Titanoboaยังหลงเหลือมีชีวิตอยู่บนโลกของเราอยู่หรือไม่?

ซึ่งได้มีทหารชาวเบลเยียมคนหนึ่งที่มีชื่อว่า REMYVAN LIERDENโดยเขาได้อ้างว่าเขานั้นได้ทำการถถ่ายรูปภาพของTitanoboaได้ในขณะที่พวกเขานั้นกำลังจะบินเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบนฟ้าเพื่อที่เขานั้นกำลังจะหนีเจ้างูยักษ์ตัวนี้อยู่และรูปภาพนั้นเป็นเพียงภาพเดียวที่ได้ยืนยันได้เลยว่าการมีอยู่ของTitanoboaและเป็นครั้งเดียวที่ได้มีการพบเจองูยักษ์ในป่าดงดิบตัวนั้นก่อนที่จะไม่มีใครพบเจองูตัวนั้นอีกเลย

โดยตรงนี้มันอาจจะเป็นข้อมูลที่ได้มีการค้นพบเจองูยักษ์Titanoboaก็เป็นได้ที่เราได้มองเห็นว่ามันน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดและมันเป็นเพียงข้อมูลเดียวที่มีภาพถ่ายยืนยันเป็นหลักฐานนั่นเองและตรงนี้เราเชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะตั้งคำถามขึ้นมาทันทีหลังจากที่เราเอาหลักฐานตรงนี้ขึ้นมาให้ทุกคนได้ดูกันนั้นก็คือ

ดังนั้นเราได้คิดว่าเจ้างูTitanoboaมันยังมีชีวิตจริงๆอยู่บนโลกใบนี้และมันยังคงได้อาศัยอยู่บนโลกใบนี้หรือเปล่าถ้าหากว่าจะเอาตามมความรู้สึกของเราและเราจะไม่ขอตอบว่า50/50เหมือนก่อนเราคิดว่ามันน่าจะยังมีตัวตนและมันน่าจะยังมีชีวิตอยู่บนโลกแต่มันอาจจะไม่มีขนาดที่ใหญ่เทียบเท่ากับTITANOBOAเมื่อ60ล้านปีที่แล้วแต่มันน่าจะเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานTitanoboaที่มีขนาดย่อลงมาคิดว่ามันน่าจะมีขนาดอยู่ที่5-10เมตรนั่นเอง

นอกจากนี้ในมุมมองส่วนตัวของเราเราต้องขอบอกก่อนเลยว่าเราได้มองว่าสัตว์ในยุคดึกดำบรรพ์มันไม่น่าจะมีเพียงชนิดเดียวอย่างTitanoboaที่มันน่าจะมีชีวิตและอาศัยอยู่และมันยังคงสภาพร่างกายของมันให้ได้ใกล้เคียงกับยุคในอดีตให้ได้มากที่สุดอยู่เพียงแค่ชนิดเราเชื่อว่ามันน่าจะมีสัตว์อีกหลายสายพันธุ์ที่เขานั้นน่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นทั้งฉลามยักษ์เนสซีหรือว่าจะเป้นสัตว์ในยุคโบราณอื่นๆอย่างจระเข้ยักษ์แบบนี้

เพราะฉะนั้นแล้วเราเชื่อว่ามันน่าจะยังมีอยู่วแต่ว่าขนาดตัวของพวกมันอาจจะไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ากับขนาดบรรพบุรุษของพวกเขาขนาดตัวของพวกเขาอาจจะย่อลงมาแต่มันก็ไม่ได้ย่อเล็กเหมือนงูในยุคปัจจุบันที่เป็นอย่างจรเข้หรืองูทั่วไปที่เราอยู่แต่อาจจะมีขนาดใหญ่กว่าสัตว์เหล่านี้สองเท่าหรือสามเท่าและสัตว์เหล่านั้นในมุมมองของเรา

ซึ่งเราคิดว่าเขาอาจจะต้องการความเป็นอยู่ที่สงบเขาอาจจะต้องการพื้นที่ที่ใหญ่กว่าสัตว์โดยทั่วไปเลยทำให้พวกเราอาจจะพบเห็นเขาได้น้อยมากและอาจจจะมีการพบเห็นได้ในบางครั้ง

 

 

สนับสนุนโดย.    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ตำนานอาแปะติดฝิ่น

สำหรับที่วัดบวรนิเวศราชวรวิวหารหรือว่าวัดบวรก็จะมีประตูทางเข้าที่สลัดเป็นรูปทวารบาลอยู่โดยที่ปากทวารบาลเหล่านี้ก็จะมีสีดำๆไหลออกมาราวกับเลือดเลยถึงแม้ว่าทางกรมศิลปะกรจะมาซ้อมประตูใหม่แล้วและสีดำๆมันก็ยังคงไหลออกมาจากปากทวารบาลอยู่เรื่อยๆมันเกิดอะไรขึ้นแต่ว่าเลือดอะไรมันจะดำขนาดนั้น

โดยที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลือดแต่ว่ามันเป็นฝิ่นแต่ทว่าฝิ่นอะไรมันได้มาอยู่ที่ปากของท่านทวารบาลได้ล่ะเอาเป็นว่าเรามาดูกับความเป็นมาของทวารบาลกันดีกว่า

นอกจากนี้ทวารบาลหรือว่าคนที่คอยเฝ้าประตูมั นเป็นเรื่องที่คนไทยน่าจะนำมาจากคนจีนพอทวารบาลเหล่านี้ได้เข้ามาในประเทศไทยก็จะมาแต่งกายจีนๆยืนในวัดไทยมันก็ยังไงอยู่คนไทยก็เลยทำให้มีความเป็นไทยมากขึ้นจับท่านมาแต่งองค์ทรงเครื่องให้ดูเป็นไทยจากเทวดาให้กลายมาเป็นยืนโชว์พุงใส่เสื้อจีนมีหนวดก็เลยเป็นเทวดาที่มีร่างผอมบาง

ส่วนที่ปากของทวารบาลทำไมถึงได้มีสีดำๆไหลออกมาอยู่ตลอดเวลาก็จะต้องเล่าเรื่องไปถึงสมัยก่อนเลยที่คนจีนเข้าไปอพยพมาที่เมืองไทยเป็นจำนวนมากในช่วงนั้นประเทศจีนอยู่ไม่ได้แล้วคนจีนก็หนีออกจากนอกประเทศกันหมด

ซึ่งมันได้เกิดสงครามฝิ่นคนจีนก็เลยติดฝิ่นกันเยอะบรรดาที่อพยพมาก็ได้มีอาแป๊ะคนหนึ่งเขาติดฝิ่นอย่างหนักมากจากนั้นเขาก็หาฝิ่นมาเสพไม่ได้จึงทำให้อาแป๊ะลงแดงสุดท้ายก็คานไปตายอยู่ที่หน้าวัดชาวบ้านที่อยู่ในระแวกนั้นก็เกิดอาการน่าเวทนาอาแป๊ะขึ้นมาก็ช่วยเอาศพแก่ไปเผาในวัด

เนื่องจากนี้ต่อมาไม่นานด้วยความที่ว่ายังคงอยากเสพฝิ่นมันจะมีอยู่วิญญาณของอาแป๊ะยังคงอยากเสพฝิ่นอยู่ก้เลยไปเข้าฝันเจ้าอาวาสว่าข้าลำบากมากเลยข้าอยากเสพฝิ่นไม่มีที่อยู่จึงได้มาเป็นสัมภเวสีเร่ร่อนท่านเจ้าอาวาสก็ได้บอกว่าที่ประตูหน้าวัดมีรูปเสี้ยวกลางอยู่เจ้าไปสิงอยู่ในรูปนั้นแล้วกันอาแป๊ะก็เลยเป็นวิญญาณที่ดูแลประตูวัดอยู่นั่นเอง

ซึ่งในระยะเวลาต่อมาก็ได้มีชาวบ้านได้มาขออะไรกับอาแป๊ะอย่างมากมายแล้วสิ่งที่ได้ไปบนบาลมาก็ประสบความสำเสร็จอีกด้วยก็เลยจะต้องหาของเอามาแก้บนพวกชาวบ้านได้เห็นว่าเป็นวิญญาณอาแป๊ะโดยอาแป๊ะเขาชอบฝิ่นก็เลยนำเอาฝิ่นเอามาป้ายบอกจนทำให้ปากของทวารบาลนั้นดำทั้งปากไปหมดเลย

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.      เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

ตำนาน ที่มาของงูที่คล้องอยู่ตรงคอพระศิวะ

          พระศิวะนับได้ว่าเป็นมหาเทพของศาสนาฮินดูซึ่งคนที่นับถือศาสนาฮินดูรวมถึงคนอินเดียมักจะให้ความเคารพนับถือพระศิวะซึ่งถือว่าเป็นเทพสูงสุดในศาสนาฮินดูและภาษีวะนั้นได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งการต่อสู้และทำลายล้างหากใครที่ได้เคยดูพระพุทธรูปหรือเคยเห็นพระพุทธรูปที่เป็นองค์พระศิวะจะเห็นได้ว่าที่บริเวณลำคอของพระองค์นั้นจะมีเอาตัวหนึ่งของอยู่ที่คอของพระองค์ซึ่งนับได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ขององค์พระศิวะเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามได้มีเรื่องเล่าของที่มาของงูตัวดังกล่าวว่าสามารถที่จะไปอยู่บนคอของพระศิวะได้อย่างไรซึ่งเรื่องเหล่านั้นมีตำนานออกมาพูดถึงว่าในสมัยก่อนนั้นพระศิวะนั้นมีรูปโฉมที่งดงามเป็นอย่างมากผู้หญิงคนไหนเห็นต่างก็พากันรักและหลงใหลในตัวพระศิวะเป็นอย่างมากซึ่งได้มีนักบวชคนหนึ่งเขามีภรรยาอยู่หลายคนแต่ภรรยาของเขาทุกคนนั้นเมื่อได้มีโอกาส ได้ไปเห็นหน้าของพระศิวะต่างก็พากันหลงใหล

ในรูปโฉมของพระศิวะและไม่สนใจนักบวชคนดังกล่าวซึ่งทำให้นักบวชคนดังกล่าวนั้นต่างเครียดแค้นในตัวของพระศิวะเป็นอย่างมากจึงได้วางแผนที่จะฆ่าพระศิวะด้วยการส่งงูพิษเพื่อไปพระศิวะหมายจะให้พระศิวะนั้นตายแต่อย่างไรก็ตามเมื่องูดังกล่าวมาทำร้ายพระศิวะปรากฏว่ามันได้ถูกพระศิวะฆ่าตายซึ่งหลังจากที่งูพิษตัวดังกล่าวตายแล้ว

พระศิวะได้นำร่างของงูพิษตัวนั้นมาไว้ที่คอของตนเองเพื่อประกาศให้นักบวชคนดังกล่าวได้เห็นว่างูพิษที่ส่งมาทำร้ายพระองค์นั้นได้ถูกพระองค์สังหารเป็นที่เรียบร้อยแล้วและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะเห็นงูของอยู่ที่คอของพระศิวะเรื่อยมากลายเป็นสัญลักษณ์ขององค์พระศิวะในปัจจุบัน  แต่อย่างไรก็แล้วแต่บางตำนานกับบอกว่างูที่ห้อยอยู่บนคอของพระศิวะนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นลูกศิษย์ของพระศิวะเอง

ที่ชื่อว่าวาสุกรีซึ่งสาเหตุที่วาสุกรีได้ขึ้นมาอยู่บนคอของพระศิวะนั่นก็เพราะว่าคุณงามความดีที่มีความสุขที่ได้สร้างขึ้นมาโดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อมีการต่อสู้กันระหว่างครุฑและพญานาคซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีพญานาคหลายตัวได้เสียชีวิตทั้งด้านวัวสุกรีเห็นว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันจึงได้เข้าช่วยเหลือต่อสู้กับครุฑทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บพระศิวะเห็นความดีของครูบาสุกรีจึงได้เข้าช่วยเหลือและได้ให้งูวาสุกรีมาอยู่บนคอของพระองค์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

สนับสนุนโดย.    gclub casino online มือถือ

ความเป็นมาของตุ๊กตาดอลฟี่

        สำหรับตุ๊กตาดอลฟี่นั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลีเป็นตุ๊กตาที่มีความสวยงามน่ารักและเป็นตุ๊กตาที่มีหน้าตาคล้ายกับคนจริงๆไม่ว่าจะเป็นปลาปากจมูกผมมีการเรียนแบบคนมาทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นการจำลองรูปร่างของคนมาในรูปแบบของตุ๊กตานั่นเองซึ่งตุ๊กตาดอลฟี่นี้ ถูกออกแบบมาจากบริษัทชินคอร์ปอเรชั่นจำกัดโดยมีการคิดค้นขึ้นมาด้วยการจำลองรูปร่างของคนเพียงแต่ว่าจะย่อขนาดจากคนจริงๆลงมาเป็นตัวตุ๊กตาเล็กนั่นเอง

นอกจากนี้ตุ๊กตาดอลฟี่ยังเป็นตุ๊กตาที่มีความทันสมัยเพราะจะมีการแต่งกายให้กับตุ๊กตาตัวนี้คล้ายกับคนและชุดแต่ละชุดของตุ๊กตาดนตรีนั้นก็จะมีความสวยงามมีอินเทรนด์ไม่ว่าเทรนเสื้อผ้าแบบไหนใหม่ๆมาจะถูกนำมาใส่ให้กับตุ๊กตาดอลฟี่อีกทั้งหากใครที่ซื้อตุ๊กตาดนตรีมาเล่นก็สามารถเล่นแต่งตัวให้กับตุ๊กตาได้ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมจะถูกออกแบบให้มีความสมัยใหม่อยู่เสมออย่างไรก็ตามในสถานะปัจจุบันนี้ราคาของตุ๊กตาดนตรีนั้น

ถือว่าแพงมากตัวละหมื่นกว่าบาทก็มีซึ่งถ้าเป็นราคาขั้นต่ำก็จะอยู่ที่หลัก 5000 ขึ้นไปทำให้ผู้คนไม่ค่อยนิยมที่จะสะสมตุ๊กตาดอลฟี่กันมากนักส่วนใหญ่ก็จะดูจากรูปภาพและปัจจุบันนี้ตุ๊กตาดอลฟี่จะถูกนำมาแต่งตัวให้คล้ายกับตัวละครในเกมหรือตัวละครในภาพยนตร์เพื่อให้นักสะสมที่ชื่นชอบตัวละครของเกมหรือตัวละครของภาพยนตร์นั้นเอาไปสะสมอีกทั้งปัจจุบันนี้ยังมีการนำตุ๊กตาดอลฟี่นั้นมาแต่งตัวเลียนแบบให้คล้ายกับดาราโดยเฉพาะดาราญี่ปุ่นหรือแม้แต่ตัวละครตัวการ์ตูนดังๆของญี่ปุ่นก็ตามซึ่งถึงแม้ว่าต้นกำเนิดของตุ๊กตาดอลฟี่จะมาจากประเทศเกาหลี

แต่ท้ายที่สุดแล้วประเทศญี่ปุ่นกับประเทศที่ชื่นชอบตุ๊กตาดนตรีมากที่สุดและถ้าหากใครก็ตามที่อยากจะได้ตุ๊กตาดอลฟี่ส่วนใหญ่แล้วต้องไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งในปัจจุบันนี้ผู้คนก็ยังคงนิยมตุ๊กตาดอลฟี่กันอยู่และมีการนำมาออกแบบในรูปแบบต่างๆมากมายโดยเฉพาะเป็นการจำลองตัวละครในเกมทำให้ปัจจุบันนี้คนที่สะสมตุ๊กตาดนตรีส่วนใหญ่นั้นจะเป็นคนที่ชอบเล่นเกมนั่นเอง 

         ปัจจุบันนี้ถ้าหากใครได้เข้าไปชม YouTube จะเห็นว่ามีคนญี่ปุ่นบางคนได้คลิปสอนการแต่งตัวแต่งหน้าให้กับตุ๊กตาดอจีซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน YouTube  และในประเทศไทยเองถ้าหากใครที่จะซื้อตุ๊กตาดอลฟี่มาเก็บสะสมเอาไว้ก็จะต้องไปซื้อตามห้างใหญ่ๆเนื่องจากว่ามีราคาแพง

ดังนั้นอาจจะต้องมีการสั่งจองไว้ล่วงหน้าถึงจะสามารถสะสมตุ๊กตาดอลฟี่เหล่านี้ได้ แต่ว่าปัจจุบันนี้ตุ๊กตาดอนฟี่นั้นมีรูปแบบต่างๆมากมายซึ่งขึ้นอยู่กับความพอใจของคนที่ซื้อว่าอยากจะได้รูปแบบของตุ๊กตาที่เหมือนกับตัวละครในเกมหรือในรูปแบบของดาราที่แสดงในภาพยนตร์หรือซีรีย์ต่างๆ

 

สนับสนุนโดย.    เวปยูฟ่าเบท

ประวัติของพระพุทธเจ้าตอนปรินิพพาน

            สำหรับช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานนั้นในขณะนั้นพระองค์อายุได้ 80 พรรษาแล้ว  ซึ่งในตำราเรียนของประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนานั้นจะระบุว่าวันที่พระพุทธเจ้านั้นทรงดับขันธปรินิพพานนั้นเป็นวันที่ตรงกับขึ้น 15 ค่ำเดือน 6   ดังนั้นตามปฏิทินจึงมีการระบุเอาไว้ว่าในวันนี้จะถือเป็นวันเริ่มต้นของพุทธศักราชใหม่นั่นเอง

          อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีการปรินิพพานนั้นพระพุทธเจ้าได้ทรงปรินิพพานอยู่ที่บริเวณใต้ต้นสาละ  และแน่นอนว่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าก่อนที่จะปรินิพพานนั้นเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าพระองค์ได้มีการออกเผยแพร่พระพุทธศาสนามาอย่างยาวนานซึ่งนับตั้งแต่พระองค์ออกบวชจนถึงพระองค์นั้นสามารถที่จะบรรลุโสดาบันได้ด้วยตนเองและเผยแพร่พุทธศาสนานั้นพระองค์ใช้ระยะเวลาทั้งหมดในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้กับประชาชนทั่วโลก

ได้รู้จักเกี่ยวกับศาสนาพุทธนั้นเป็นระยะเวลาถึง 45 ปีด้วยกันโดยตามตำราเรียนของประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาระบุว่าพระพุทธเจ้านั้นส่งล่วงหน้าอยู่แล้วว่าพระองค์นั้นจะส่งดับขันและปรินิพพานในวันไหนซึ่งพระองค์ได้มีการบอกกล่าวกับสาวกของพระองค์ล่วงหน้าเอาไว้ก่อนถึง 3 เดือนด้วยกันว่าในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 พระองค์จะปลงอายุสังขาร 

          และก่อนที่พระพุทธเจ้าจะส่งดับขันเพียง 1 วันเท่านั้นพระองค์ได้ประทับอยู่ที่เวฬุคาม  ซึ่งอยู่ในแคว้นวัชชี   โดยในวันนั้นได้มีชายคนหนึ่งชื่อว่าจุนทะนำอาหารมาถวายให้กับพระองค์ซึ่งเป็นอาหารเพลโดยอาหารนั้นเป็นการถวายสุกรมัทวะ   ซึ่งเมื่อพระองค์จึงเข้าไปแล้วก็ทำให้เกิดอาการประภาสไม่สบายทันทีทำให้ในครั้งนั้นพระอานนท์ซึ่งอยู่กับพระพุทธเจ้าด้วยรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากที่หลังจากกินอาหารที่นายจุนทะเอามาถวายแล้วทำให้พระพุทธเจ้านั้นส่งป่วยหนักลงทันทีแต่พระพุทธเจ้านั้นก็ได้มีการเทศนากับพระอานนท์และยังบอกพระอานนท์อีกว่าสิ่ง ที่จะเป็นศาสดาและเป็นตัวแทนของพระองค์นั้นก็คือหลักธรรมคำสั่งสอนและพระธรรมวินัยหลังจากที่พระองค์ตายไปแล้ว

ก็ให้ใช้หลักธรรมทางสั่งสอนของพระองค์นั้นในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาต่อไป  ซึ่งตั้งแต่พระองค์เสวยอาหารเพลที่นายจุนทะนำมาถวายอาการป่วยของพระองค์ก็ทรุดหนักลงเรื่อยๆแต่พระพุทธเจ้าก็ยังส่งเดินทางไปที่เมืองกุสินาราเพื่อไปประทับอยู่ที่ป่าสาละและท้ายที่สุดแล้วพระองค์ก็เสียชีวิตอยู่ในป่าสาระนั่นเองซึ่งในวันที่พระพุทธเจ้าทรงดับขันธ์นั้นพระพุทธเจ้าก็ยังทรงบวชให้กับ  พระสุภัททะปริพาชกอีกหนึ่งรูป  ซึ่งเป็นพระสงฆ์องค์สุดท้ายที่พระพุทธเจ้านั้นได้ทรงบวชให้ก่อนที่พระองค์นั้นจะปรินิพพาน

       ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงปรินิพพานนั้นได้มีพระสงฆ์เป็นจำนวนมากที่มารวมตัวกันในวันนั้นซึ่งนอกจากพระสงฆ์แล้วยังมีพระอรหันต์ที่พระพุทธเจ้านั้นได้ทรงบวชและได้ทรงแสดงธรรมให้จนบรรลุอรหันต์กลุ่มแรกๆนั้นก็พากันรวมตัวกันณบริเวณป่าสาระตรงจุดที่พระพุทธเจ้าดับขันธ์อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    sa gaming ทดลองเล่น

ประวัติของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 

      สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเขตจังหวัดทางภาคใต้ อย่างจังหวัด พังงา อย่างอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ก็มีประวัติมาหลายสิบปีแล้ว แต่ก่อนที่จะมาเป็นสถานที่สำหรับเปิดให้มีการทอ่งเที่ยวได้นั้น ที่นี่ก็จะเป็นเพียงป่าที่มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่น มีเกาะรายล้อมมากมาย หลายเกาะ

      แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปิดให้มีการเข้ามาทอ่งเที่ยวได้ ก็กลายเป็นว่าหมู่เกาะต่างต่างเหล่านี้ ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้อย่างมาก และเมื่อผู้คนที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่ก็กลายมีการพูดกันปากต่อปาก ทำให้คนเริ่มรู้จักสถานที่นี้มากยิ่งขึ้น จนในที่สุดก็กลายมาเป็นสถานทีท่องเที่ยวให้คนทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศรู้จัก และกลายมาเป็นสถานทีท่องเที่ยวที่ติดอันดับของโลกที่มีคนรู้จักและนิยมเดินทางมาเที่ยวที่นี่ 

    สำหรับข้อมูลเบื้องต้นของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน  มีอาณาเขตพื้นที่ในจังหวัดพังงา โดยอยู่ในตำบลเกาะพระทอง  โดยอยู่ในพื้นที่ของอำเภอ  คุระบุรี  สถานที่แห่งนี้ มีการถูกแต่งตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 1 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2525  ซึ่งนับได้ว่าสถานที่แห่งนี้กลายมาเป็นอุทยานแห่งชาติ อันดับที่ 43 ของประเทศไทย และนับตั้งแต่เปิดได้รับการแต่งตั้งให้เปิดเป็นอุทยานแห่งชาติ จนถึงปัจจุบันแล้วก็นับว่าสามสิบกว่าปีมาแล้ว 

      และหากใครก็ตามที่อยากจะเดินทางไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน  จะต้องเดินทางมาเที่ยวได้เฉพาะช่วงประมาณชองวันที่ 15 เดือนตุลาคม  และจะปิดการให้เที่ยวตั้งแต่วันที่ 15 เดือนพฤษภาคม ของทุกปีเพียงเท่านั้น สำหรับช่วงเวลาอื่นจะมีการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเที่ยวเพราะจะต้องให้ธรรมชาติได้มีการฟื้นฟูสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ให้กับมาสวยงามอีกครั้งหลังจากที่มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวและอาจจะมีการสร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติ เช่น แนวปะการัง และความสวยงามของท้องทะเล และความสะอาดของเกาะนั่นเอง 

    ลักษณะของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันนั้นจะมีเกาะมากมายเรียงรายอยู่ใกล้กันตั้งแต่ทางตอนหนือลงไปทางตอนใต้ จะมีการรวมแล้วประมาณ 9 เกาะด้วยกัน และคำเรียกที่มีการตั้งชื่อว่า สิมิลัน นั้น เป็นความหมายตามจำนวนเกาะ เพราะที่นี่มีทั้งหมด 9 เกาะ จึงถูกเรียกว่า สิมิลัน ซึ่งมาจากภาษามลายูนั่นเอง

   อย่างไรก็ตามต่อมาเกาะสิมิลัน ได้มีการเพิ่มจำนวนเกาะมากกว่าเดิมจาก 9 เกาะมาเป็นทั้งหมด 11 เกาะด้วยกัน  ดังนั้น อาณาเขตพื้นที่ของเกาะสิมิลันในขณะนี้รวมกันแล้วทั้งหมด อยู่ที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร  สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ปัจจุบันนี้ได้มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปดำน้ำเพื่อดูแนวปะการัง  และมีการเปิดโรงแรมและรีสอร์ท เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวมากขึ้นเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนรวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทย

     

 

สนับสนุนโดย  Royal casino

ตำนานความรักของเจ้าแม่สิงโตที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

          สำหรับสิทธิ์นักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ที่จบมานานแล้วหรือแม้แต่ศิษย์ปัจจุบันชื่อว่าทุกคนต่างก็รู้ถึงตำนานของเจ้าแม่สิงโตกันเป็นอย่างดีซึ่งเจ้าแม่สิงโตที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้เป็นตำนานที่มีการเล่าขานกันจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องและยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ซึ่งยังมีหลักฐานปรากฏอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สาขาท่าพระจันทร์โดยที่นี่จะมีศาล อยู่ที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ซึ่งจะอยู่ตรงบริเวณตึกคณะเศรษฐศาสตร์ซึ่งสารดังกล่าวนั้นจะมีการระบุชื่อเอาไว้ว่าศาลสิงโตทองอีกบางคนก็มีการเรียกว่าศาลเจ้าแม่สิงโตทองนั่นเองโดยที่ศาลเจ้าแม่สิงโตทองนั้นหากใครเข้าไปกราบไหว้ก็จะเห็นว่าจะมีสัญลักษณ์ของสิงโตซึ่งมีการนำมาเป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ตั้งอยู่และมีตำนานเกี่ยวกับเรื่องของความรักของศาลเจ้าแม่สิงโตทองของที่นี่ด้วยว่าเมื่อสมัยโบราณนั้นการค้าขายระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศนั้น

จะค้าขายกันโดยการสัญจรผ่านทางเรือซึ่งคนที่มาค้าขายกับคนไทยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นกลุ่มคนจีนด้วยคนจีนมักจะมีการขนสินค้าขึ้นนำรวมเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นพวกข้าวของเครื่องใช้  เครื่องชามต่างๆโดยมีเรือลำหนึ่งซึ่งพ่อค้านั้นได้มีการบรรทุกของเพื่อจะเอามาขายที่ประเทศไทยเหมือนเดิมแต่ในเดือนนั้นได้มีการนำรูปปั้นสิงโตมาด้วย

ซึ่งได้นำมา 2 ตัวตัวนึงเป็นตัวผู้และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นตัวเมียโดยเชื่อกันว่าสิงโตทั้ง 2 ตัวนั้นเป็นสิงโตที่เป็นสามีภรรยากันต่อมาเมื่อถึงที่ประเทศไทยตรงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เรือสำเภาของพ่อค้าชาวจีนคนดังกล่าวนั้นได้เกิดร่มลงข้าวของเครื่องใช้ในเดือนนั้นก็จมลงไปใต้แม่น้ำชาวบ้านต่างก็พากันมาช่วยกันงงข้าวของเครื่องใช้ขึ้นมาไว้บนบก

ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่สามารถนำขึ้นมาได้นั่นก็คือรูปปั้นสิงโตซึ่งเป็นเพศเมียแต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านต่างพยายามพากันช่วยตามหารูปปั้นสิงโตเพศผู้แต่ก็ไม่สามารถที่จะหาได้ซึ่งไม่รู้ว่าถูกน้ำพัดพาไปที่ไหนแล้วและหลังจากที่มีการนำสิงโตเพศเมียขึ้นมาไว้บนบกได้แล้วชาวบ้านได้นำรูปปั้นหันหน้าเข้าไปด้านฝั่งของถนนแต่อยู่ๆก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้นเมื่อสิงโตเพศเมียที่ถูกหันไปอีกฝั่งหนึ่งได้หันกลับหน้ามายังแม่น้ำอีกรอบหนึ่ง

และไม่ว่าใครจะพยายามขยับให้หันไปฝั่งตรงข้ามยังไงก็ไม่สามารถขยับได้จึงทำให้มีความเชื่อกันว่ารูปปั้นสิงโตเพศเมียนั้นกำลังมองหารูปปั้นสิงโตเพศผู้อยู่จึงได้หันหน้าออกไปทางริมแม่น้ำนั่นเองและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านจึงได้มีการมาตั้งศาลให้และได้มีการนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอพรโดยเฉพาะถ้าหากนักศึกษามาขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความรักหรือมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนแล้วก็มักจะสมหวังทุกครั้งไปนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ ได้เงินจริง

อิสรภาพแห่งการนำเสนอผลงาน 

งานศิลปะต่างๆมีการปรับปรุงรูปแบบในการสร้างสรรค์ผลงานโดยเฉพาะงานประติมากรรมหน้าตามีการสร้างตั้งแต่ยุคหิน หากมองย้อนกลับไป 30,000 ถึง 10,000 ปีก่อนคริสต์ศักราชการสร้างสรรค์ผลงานเรียกว่าการนำศิลปะมาจากวัตถุดิบธรรมชาติมาพัฒนาในการปรับเปลี่ยนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้นหรือแม้แต่เป็นการนำมาจดบันทึก ฝาผนังหรือผนังถ้ำต่างๆ ผู้คนในยุคสมัยก็มีการส่งต่อเรื่องราวต่างๆในการสร้างสรรค์ผลงานหรือว่าจะเป็นในส่วนของการนำสิ่งเหล่านั้น

เข้ามาพัฒนารูปแบบต่างๆที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การสร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ช่วยผู้คนสามารถเข้าถึงการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆยกตัวอย่างเช่นการสร้างสังคมของมนุษย์ สถานที่ตั้งของ การจัดแสดงสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นการสร้างสังคมของมนุษย์แม้แต่จะเป็นการล่าสัตว์ต่างๆ ที่ช่วยผู้คนสามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งศิลปะต่างๆถูกสันนิษฐานได้ว่ามนุษย์มีการพัฒนางานศิลปะอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดก็ตามยังไงก็ตามนี้จะเป็นสำคัญ

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การนำศิลปะต่างๆมาพัฒนาให้เหมาะกับยุคแต่ละสมัย การส่งต่อต่างๆตั้งแต่จุดเริ่มต้นเป็นยุคหินต่างๆก็มีการปรับปรุงและพัฒนาอยู่ตลอด ผู้คนค่อยๆมีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นความชำนาญหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆการประกอบภาพบนผนังหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่ออารยธรรมต่างๆไปตามยุคสมัยต่างๆอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันก็ยังมีการสืบ เกี่ยวกับงานศิลปะมาพัฒนาหรือแม้แต่จนการปรับปรุงของผู้คนในยุคสมัย

เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการรับรู้เรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่เป็นการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆเป็นการปรับปรุง เพราะแต่ยุคสมัยก็มีอิสระในการแสดงสรรค์ผลงานโดยการมีการปรับปรุงงานต่างๆ การแสดงรูปแบบหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละยุคสมัยก็มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพัฒนาตลอดเวลา

ผู้คนให้ความสนใจในการสร้างสรรค์ผลงานเป็นการปรับปรุงรูปแบบในการสร้างสรรค์ผลงาน ที่ช่วยให้มีการเข้าถึง The martian การปรับปรุงงานต่างๆที่มีเพิ่มมากขึ้นความชำนาญและความสามารถของผู้คนก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา นี่จึงเป็นอิสรภาพแห่งการนำเสนอผลงานต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ การปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาหรือแม้แต่จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนตามยุคสมัยหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างต่างๆของผู้คน

อิสระของการนำเสนอผลงานคนเราสามารถนำเสนอผลงานตามต้องการได้ไม่ว่าจะเป็นผลงานชนิดใดก็ตามมีการเสนอความคิด หรือแม้แต่จะเป็นจินตนาการต่างๆ เพราะจินตนาการต่างๆเหล่านั้นได้ถูกถ่ายทอดมาเป็นงานศิลปะมีการปรับปรุงรูปแบบให้สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น สิมาตอนนี้เองช่วยผู้คนในการพัฒนางานและมีการปรับปรุงตลอดเวลา 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ufabet บนมือถือ

ลักษณะของงานศิลปะในยุคสมัยต่างๆ 

งานศิลปะต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานไม่ว่าจะเป็นการพัฒนารูปแบบต่างๆมีการพัฒนามีการปรับปรุงที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ยุคหินก็มีลักษณะการทำงานโดยใช้วัสดุธรรมชาติเข้ามาทำงานส่วนใหญ่จะตอบสนองความต้องการของจิตรกรเองหรือคนสร้างสรรค์ผลงาน มีการสืบค้นข้อมูลว่าในยุคหินเป็นยุคแรกเริ่มที่มีการทำงานศิลปะย้อนกลับไป 30,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช

นั่นเป็นยุคที่เรามีงานศิลปะชิ้นแรกเป็นการวาดภาพระบายสีพ่นฝากำแพงฝาถ้ำหรือแม้แต่จะเป็นการแกะสลักด้วยวัสดุธรรมชาติเช่นไม้ หิน งาช้าง เขาสัตว์ ศิลปะในยุคหินก็ค่อนข้างมีเอกลักษณ์และลักษณะที่โดดเด่นอย่างยิ่งในการ ส่งต่อโครงสร้างหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนางานเพราะลักษณะงานศิลปะต่างๆมีการส่งต่อจะมีการพัฒนาตลอดเวลาจากยุค ไปสู่ยุคภาวะการพัฒนาโครงสร้างการทำงานต่างๆเหล่านี้ มีการเปลี่ยนแปลงและการส่งต่อยุคต่อมาก็เป็นยุคเกี่ยวกับที่บูชาเทวดาบุคคล

มันก็คือยุคอียิปต์ แล้วก็ถูกส่งต่อไปยังยุคกรีก ในยุคโรมัน เอกลักษณ์ในการพัฒนาจากยุคหนึ่งไปสู่อีกยุคหนึ่งเพราะว่างานศิลปะเป็นการพัฒนาต่อยอดความคิดหรือแม้แต่จะเป็นสภาพสังคมความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นผู้คนต่างๆเกิดความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนของการสร้างสรรค์ผลงานหรือแม้แต่จะเป็นการปรับปรุงรูปแบบความเป็นอยู่ของผู้คนก็มีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้น 

อย่างไรก็ตามลักษณะของงานศิลปะก็มีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาให้เข้ากับยุคสมัยนั้นหรือแม้แต่จะเป็นผู้คนนั้นตามความเชื่อหรือว่าจะเป็นศาสนาก็เป็นอีกยุคหนึ่งที่มีลักษณะเกี่ยวกับ การเชิดชูศาสนาเนื้อคือยุคคริสเตียนซึ่งเป็นยุคที่มีศึกสงครามเกี่ยวกับยุคสงครามศาสนา ในยุคนั้นก็ต้องยอมรับว่าการส่งต่อเกี่ยวกับเรื่องราวของศาสนาความเชื่อต่างๆ

ค่อนข้างเข้มข้นจึงทำให้งานศิลปะในยุคนั้นมีรูปแบบที่เกี่ยวกับศาสนาที่ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตามผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างการทำงานต่างๆมีการส่งต่อในการพัฒนาตลอดเวลาการปรับปรุงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นของรูปแบบการทำงานต่างๆส่งผลให้งานศิลปะมีประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้นเข้าถึงผู้คนง่ายขึ้นหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ในสภาพสังคม 

ผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงสร้างการติดต่อสื่อสารโดยเฉพาะในส่วนของงานศิลปะก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยพัฒนาปรับปรุงหรือไม่เช่นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของงานศิลปะที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้งานศิลปะต่างๆเหล่านั้นมีการพัฒนาและมีการปรับปรุง ผู้คนให้ความสนใจในการสร้างสรรค์ผลงานดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการพัฒนารูปแบบการทำงาน

อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่างานเซลล์ต่างๆเป็นการส่งต่อและการพัฒนาและการปรับปรุงรูปแบบต่างๆเหล่านี้ช่วยให้งานจะมีการพัฒนาโครงสร้างใหม่ๆอยู่เสมอโดยเฉพาะยุคสมัยปัจจุบันที่มีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงทำให้งานศิลปะมีรูปแบบค่อนข้างหลากหลายและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet เว็บแม่

ยุคโรมันการเจริญรุ่งเรืองและการฟื้นฟูของอาณาจักรโรมัน 

ยุคโรมันเป็นยุคที่มีความเรื่องเกี่ยวกับงานศิลปะคนข้างๆไม่ว่าจะเป็นศิลปะที่มีการวิวัฒนาการอยู่เสมอหรือแม้แต่จะเป็นการที่ถูกถ่ายทอดงานศิลปะมาจากยุค กรีก ยุคกรีกก็ไป 1 ยกที่มีความเจริญรุ่งเรืองเกี่ยวกับทางด้านวัฒนธรรมความเชื่อถือแม้แต่จะเป็นอาณาจักรของกรีกที่มีการแผ่อำนาจอยู่ตลอดเวลาที่จึงทำให้ในส่วนของอาณาจักรต่อมาก็มีการเรียนรู้หรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนารูปแบบการทำงานศิลปะในยุคต่างๆอยู่ตลอดเวลาอย่างไร

ก็ตามในยุคปัจจุบันจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทิศทางของรูปแบบการทำงานศิลปะในการพัฒนาตลอดเวลาในยุคนี้มีงานคลาสสิคจำนวนมากเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นวิวัฒนาการเกี่ยวกับเทคนิคการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นเครื่องมือที่ผู้คนในการนำมาใช้งานต่างๆ ยุคสมัยของกรีกแบ่งได้เป็น 4 ยุคใหญ่ๆคือ ยุคที่มีการทำงานศิลปะเกี่ยวกับรูปเรขาคณิต 2 คือยุคArctic ยุคคลาสสิก ยุคเฮเลนนิสติก สีรุ้งมีความสำคัญเพราะว่ามีการพัฒนาเกี่ยวกับงานศิลปะค่อนข้างมาก

ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนารูปแบบการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างในการวางโครงสร้างของการทำงานก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนต่างให้ความคิดเห็นว่าความจริงเกี่ยวกันถ่ายทอดงานศิลปะแต่ละยุคสมัยก็มีลักษณะในการทำงานที่แตกต่างกันไปแต่ยุคที่มีการพัฒนาการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อโครงสร้างในการทํางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้คนมีการพัฒนารูปแบบในการติดต่อสื่อสารการส่งต่อองค์ความรู้ต่างๆที่ถูกถ่ายทอดอยู่ตลอดเวลา นี่จึงทำให้ยุคโรมันได้อิทธิพลมาจากยุคกรีกค่อนข้างมาก ในยุคโรมันก็มีการพัฒนาเกี่ยวกับงานศิลปะโดยตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการถ่ายทอดโครงสร้างในการทํางาน

ยุคต่างๆของยุคโรมันมีการทำงานเกี่ยวกับงานปั้นหุ่นขี้ผึ้งหรือใบหน้าที่ทำมาจากขี้ผึ้งของบรรพบุรุษต่างๆเพราะชาวโรมันได้รับอิทธิพลมาจากชาวกรีกเกี่ยวกับความเชื่อหลังความตาย ที่ไม่มีอยู่จริง นี่คือทำให้ผู้คนในยุคโรมันต่างๆเหล่านั้นให้ความสนใจในการทำงานเกี่ยวกับในยุคปัจจุบันอย่างไรก็ตามแต่ละยุคสมัยมีการพัฒนารูปแบบการทำงานอยู่ตลอดเวลาความสำคัญเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานของบล็อกลมอันนั้นก็คือการใส่ใจเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆไม่ว่าจะเป็นหนวดเคราเส้นผมน้ำตาลหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างกล้ามเนื้อต่างๆยุคโรมันจึงมีรูปแบบในการทำงานที่แตกต่างกันออกไปโครงสร้างในการทำงานหรือไม่แต่จะเป็นสถาปัตยกรรมในยุคโรมันก็มีความผูกพันครั้งมาก

ทุกสมัยมีความเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกันการทำงานศิลปะมีการเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรวัฒนธรรมหรือแม้แต่การส่งต่อเรื่องราวต่างๆความเชื่อ เหตุการณ์ต่างๆจึงทำให้ยุคโรมันมีความเพิ่มฟูของงานศิลปะค่อนข้างมากจึงได้รับอิทธิพลมาจากยุคกรีกในยุคแรกๆแต่มันก็ตามมันก็มีความเจริญรุ่งเรืองเกี่ยวกับทางด้านวัฒนธรรมและงานศิลปะคนขับมาจนถึงยุคปัจจุบันก็ยังสามารถศึกษาเกี่ยวงานโรมันที่ยังหลงเหลืออยู่ได้เป็นจำนวนมาก 

 

 

สนับสนุนโดย  สล็อต777คาสิโนออนไลน์