ฉิ่ง ฉาบ กรับโหม่ง และฆ้องบางทีเล่นเป็นเรื่องราว และมีการแต่งตัวเลียนแบบสัตว์ก็มี บางโรงเรียนยังสืบสานการตีกลองยาวให้แก่เด็กนักเรียน และหารายได้เสริมให้กับทางโรงเรียนและเด็กนักเรียนด้วยแต่ในปัจจุบันจะเห็นการแสดงกลองยาวน้อยลง ในงานแห่นาค เพราะเนื่องจากในยุคสมัยเปลี่ยนไปบางงานบวชนาคก็ใช้รถแห่มาแห่แทนการตีกลองยาว และแตรวง ซึ่งปัจจุบันกลองยาวและแตรวง จะหายากกว่ารถแห่ การแสดงกลองยาวจะใช้ผู้คนเยอะกว่าการแห่รถ และต้องมีการฝึกฝนให้ชำนาญก่อนที่จะนำมาออกแสดงได้

การแสดงกระตั้วแทงเสื้อ

การแสดงกระตั้วแทงเสือประกอบด้วยตัวแสดงทีเป็นนายพรานมีชื่อว่าบ้องตัน จะต้องมีเมียและลูกอีกสองคน คือ จุกและแกละ ส่วนเสือจะมี เสือดำ เสือขาว และเสือโคล่ง เนื้อเรื่องของกระตั้วแทงเสือ มีอยู่ว่ามีเมืองหนึ่งได้มีเสือออกมาอาละวาด ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก เจ้าเมืองจึงได้ป่าวประกาศให้คนมีฝีมือไปปราบเสือ ใครปราบได้จะให้รางวัลมากมาย และข่าวนี้ได้ยินไปถึงบ้องตันจึงได้อาสามาปราบเสือเอง ในตัวบ้องตันนั้นได้มีวิชาอาคมมากมาย บ้องตันจึงได้เดินทางมาปราบเสือ พร้อมกับ เมีย และลูกคือ จุก กับ แกละ และพอเดินทางมาถึงกลางป่าจึงได้เจอเข้ากับเสือทั้งหลายจึงได้เกิดการต่อสู้กัน ด้วยที่บ้องตันมีวิชาอาคมแกร่งกล้าจึงทำให้ชนะเสือไปได้ และได้กลับเข้าไปในเมืองได้รับรางวัลมากมายมหาศาลการแสดงกระตั้วแทงเสือนี้มีท่าร่ายรำที่สวยงาม อ่อนช้อย และมีมาในสมัยโบราญเลยทีเดียวและการร้องหรือทำนองได้มาจากทางภาคใต้ ที่มีการสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

กลองยาวบางคณะก็ได้มีการปรับเปลี่ยนการแสดงที่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่คณะที่จะให้ความสำคัญทางด้านไหน บางคณะของกลองยาวมีการโชว์ด้วยการนำอิฐมาวางที่ท้องแล้วนอนบนตำปูที่ตอกมาเป็นแผงและทำการก็ทุบอิฐโชว์ ด้วยการตีกลองยาวด้วยทำนองสนุกสนาน การแสดงกลองยาวจึงเป็นการแสดงอีกอย่างหนึ่งที่ควรจะรักษา หรือสนับสนุนบุตรหลานให้สืบทอดศิลปะกลองยาวไว้ต่อไป

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน