ประวัติสวนสนุก Pripyat ประเทศยูเครน 

      ประวัติสวนสนุก Pripyat  สำหรับใครที่ไม่ได้ชอบสนใจเกี่ยวกับเรื่องของประเทศต่างๆทั่วโลกเชื่อว่าถึงแม้จะไม่มีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของชื่อประเทศทั่วโลกในตอนนี้หนึ่งในประเทศที่คนย่อมรู้จักกันนอกเหนือจากประเทศในเขตภูมิภาคเอเชียแล้วก็คือประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครนนั่นเองเนื่องจากตอนนี้ทั้งสองประเทศนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกเกี่ยวกับเรื่องของการทำสงครามกัน

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศยูเครนที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนักพลเมืองของประเทศยูเครนนั้นกำลังได้รับความเดือดร้อนจากภัยสงครามที่ถูกทางด้านประเทศรัสเซียคุกคามอย่างหนักอยู่ในตอนนี้ซึ่งหลายคนทั่วโลกพยายามที่จะส่งแรงใจส่งเงินไปช่วยเหลือ

ส่งอาหารไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดสงครามในครั้งนี้โดยเฉพาะคนที่อยู่ในประเทศยูเครนที่เป็นพลเมืองที่ไม่ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับสงครามระหว่างทั้งสองประเทศแต่ต้อง มาได้รับผลกระทบจากการเกิดสงคราม 

          อย่างไรก็ตามในบทความนี้เราจะมาพูดถึงประวัติสวนสนุกในประเทศยูเครนซึ่งสวนสนุกแห่งนี้นับได้ว่าเป็นสวนสนุกที่มีการสร้างขึ้นมาแต่ยังไม่ทันเปิดให้บริการก็ต้องเจอกับสภาวะการระเบิดจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดส่งผลทำให้สวนสนุกได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถที่จะบูรณะซ่อมแซมขึ้นมากลายเป็นสวนสนุกที่น่าสงสารเพราะยังไม่ได้ทันเปิดตัวมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเข้าไปเที่ยวสวนสนุกแห่งนี้ก็ต้องปิดตัวลงแล้ว

         สำหรับสวนสนุกที่เรากำลังพูดถึงนั้นมีชื่อเรียกว่าสวนสนุก Pripyat ที่นี่ว่ากันว่ามีการนำเครื่องเล่นมาเล่นหมดแล้วและมีการจัดรูปแบบของสวนสนุกมีการจัดสวนเอาไว้อย่างสวยงามแต่อนิจจาสวนสนุกแห่งนี้จะเปิดตัวในวันที่ 1 เดือนพฤษภาคมปีค.ศ 1986 แต่ก็ต้องเจอกับปัญหาการถูกแรงอัดระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมากโดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 26 เดือนเมษายน  ปี ค.ศ. 1986 ก่อนที่จะมีการเปิดตัวสวนสนุกอย่างเป็นทางการ  เนื่องจากว่าสวนสนุกแห่งนี้อยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่กี่กิโลเมตรจึงได้รับผลกระทบทำให้เครื่องเล่นนั้นถูกไฟเผาจนได้รับความเสียหาย 

          อย่างไรก็ตามว่ากันว่าถึงแม้ว่าแรงระเบิดจะทำให้สวนสนุกแห่งนี้ได้รับความเสียหายแต่ก็ยังมีคนในพื้นที่ที่เดินทางไปเที่ยวที่สวนสนุกแห่งนี้ในวันที่ 27 เดือนเมษายนปี ค.ศ.1986 ซึ่งเป็นวันต่อจากที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดระเบิดแต่ก็ถูกทางการนั้นได้มีการสั่งอพยพออกจากพื้นที่และปล่อยให้สวนสนุกนั้นเป็นสวนสนุกร้างว่างเปล่าเนื่องจากว่าเกรงว่าบริเวณดังกล่าวนั้นจะมีสารกัมมันตภาพรังสีเพื่อความปลอดภัยของประชาชนทางการของประเทศยูเครนจึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวสวนสนุกดังกล่าวนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.    www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

ตำนานทวยเทพกรีกที่เกิดขึ้นเนื่องจากว่าคำโกหกเป็นเหตุ

เมื่อกล่าวถึงทวยเทพหลายๆคนบางทีอาจนึกถึงความงดงาม พลังเหนือธรรมชาติ รวมทั้งเรื่องราวตำนานที่ราวกับอยู่ในโลกอุดมคติ แต่ว่าสำหรับตำนานทวยเทพกรีกบางทีอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากว่าเรื่องราวของเหล่าทวยเทพกรีกเต็มไปด้วยความรัก โลภ โกรธ หลง ไม่ได้ต่างอะไรจากเรื่องราวชีวิตของคนทั่วๆไปเลย

ความห่วงใยของภรรยา กับ การเสียชีวิตของ Hercules

เรื่องราวความกล้าหาญชาญชัยของเฮอร์คิวลีสเป็นหนึ่งในตำนานทวยเทพกรีกที่หลายๆคนรู้จักดีที่สุด แม้กระนั้นทราบหรือไม่ว่าการตายของทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เกิดขึ้นด้วยเหตุว่าคำโกหก เรื่องราวนี้เริ่มขึ้นเมื่อเขารวมทั้งเมียที่ชื่อเดียไนร่า ซึ่งเป็นบุตรีของกษัตริย์โอเนอัส วันหนึ่งระหว่างที่พวกเขากำลังจะเดินทางออกจากเมืองที่กลางทางจำต้องผ่านแม่น้ำและก็คนที่จะพาพวกเขาข้ามฝั่งก็คือเซนทอร์ที่ชื่อเนสซัส กลางทางเนสซัสที่คลั่งไคล้ในตัวเดียว ไนร่าพยายามขืนใจเธอ ซึ่งเฮอร์คิวลีสโมโหอย่างมาก เขาก็เลยทำการยิงเซนทอร์ด้วยธนูแล้วก็ศรที่เลอะเลือดไฮดร้า ปีศาจร้ายที่เขาฆ่าในภารกิจลำดับที่สอง ก่อนที่จะตายเนสซัสได้นำเอาลูกธนูที่ฆ่าเขาให้เดียไนร่าแล้วก็บอกนางว่าเลือดที่เลอะศรนี้สามารถนำไปทำยาเสน่ห์ได้

อย่างไรก็แล้วแต่ความรักสามารถที่จะทำการเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเฮอร์คิวลีสไปทำภารกิจรวมทั้งได้เจอรักใหม่ เนื่องจากว่าอยากได้สามีกลับมานางก็เลยนำเลือดที่ได้รับจากเนสซัสไปทาลงบนเสื้อคลุมที่นางทำให้สามีเนื่องจากว่ามั่นใจว่าเขาจะกลับมารักเธออีกรอบ และเมื่อเฮอร์คิวลิสทำการใส่เสื้อคลุมนั้นที่มีการเปื้อนเลือดที่เป็นพิษของไฮดร้าแล้วก็เลือดของเนสซัส ส่งผลให้เกิดไฟลุกขึ้นโดยทันที เฮอร์คิวลีสเจ็บปวดอย่างยิ่งแต่ว่าไม่สามารถที่จะทำการถอดเสื้อคลุมได้ จนกระทั่งท้ายที่สุดซุสก็เลยส่งสายฟ้าลงมาเพื่อที่ทำการช่วยปล่อยเฮอร์คิวลีสจากความทรมาน ต่อจากนั้นเขาก็เลยได้กลายเป็นทวยเทพแล้วก็ขึ้นไปอยู่บนยอดเขาโอลิมปัสท้ายที่สุด

“Nobody” การโกหกที่แสนเฉลี่ยวฉลาด ของ Odysseus

เรื่องเกิดจากตอนที่เขากำลังเดินทางที่ทะเลแล้วก็ไปเจอเกาะที่มีเหล่ายักษ์ตาเดียวอาศัยอยู่ เกาะนั้นมีถ้ำแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยฝูงแกะ โอดิส ซีอุสและก็พรรคพวกดีใจมากที่เจอเสบียง แต่ว่าพวกเขากลัถูกเจ้ายักษ์ตาเดียวนั้นจับกินเป็นอาหาร

แล้วต่อจากนั้นก็เลยเอาหินมาปิดปากถ้ำไว้ วันเวลาผ่านไปก็สามารถที่จะทำการคิดวิธีที่จะหลบหนีออกไปได้ ซึ่งเขาเอาอกเอาใจเจ้ายักษ์ด้วยเหล้าองุ่นชั้นเยี่ยม เมื่อโพลีฟีมุสถามคำถามว่าเขาเป็นผู้ใดกัน โอดิสซีอุสก็ตอบว่าเขาชื่อ “โนบาดี” ถัดมาเมื่อจังหวะดี เขาคอยจนกระทั่งเจ้ายักษ์หลับแล้วจึงจับฟืนที่เหลากระทั่งแหลมแทงเข้าไปในดวงตาของโพลีฟีมุส มันกรีดอย่างปวด เมื่อยักษ์ตนอื่นๆถามคำถามว่าคนไหนกันรังควาน มันตอบว่า “ไม่มีผู้ใด” เนื่องจากว่าเข้าใจว่านี่เป็นชื่อของโอดิสซีอุส ยักษ์ตนอื่นก็เลยจากไปอย่างงุนงง แล้วต่อมาพวกเขาก็สามารถทำการหลบหนีออกจากบ้านได้อย่างง่ายดาย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

การรัฐประหารของเมียนมาและไทย

การรัฐประหารของเมียนมา เวลาคนไทยมองเรื่องการเมืองในเมียนมาจะเห็นว่าคนไทยเองก็มองการเมืองภายใต้การปกครองของพรรค NLD ของนางอองซานซูจีว่าเป็นยุคสมัยที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นรัฐบาลพลเรือนที่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาสังคมไยในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาเราเป็นเหมือนด้านกลับของพม่าคือเรากลับไปอยู่ในยุคของเผด็จการทหารหรือการดูแลการควบคุมของกองทัพภายใตรัฐบาล นายประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ในขณะที่พม่าอยู่ภายใต้การบริการรัฐบาลพลเรือนเมียนมาภายใต้ NLD และนางอองซานซูจีเป็นอย่างไรผู้ช่วยศาสตราจารย์ตราจารย์ ลลิตา ชี้ว่าแม้ว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อปี2558ทว่าการปกครองโดยพรรคNLDในสมัยแรกเป็นความพยายามรวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางมาโดยตลอดและพยายามที่จะกีดกันพรรคฝ่ายอธิประไตรอื่นๆที่เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวออกไป

การบริหารประเทศภายใต้ NLD ก็เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายไม่ได้โรยด้วยกีบกุลาบเลย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ  เนื่องจากการเจรจากับชนกลุ่มน้อยก็ไม่ได้เจรจาสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นความสัมพันกับกองทัพที่เราเคยเป็นอธิบดีเพราะว่าไม่ได้มีรัฐประหารมาอย่างยาวนานทหารคงไม่ปฏิวัติแล้วแต่มันก็ไม่เป็นความจริง

สำหรับบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ของเมียนมาที่เป็นฉนวนเหตุที่ทางกองทัพอ้างการปฏิวัติรัฐประหารผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ลลิตาระบุว่ามีประเด่นที่ทาง กกต. ทำหน้าที่ค่อนข้างเอียงและใช้อำนาจเกินกว่าเหตุเช่นการตัดสินกรณีที่กล่าวหาว่าพรรคการเมืองฝ่ายก้าวหน้าบางพรรคใช้คำพูดที่อ่อนไหวและก้าวร้าวระหว่างการเผยแพร่นโยบายของพรรคผ่านทางสื่อหรือช่องทีวีของรัฐบาลในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

จึงทำให้มีการวิจารณว่า กกต. ทำเกินกว่าเหตุนักวิชาการด้านการศึกษาเรื่องเมียนมากล่าวได้ว่ามีข้อวิจารณ์จำนวนมากต่อพรรค NLD เช่นเรื่องทัศนคติในการปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์คนเมียนมาเองก็เหมือนกับเอาหูไปนาเอาตาไปไร้เนื่องจากถือว่าบทบาทที่มาของพรรค NLD มาจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตรและยังเป็นสักลักษณ์สิทธิของเสรีภาพของพวกเขาด้วย

นางอองซานซูจีได้เรียกกองกกำลังกองทัพอาระกันว่าเป็นผู้ก่อการร้ายทั้งๆที่เขาเป็นกองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์เหมือนกับกลุ่มอื่นๆแล้วก็มีข้อเรียกร้องของตนเองชัดเจนแต่ทว่ารัฐบาลก็ไม่ได้อยากจะเจรจาด้วยอ้างโกงเลือกตั้งจัดม็อบยึดอำนาจสูตรสำเร็จโลกกองทัพที่ 3

หากเทียบเคียงเส้นทางก่อนเดินทางรัฐประหารของไทยและเมียนมามีทั้งเงื่อนไขและการซ่อนเงื่อนไขที่นำไปสู่การรัฐประหารย้อนกลับมาดูที่ไทย ก่อนรัฐประหารปี 2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. มีการประท้วงการบริหารงานของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของกลุ่มที่ชื่อว่า 

คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตรสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุกหรือ กปปส. ยาวนานถึง7เดือน

การสร้างชาติของสหราชอาณาจักรUK

การสร้างชาติของสหราชอาณาจักรUK ในช่วงศตวรรษที่9หรือประมาณปี800ในมีชนชาติกลุ่มใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญในเกาะอังกฤษเพิ่มนั่นก็คือพวกไวกิ้งนั่นเองเมื่อพูดถึงไวกิ้งทุกคนก็น่าจะรู้พื้นเพลย์กันดีอยู่แล้วว่าเป็นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในแถบสแกนดิเนเวียในปัจจุบันโดยเฉพาะชนชาติไวกิ้งที่เข้ามามีบทบาทมากที่สุดเลยจะเป็นพวกไวกิ้งที่อาศัยอยู่เดนมาร์กนั่นเอง

ซึ่งในตอนแรกพวกไวกิ้งได้มาทำการตั้งรกรากอยู่ที่หมู่เกาะเล็กๆในแถบนั้นรวมไปถึงเกาะไอซ์แลนด์ในขณะนั้นเรามาดูพวกPICTISHกันบ้างดีกว่าหรือว่าพวกชนชาติที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือโยในตอนนั้นพวกPICTISHได้มีการตั้งอาณาจักรขอตัวเองแล้วนั่นก็คืออาณาจักรSCOTLANDนั่นเอง

ดังนั้นเวลาก็ได้ผ่านไปพวกเดนส์ก็ได้ขยายดินแดนออกไปมากขึ้นเรื่อยๆจนขยายมาถึงเกาะอังกฤษก็เรียกได้ว่าอาณาจักรต่างๆก็ได้ถูกพวกไวกิ้งพิชิตเอาจนสุดท้ายเรียกได้ว่าเหลืออาณาจักรใหญ่เพียงอาณาจักรเดียวเท่นั้นที่เป็นชาวแซกซั่นที่ยังหลงเหลืออยู่คืออาณาจักรเวสเซกนั่นเอง

โดยในปีคริสต์ศักราชที่927กษัตริย์แห่งเวสเซกได้บุกยึดดินแดนของชาวแซกซั่นคืนจากพวกไวกิ้งและได้สถาปนาอาณาจักรอังกฤษขึ้นมานั่นเองก็เรียกได้ว่ามันเป็นการรวมชาติอังกฤษอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยแต่อย่าจำสับสนไปตอนนี้อาณาจักรของอังกฤษยังเป็นอาณาจักรเดียวอยู่ยังไม่ได้ทำการรวมWALESหรือว่าสก๊อตแลนด์เข้าไปด้วย

แต่ก่อนที่จะทำอะไรไปมากกว่านี้พวกไงกิ้งก็กลับมาทำการยึดครองพื้นที่อาณาจักรของอังกฤษคืนมาโดยที่ในตอนนั้นราชาของไวกิ้งได้ทำการรวมอาณาจักรอังกฤษเข้ากับจักรวรรดิของเขาและเวลาก็ได้ผ่านไป50ปีจนถึงปีคริสต์ศักราชที่1066นั่นเองได้เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญมากๆขึ้นในประวัติศาสตร์อังกฤษอีกครั้งนึง

ซึ่งเป็นการรุกรานของชาวนอร์แมนนั่นเองหลายคนอาจจะงงว่าชาวนอร์แมนคือใครกับพวกเขาคือชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือที่ติดกับช่องแคบอังกฤษเลยโยการรุกรานในครั้งนี้ในชื่อวิลเลียมเขาคนนี้ได้ทำการรุกรานและได้ยึดเกาะอังกฤษมาได้เป็นที่สำเร็จและได้สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ

โดยที่เขาใช้ช่อราชวงศ์ว่าราชวงศ์นอร์ม็องดีนั่นเองก็เรียกได้ว่าราชวงศ์นอร์ม็องดีสำคัญมากๆเลยเพราะว่าจนถึงปัจจุบันราชวงศ์วินเซอร์ของอังกฤษก็มีเชื้อสายสืบทอดมาจากราชวงศ์นอร์ม็องดีด้วยเรียกได้ว่ามีการสืบทอดกันมาหลายร้อยปีจนถึงปัจจุบันเลยแต่ก็เรียกได้ว่าหลายร้อยปีนั้นก็มีการเปลี่ยนราชวงศ์เปลี่ยนวงศ์ตระกูลกันเยอะมากกันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

คนไทพวนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่เมืองไทย

ไทพวน หมายถึงคนพวนในอดีตกลุ่มชาติพันธุ์ไทพวนมีศูนย์กลางถิ่นอาศัย  คนไทพวนที่อพยพ  หลักบริเวณแขวงเชียงขวางทางทิศตะวันออกฉียงเหนือของ สปป ลาว  นับตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีต่อเนื่องจากจนรัตนโกสินทร์ ไทพวนได้ถูกกวาดต้อนลงมาตั้งบ้านเรือนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่หลายคราว

โดยการกวาดต้อนทั้งไทพวนรวมทั้งลาวครั้งใหญ่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่3เมื่อเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทร์ต้องพ่ายแพ้สงครามในปี2369 นับเป็นการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนสองฝั่งโขงลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมาแม้กลุ่มคนเหล่านี้จะเรียกตนเองว่า ไทพวน แต่คนกลุ่มอื่นๆมักจะเรียกพวกเขาว่าลาวพวน

ซึ่งได้บ่งบอกถึงถิ่นฐานที่พวกเขาจากมาในประเทศลาวนั่นเองในปัจจุบันมีชาวไทพวนตั้งหลักอยู่ในถิ่นต่างๆไม่น้อยกว่า20จังหวัดในประเทศไทย เช่นที่ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก มีชุมชนไทพวนอยู่หลายหมู่บ้านทั้งที่ถูกกวาดต้อนระรอกแรกจากซำเหนือและหลวงพระบางในสมัยกรุงธนบุรีก่อนที่จะมีชาวไทพวนถูกกวาดต้อนจากเชียงขวางเข้ามาสมทบอีกในสมัยรัชกาลที่3และรัชกาลที่5

นอกจากนี้ในปัจจุบันมีหมู่บ้านไทพวนใน อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก อยู่ไม่น้อยกว่า15หมู่บ้านไทพวนมีนิสัยรักความสงบชอบอาศัยอยู่ตามลำน้ำเพราะยึดอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักเมื่อถูกกวาดต้อนมาอยู่ในดินแดนไทยพวกชาวจึงถูกให้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรืออยู่ตามแนวแม่น้ำลำคลองเหมือนถิ่นเดิมที่จากมาเช่นที่บ้านฝั่งคลองบ้านใหม่บ้านเกาะหวายที่แยกตัวออกมาจากบ้านท่าแดง

ซึ่งเป็นการขยายชุมชนจากไทพวนกลุ่มเดียวกันทั้งนี้มีสิ่งที่คนไทพวนเขาภูมิใจก็คือเรื่องของการใช้ชีวิตโดยมองว่าถ้าตรงไหนมีน้ำตรงนั้นก็คือวิถีชีวิตที่เขาจะอยู่ได้เมื่อก่อนตอนอยู่เชียงขวางก็จะอยู่ที่แม่น้ำพวนใช้เป็นหลักในการทำมาหากินเพราะเกษตรกรรมเป็นหลักของเขา

เนื่องจากนี้เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทพวนก็คือวัฒนธรรมทางด้านภาษาไทพวนยังคงใช้ภาษาดั่งเดิมของตัวเองในการพูดสื่อสารกันอยู่หลายคนบอกว่าภาษาไทพวนมีสำเนียงคล้ายกับภาษาถิ่นทางภาคเหนือและอีสานผสมกันผ้าทอไทพวนเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ

โดยได้มีเอกลักษณ์และลักษณะพิเศษเฉพาะตัวกลุ่มหัตถกรรมผ้าทอไทพวนบ้านใหม่ยังคงใช้กรรมาวิธีการผลิตดั่งเดิมอยู่ทั้งการมัดหมี่การย้อมรวมถึงการกำหนดลวดลายต่างๆที่ล้วนแฝงไปด้วยคติความเชื่อแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของผ้าทอไทพวนอีกด้วยเช่นกัน

 

ขอบคุณผู็ให้การสนับสนุนโดย.    gclub สมัครผ่านเว็บ

ดราม่าระดับเทพอียีปต์

ต้องบอกก่นอเลยว่ากำเนินเทพกำหนดโลกของชาวอียีปต์ค่อนข้างที่จะมีหลากหลายเลยทีเดียวคล้ายๆกับของชาวอินเดีย  ดราม่าระดับเทพอียีปต์  หรือว่าชาวกรีกโรมันนี่แหละว่าเขาจะต้องมีความเชื่อแบบนั้นแบบนี้เวลาผ่านไปคนอีกกลุ่มนึงที่เป็นชาวอียีปต์เหมือนกันก็อาจจะเชื่อแตกต่างกันได้

เพราะว่าในช่วงของอารยธรรมของอียีปต์ค่อนข้างนานแต่วันนี้เรื่องราวที่เราได้นำมาเล่าให้ทุกคนอ่านจะเป็นเรื่อราวที่มีชื่อเสียงที่สุดและก็เป็นความเชื่อของชาวอียีปต์ใต้ซึ่งค่อนข้างที่จะเป็นยุคเก่านิดนึงของอียีปต์เป็นความเชื่อดั้งเดิมก่อนคที่ความเชื่อใหม่ๆจะทับถมกันขึ้นมาเรื่อยๆ

ซึ่งตามตำนานของ Heliopolis เขาได้กล่าวว่าตอนที่ทุกอย่างจะถือกำหนดขึ้นมาแต่เดิมโลกของเราเป็นพื้นน้ำว่าเปล่าและเป็นความสับสนวุ่นวายโดยพื้นน้ำเขาเรียกว่าNunในขณะที่Nunกำลังวุ่นวายของตัวเองไปเรื่อยๆอยู่ดีๆก็มีไข่ห่านฟองใหญ่มากเกิดขึ้นกลางNunขึ้นมา

นอกจกานี้ไข่ห่านมันก็ได้แตกออกมาแล้วก็กลายมาเป็นพื้นดินพื้นแรกที่เป็นเกาะเล็กๆเกาะหนึ่งเอาจริงๆแล้วหลายคนก็อาจจะรู้สึกว่ามันคล้ายๆกับอินเดียเลยหรือเปล่านั่นแหละมันก็น่าแปลกใจเป็นอย่างมากที่ตามตำนานการกำหนดโลกของหลายๆภูมิภาคดูคล้ายกันไปหมดอาจจะเป็นเพราะว่าเรามีบรรพบุรุษร่วมกันหรือว่ามันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตและเราไม่รู้แล้วมันก็โดยเก็บบมาในรูปแบบของตำนานก็เป็นได้แต่นี่มันแค่นอกเรื่องกลับเข้าเรื่องเลยดีกว่า

ดังนั้นหลังจากที่ไข่ห่านแตกออกและกลายเป็นแผ่นดินขึ้นมาก็มีเทพคนนึงที่เริ่มจากการสร้างตัวเองขึ้นมาก่อนเลยขึ้นมาจากอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมาอยู่ที่บริเวณแผ่นดินนั้นเทพองค์นี้ชื่อว่าAtumได้สร้างตัวเองขึ้นมาจากความว่างเปล่าแต่ก็ถือว่าเป็นเทพผู้สร้าง

ซึ่งในยุคแรกๆเขาจะถือว่าเทพAtumเป็นเทพแห่ดวงอาทิตย์อย่างไรก็ตามถ้าใครรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอียีปต์สักเล็กน้อยก็จะพอรู้ว่าจริงๆแล้วมันยังพอมีเทพอยู่อีกองค์นึงที่เป็นสุริยะเทพที่โด่งดังกว่านั่นก็คือสุริยะเทพRaนั่นเองแต่ว่าสุริยะเทพ Ra จะมาในสมัยหลังและก็ Ra จะถือว่าเป็นเทพของดาวอาทิตย์

ในเวลากลางวันในขณะที่Atumจะเป็นดวงอาทิตย์ในเวลากางคืนแต่อย่างไรก็ตามตอนนี้Raยังไม่เกิดเราข้ามไปก่อนหลังจากที่Atumเกิดขึ้นมาแล้วAtumก็อยู่บนพื้นที่ว่างเปล่าล้อมรอบไปด้วยNunไปเรื่อยๆและรู้สึกเหงาและคิดว่าจะต้องทำยังไงดีจึงได้สร้างลูกขึ้นมาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนตนนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  เว็บยูฟ่า ที่ดีที่สุด

ตำนานของศุกร์13ที่คนตะวันตกหวาดกลัวกันมาที่สุด

ในปีคริสตศักราช1916เนื้อหาในหนังสือFridagเล่มนี้ก็ได้ถูกนำเอามาทำเป็นหนังเงียบอีกจึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากเริ่มพูดถึงเรื่องราว ตำนานของศุกร์13 กันมาขึ้นนั่นเองจากนั้นก็ได้เกิดโรคกลัววันศุกร์13มากขึ้นนั่นเองโดยนักจิตวิทยาบำบัดที่มีความชำนานที่รักษาโรคของอาการกลัว

ซึ่งเขาได้ระบุว่าเฉพาะในสหรัฐอเมริกาในประเทศเดียวมีคนที่กลัวเป็นโรคศุกร์ที่13สูงถุง21ล้านคนเลยทีเดียวโดยนอกเนื่องจากตำนานอาถรรพ์ที่ได้ฝังรากลึกภายในจิตใจของชาวตะวันตกมากันตั้งแต่โบราณกันแล้วและก็ยังมีเหตุการที่คอยตอกย้ำเรื่องราวของความเชื่อของอาถรรพ์ที่เกี่ยวกับศุกร์13ให้ผู้คนได้มีความรู้สึกหวาดกลัวอยู่อย่างต่อเนื่อง

โดยตัวอย่างเช่นสถิติตัวอย่างในการเกิดอุบัติเหตุในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ได้มีการทำสถิติเกี่ยวกับอันตรายการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละวันศุกร์เอาไว้ด้วยและผลก็ได้ปรากฏว่าวันศุกร์ที่ตรงกับวันที่13นั้นมีอันตรายในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าวันอื่นๆถึง52%

นอกจากนี้ยังได้มีการประเมินกันเอาไว้อีกว่าในแต่ละครั้งที่มีวันศุกร์ที่13เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาโดยสหรัฐอเมริกาจะต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นเงินกว่า800-900เหรียญสหรัฐเลยเนื่องจากว่าประชาชนในบางส่วนไม่กล้าที่จะเดินทาไม่กล้าที่จะออกจากบ้านไปไหนจนถึงขนาดที่ว่าไม่กล้าแม้จะไปทำงานกันเลยทีเดียว

แม้แต่ในเมืองไทยของเราเองก็ไม่น้อยหน้าเพราะว่ายังได้มีบางโรงแรมแล้วก็ตึกในบางแห่งจะไม่มีชั้นเบอร์13หรือว่าห้องเบอร์13ให้ได้เห็นอีกด้วยเช่นกันหรือแม้กระทั่งในตึกตัวลิฟส์ของสำนักงานบางแห่งเขาก็จะไม่มีปุ่มกด13ให้ๆได้เห็นอีกด้วยเช่นกัน

เนื่องจากว่าคนไทยในบางกลุ่มก็ได้มีความกลัวต่ออาถรรพ์นี้เช่นเดียวกันแล้วก็เพื่อความสบายใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีความเชื่อต่ออาถรรพ์ของตัวเลข13ด้วยเช่นกันนั่นเองและนอกจากนี้ยังได้มีเรื่องราวหรือว่าเหตุการณ์ที่เลวร้ายในหน้าของประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่13ที่ได้บันทึกเอาไว้อยู่หลายเหตุการณ์เช่นกัน

ซึ่งตัวอย่างเช่น ศุกร์ที่13ในปี1869เคยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในอเมริกาหรือวันศุกร์ที่13ในปี1929เกิดเหตุตลาดหุ้นในอเมริกาล่มหรือว่าศุกร์13ในปี1939เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ออสเตรียสุกร์ที่13ในปี1945เกิดสงครามทางอากาศในครั้งสำคัญนประเทศนอร์เวย์

เพราะฉะนั้นแล้วศุกร์13ในปี1970เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติภายุกระน่ำมายังที่ประเทศบังกลาเทศมีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากศุกร์ที่13ปี1978ได้เกิดการสังหารหมู่ในประเทศอิหร่านศุกร์ที่13ในปี1982อาเจนติน่าได้ยกกองกำลังขึ้นเกาะฟอล์กแลนด์ที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัครสมาชิก

เรื่องเล่า นิทาน ตำนานปลาไหล

ในครั้งสมัยพุทธกาลได้มีงูใหญ่อยู่ตัวหนึ่งได้อาศัยอยู่ในป่างูตัวนั้น ตำนานปลาไหล มีลักษณะที่แปลกประหลาดไปจากงูชนิดอื่นๆคือมันได้มีเกล็ดสีเขียวจางๆและมีหงอนอยู่บนหัวอีกด้วย

ซึ่งหากจะมองให้ดีงูตัวนั้นก็จะดูคล้ายๆกับพญานาคก็เป็นได้เพียงแต่ว่ามันดูตัวเล็กลงกว่าพญานาคเท่านั้นเองสัตว์ทุกตัวในป่ากว้างแห่งนั้นไม่รู้ที่มากที่ไปของงูตัวนี้คงจะมีแต่ท่านฤาษีอังคตเท่านั้นที่รู้เรื่องราวของมันพอสมควรเพราะท่านเป็นผู้ที่ได้เก็บมันมาจากชายฝังทะเลในขณะที่เดินไปบำเพ็ญทานเมื่อหลายปีก่อน

นอกจากนี้ท่านฤาษีอังคตกำลังจะเดินทางกลับมาที่ป่าและได้เห็นงูตัวหนึ่งได้นอนหมดแรงอยู่กลางพื้นทรายหลังจากที่ท่านได้พิจรณาดูแล้วก็เห็นว่าเป็นงูตัวใหญ่เลยทีเดียวแต่ลักษณะของมันนั้นดูคล้ายกับพญานาคมากๆมีเพียงขนาดของตัวมันเท่านั้นที่บงบอกว่าไม่ใช่พญานาคแต่ก็จัดว่าเป็นงูที่มีขนาดใหญ่

โดยท่านฤาษีอังคตกำลังพยายามจะทำให้มันกลับลงไปยังน้ำเพื่อที่มันจะได้มีแรงและว่ายน้ำกลับไปแต่ท่านคิดผิดแทนที่มันจะดีใจเมื่อได้เจอน้ำมันกลับว่ายหนีขึ้นมาบนผืนทรายอีกครั้งและนอนหมดแรงอยู่อย่างนั้นท่านฤาษีอังคตก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีจึงพามันกลับไปที่ป่าด้วยและให้มันนอนพนักอยู่ที่หน้าอาสมอยู่เรื่อยมา

ดังนั้นด้วยความที่ว่ามันได้เป็นงูชนิดที่แปลกไปจากงูอื่นๆและมีขนาดตัวที่ใหญ่มันจึงเป็นที่น่าเกรงขามของเหล่าสัตว์ทั่วๆไปและท่านฤาษีอังคตก็ได้ตั้งชื่อให้มันว่าอสรชาติท่านฤาษีนั้นได้แปลกใจมากที่งูลักษณะคล้ายพญานาคตัวนี้ชอบเลื่อยอยู่ในป่าแทนที่จะหาแหล่งน้ำหรือพยายามจะกลับไปที่ชายฝั่งทะเลและยิ่งนานวันมันก็ยิ่งดูแข็งแรงขึ้นจนกลายเป็นสัตว์ที่คอยเฝ้าอาสมของท่านไปแล้ว

เนื่องจากนี้อสรชาติได้อยู่กับท่านฤาษีมาหลายปีจนกระทั่งตัวมันได้โตเต็มที่และมีหงอนเป็นสีเขียวเกล็ดสวยงามในวันหนึ่งนั้นท่านฤาษีได้สังเกตว่าอสรชาติได้เปลี่ยนแปลงไปโดยมันดูสงบนิ่งมากขึ้นอีกทั้งไม่ชอบเลื่อยไปเที่ยวที่ไหนไกลๆเหมือนเช่นที่ผ่านมาท่านฤาษีทำได้แต่เฝ้าดูและคิดว่าที่มันเปลี่ยนแปลงไปนั้นเพราะคงจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ซึ่งหลังจากนั้นมาอสรชาติก็เลื่อยออกไปจากอาสมและท่านฤาษีได้ออกตามหาโดยการสืบถามจากบรรดาจากสัตว์ต่างๆที่ได้เห็นอสารชาติได้เลื่อยผ่านไปจนได้รู้ว่าอสรชาติได้เข้าไปพักอาศัยในถ้ำแห่งหนึ่งและอยู่ในถ้ำนั้นนานแล้วท่านฤาษีก็คิดว่าอสรชาติคงอยากอยู่ตามลำพังท่านก็เลยไม่ได้ติดตามไปยังในถ้ำ

 

สนับสนุนโดย.  gclub

ตำนานวัดเจดีย์

ถ้าหากเราพูดถึงความเชื่อความศรัทธาในแต่ละพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคในประเทศไทยเองก็จะมีสิ่งที่เขาเคารพนับถือบูชากันอย่างมากมาย ตำนานวัดเจดีย์ โดยก็จะมีความแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือในทุกความเชื่อความศรัทธาต่างก็จะมีประวัติความเป็นมาที่ถูกเล่าขานสืบต่อกันมายาวนานทั้งสิ้นไม่เว้นแต่สถานที่แห่งนี้นั่นก็คือวัดเจดีย์ไอไข่อำเภอสิชลจังหวัดนครศรีธรรมราชนั่นเอง

นอกจากนี้หากพูดถึงวันเจดีย์ทุกคนอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงของไอไข่วัดเจดีย์ที่เป็นที่โด่งดังเอามากในจังหวัดนครศรีธรรมราชและก็บริเวณใกล้เคียงโดยปัจจุบันที่วัดแห่งนี้ต้องบอกเลยว่าได้เป็นอีกหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตำนานหรือว่าเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ถูกเล่าต่อๆกันมาอย่างยาวนาน

โดยในปัจจุบันที่วัดแห่งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังเอามากๆโดยเฉพาะเรื่องราวเสียงล้ำลือของความศักดิ์สิทธิ์ของรูปไม้ที่ได้ถูกแกะสลักเป็นรูปชายที่ได้ถูกตั้งอยู่ในศาลาวัดเจดีย์นั่นเองที่ว่ากันว่าไม่ว่าใครจะไปขออะไรก็มักจะสำเร็จและสมหวังในทุกๆเรื่องเลย

ซึ่งได้ทำให้วัดเจดีย์แห่งนี้ได้กลายมาเป็นที่รู้จัดของคนอย่างมากมายในชื่อของวัดไอไข่นั่นเองและเรื่องราวตำนานที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดเจดีย์นั้นว่ากันว่าได้ถูกก่อสร้างขึ้นมานานกว่า1,000ปีแล้วและยังคงเหลือแต่เจดีย์โบราณที่อยู่ด้านบริเวณโบสถ์ในปัจจุบัน

เมื่อในปีพ.ศ.2500นั่นเองก็ได้มีการก่อสร้างบูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่จึงได้มีพระภิกษุได้เข้ามาจำวัดแห่งนี้และยังเป็นที่ประดิษฐานของพ่อท่านที่ได้เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ได้อยู่มาตั้งแต่เป็นวันร้างแล้วนั่นเองแต่สิ่งที่ทำให้วัดร้างนี้เป็นที่รูปจัดกันมามายนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นตาไข่หรือไอไข่แห่งวัดเจดีย์นั่นเอง

โดยตาไข่หรือว่าไอไข่นี้ก็เป็นรูปไม้ที่ได้ถูกแกะสลักของเด็กชายที่ได้มีอายุประมาณ10ขวบที่ได้จัดตั้งอยู่ที่ศาลาของวัดเจดีย์และยังได้เชื่อกันอีกว่าได้มีวิญญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ได้อยู่ในรูปแกะสลักแห่งนี้หลังจากนั้นมาจึงได้เป็นที่สักการะให้ชาวบ้านได้เข้ามากราบไหว้บูชาให้แก่ชาวบ้านที่ได้อยู่อาศัยในบริเวณนั้นอีกทั้งยังโด่งดังข้ามจังหวัดเลย

เพราะฉะนั้นแล้วก็ยังได้มีผู้คนชาวบ้านต่างก็ได้พากันเข้ามาขอพรจากรูปแกะสลักรูปไอไข่ให้ประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆทั้งนี้ยังมีบันดานักเสี่ยงโชคเองต่างก็ได้มีความเลื่อมใสในความศรัทธาในพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของไอไข่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์

ตำนานแม่น้ำแอเคอรอน

       ตำนานแม่น้ำแอเคอรอน   สำหรับบทความนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวพันกับความเชื่อที่ว่าเมื่อคนตายไปแล้วจะต้องมีการนำเหรียญเงินติดตัวไปด้วยซึ่งเราจะเห็นได้จากอย่างเช่นประเทศไทยเองเมื่อมีคนตายก่อนที่จะมีการเผาศพหรือฝังศพนั้นก็จะมีการนำเหรียญบาทไปใส่ไว้ในปากของศพเพราะโดยเชื่อว่าถ้าหากว่ามีเงินติดตัวไปด้วยเมื่อไปอยู่ในภพภูมิหน้าศพที่ตายไปแล้วก็จะสามารถนำเงินที่ใส่ไปให้นั้นเอาไปใช้งานในภพภูมิหน้าได้ด้วย

          ซึ่งในขณะเดียวกันความเชื่อนี้ในต่างประเทศเองก็มีเช่นเดียวกันสำหรับความเชื่อในต่างประเทศในการนำเหรียญใส่ไว้ในศพเพื่อให้นำติดตัวไปด้วยเป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่น่าสนใจเป็นอย่างมากโดยความเชื่อนี้มีความเกี่ยวพันกับแม่น้ำสายหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกว่าแม่น้ำ แอเคอรอน  

        สำหรับตามตำนานความเชื่อที่มีการเล่าหรือพูดถึงแม่น้ำแอเคอรอน  นั้นผู้คนมีความเชื่อกันว่าแม่น้ำแห่งนี้คือ แม่น้ำแห่งความวิบัติจากยมโลก แม่น้ำแอเคอรอน   อยู่ในภูมิภาค อิภัยรัฐ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรีซมีปลายทางไหลลงสู่ทะเลไอโอเนียน   จากตำนานเทพปกรณัมกรีก   แอเคอรอน  ได้รับการขนานนามว่าเป็นแม่น้ำแห่งความวิบัติและความทุกข์ยาก และเป็นหนึ่งในแม่น้ำทั้ง 5 ในด่านยมโลกแต่เป็นแม่น้ำเพียงสายเดียวที่ไหลผ่านดินแดนของมนุษย์

           ในบางตำนานก็ยกให้แม่น้ำ แอเคอรอน เป็นแม่น้ำสายหลักของยมโลกแทนที่แม่น้ำสติ๊ก โดยเชื่อว่าแม่น้ำ แอเคอรอน เป็นพรมแดนกั้นระหว่างดินแดนของมนุษย์กับดินแดนยมโลกหลัง หลังจากชีวิตวิญญาณจะเดินทางมาที่ริมฝั่งแม่น้ำแอเคอรอน เพื่อเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งความตายโดยการจ่ายเงินจำนวน 1 เหรียญเงินให้กับคนพายเรือซึ่งมีชื่อว่าแอเคอรอน  ให้พาเรือข้ามไปแต่ถ้าหากไม่มีค่าโดยสาร ดวงวิญญาณของคนที่เสียชีวิตไปแล้วก็จะต้องร่อนเร่ทุกทรมานอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำแอเคอรอน ไปตลอดกาล

            จึงเกิดเป็นธรรมเนียมในการนำเหรียญเงิน ใส่ไว้ในปากของคนตาย เพื่อใช้สำหรับเอาไว้เป็นค่าผ่านทาง และถึงแม้ว่าแอเคอรอน จะเป็นแม่น้ำที่มีการเกี่ยวพันกับดินแดน แห่งความตายแต่ในความเป็นจริงแล้ว แอเคอรอน เป็นแม่น้ำที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม และยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการล่องแก่ง การขี่ม้าและกิจกรรมการใช้อื่นๆ 

     อย่างไรก็ตามเรื่องเล่าหรือตำนานก็เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าหรือตำนานเท่านั้นซึ่งปัจจุบันไม่มีใครเกิดความหวาดกลัวเกี่ยวกับตำนานของแม่น้ำแอเคอรอน  กันแล้วเขาด้วยความสวยงามของทัศนียภาพบริเวณโดยรอบของแม่น้ำแห่งนี้กลายเป็นที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวเผื่ออยากจะค้นหาสถานที่จริงจากตำนานนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ