ตำนานนางเงือกที่ไม่มีวันตาย บนแก้ว “STARBUCKS”

เพื่อนๆคนไหนเป็นแฟนพันธ์แท้ในการดื่มกาแฟสตาบัคส์ (Starbucks)นั้น เพื่อนๆเคยรู้หรือไม่ว่าแก้วที่เพื่อนๆถือนั้นมีสัญลักษณ์สีเขียวโดดเด่นและเป้นที่จดจำนั้น ไม่ใช่นางเงือกธรรมดา อย่าง Little mermaid หรอกนะ แต่นั้นคือ นางเงือกไซเรนสองหาง (Norse Siren) ที่เป็นปีศาจเงือกสาวแสนสวยในเทพนิยายปรัมปรา นั้นเอง ซึ่งผู้บริหารและก่อตั้งต้องการให้คนที่เป็นลูกค้าของเค้า เหมือนได้มาผจญภัยในท้องทะเล ( คลื่นน้ำ) นั้นเอง

พวกเค้าจึงเลือกไซเรนมาเป็นสัญลักษณ์ของกาฟแฟสตาบัคส์ แล้วเรื่องเล่าของไซเรนนางเงือกสองหาง เธอคือใครกันนะ? จริงบางตำราเค้าบอกว่าเธอเป็นนางเงือก บางตำราบอกว่าเธอเป็นปีศาจร้าย แต่จากตำนานหลายๆตำรา ได้บอกว่าเธอคือปีศาจเงือกแสนสวย ที่ค่อยนักผจญภัยตามท้องทะเลหรือมหาสมุทรนั้นเอง ด้วยความที่ไซเรนมีหน้าตาสวยงาม หุ่นเย้ายวนและมีเสียงอันไพเราะ

จึงมักจะทำให้นักผจญภัยตกหลุมรักและหลงใหลในตัวเธอนั้นเอง และเหมือนนักผจญภัยหรือนักเดินทางได้หลงรักไซเรนแล้ว เธอจะนำพวกเค้าไปกินเป็นอาหารนั้นเอง  แต่ด้วยการที่ไซเรนเป็นปีศาจเงือกที่งดงามน่าหลงใหล ยนั้นเอง เลยทำให้สตาร์บัคส์เลือกไซเรน มาอยู่บนแก้วและกลายเป็น Icon หรือสัญลักษณ์ชื่อดังไปทั่วโลกนั้นเอง แต่ สตาร์บัคส์ ได้ออกแบบให้ไซเรนนั้นดูขึงขังน้อยลง

และมีหน้าตายิ้มแย้มทักทายลูกค้าเพื่อต้อนรับให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังโพสต์ถ้าแบบเดิม โดยปรับเปลี่ยนจากเวอร์ชั่นแรกที่เห็นหน้าอกมาเป็นผมล่อนบังหน้าอกและตรงเกล็ดปลาที่หางก็กลายเป็นล่อนให้เข้ากับทรงผมนั้นเอง และเพราะเหตุนี้เองไซเรนในฉบับของสตารืบัคส์ เลยเป็นเงือกน้อยสีเขียวที่ดูสง่าและสวยงามแต่เป็นมิตรนั้นเอง และนี่เองอาจจะเป็นเคล็ดลับที่ทำให้สตารบัคส์กลายเป็นกาแฟแก้วโปรดของใครหลายๆคนนั้นเอง  ซึ่งนอกจากกาแฟของสตาร์บัคส์ที่รสชาติกลมกล่อมและดีแล้ว นั้นอาจจะเป็นเพราะสัญลักษณ์ของสตาร์บัคส์ที่ใช้ ไซเรน ก็เป็นได้

เพราะมีหลายๆคนคิดว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะว่าไซเรนนั้นเปรียบเสมือนปีศาจเงือกที่ใครได้พบเจอแล้วก็จะหลงใหลในรูปลักษณ์และเสียงของเธอ ซึ่งนั้นก็เหมือนกับสตาร์บัคส์ที่มีกลิ่นหอม เย้ายวน ชวนให้หลงรักเช่นกัน เพื่อนๆคงได้รู้ความจริงแล้วใช่ไหมละว่านางเงือกสีเขียวที่เราเห็นกันอยู่บนแก้วสตาร์บัคส์กันเป็นประจำ ตำนารของเธอนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ

และหากใครรู้เรื่องราวของเธอแล้วอาจจะยิ่งอินกับสตาร์บัคส์ก็เป็นได้ ไปซื้อกาแฟรอบนี้รับรองต้องมองสัญลักษณ์ไซเรนเปลี่ยนไปแน่นอน เพราะจะรู้สึกถึงความน่าหลงใหลของเธอแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet auto

การสร้างเสาหลักเมืองของญี่ปุ่น ฮิโตบาชิระ

สำหรับเรื่องเล่าตำนานเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างเสาหลักเมืองนั้นของประเทศญี่ปุ่นเองก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศไทยนั้นก็คือในสมัยโบราณหากมีการสร้าง เสาหลักเมืองก็จะมีการนำชีวิตของผู้คนมาสังเวยไว้ที่ใต้เสาหลักเมืองด้วยหากไม่ทำเช่นนั้นแล้วการก่อสร้างก็จะไม่เสร็จสมบูรณ์สักทีซึ่งตำนานความเชื่อนี้ในประเทศไทยก็มีและในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีด้วยตำนานการสร้างเสาหลักเมืองแบบนี้มีการเรียกชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า ฮิโตบาชิระ

สำหรับวิธีการสร้างนั่นก็คือการนำมนุษย์ที่ยังไม่เสียชีวิตไปถูกฝังไว้ใต้เสาหลักเมืองหรือแม้แต่ใต้เสาของปราสาทโดยหวังว่าหากมีการสังเวยชีวิตของมนุษย์เป็นเป็นแล้วก็จะทำให้การก่อสร้างสถานที่แห่งนั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่างไรก็ตามการสร้างเสาหลักเมืองของประเทศญี่ปุ่นได้มีการเล่าขานถึงตำนานกันว่าก่อนหน้านี้เคยมีการสร้างปราสาทมารุโอกะ

ซึ่งประสาทแห่งนี้อยู่ในพื้นที่จังหวัดฟุคุอิ ด้วยการปราสาทแห่งนี้ถูกก่อสร้างจากไม้เป็นจำนวนมากเป็นประสาทเก่าแก่ที่มีความสวยงามและใช้ไม้อย่างมากซึ่งคนในสมัยโบราณนั้นสร้างปราสาทแห่งนี้ด้วยความยากลำบากโดยมีการเล่าขานกันว่าก่อนที่จะสร้างปราสาทแห่งนี้ได้นั้นได้มีการใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเป็นระยะเวลานานเพราะเมื่อก่อสร้างเมื่อไหร่เสาที่มีการตั้งเอาไว้ก็จะหักโค่นลงมาทุกครั้งจนในที่สุดก็ได้มีหญิงหม้ายคนหนึ่งเธอรับอาสาที่จะฝังตนเอง

ทั้งเป็นภายใต้เสาของปราสาทแห่งนี้โดยเธอมีข้อแม้ว่าเธอมีลูกชาย 1 คนเธอต้องการให้ลูกชายของเธอนั้นได้รับราชการเป็นซามูไรคอยรักษาความปลอดภัยให้กับปราสาทแห่งนี้ซึ่งเมื่อผู้ที่ก่อสร้างปราสาทแห่งนี้ตอบรับเงื่อนไขของเธอเธอจึงได้ฝังตนเองไว้ใต้เสาของประสาทและนับตั้งแต่นั้นเสาก็ไม่เคยลบอีกเลยและสามารถก่อสร้างจนแล้วเสร็จมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับการก่อสร้างปราสาทแต่ละที่นั้นจะต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเป็นเวลานานอีกทั้งยังต้องใช้คนจำนวนมหาศาลเลยทีเดียวเพราะประสาทในประเทศญี่ปุ่นมักจะมีการก่อสร้างทั้งการนำไม้มาก่อสร้างเป็นประสาทขนาดใหญ่และยังมีการนำเสาหินต่างๆมาก่อสร้างให้เป็นฐานให้มีความสูงและมีความสวยงามอย่างไรก็ตามตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างปราสาท

โดยใช้ร่างของมนุษย์ฝังตนเองไว้ใต้เสาหลักของปราสาทนั้นมีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณแล้วซึ่งประเทศไทยเองก็มีเรื่องเล่าเช่นเดียวกันนี้เหมือนกันแต่ในปัจจุบันนี้การสร้างเสาหลักเมืองไม่ว่าจะเป็นของที่ประเทศไทยหรือของที่ญี่ปุ่นก็ตามไม่ได้มีการใช้ชีวิตของมนุษย์มาสังเวยในการสร้างเสาแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง

ผีเด็กในห้องน้ำ ฮานาโกะซัง 

       แน่นอนว่าตำนานผีเด็กฮานาโกะซังที่เสียชีวิตในห้องน้ำภายในโรงเรียนนั้นเป็นเรื่องเล่าขานมาอย่างยาวนานและเป็นเรื่องเล่าที่น่ากลัวมากเรื่องหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียวซึ่งหลายคนมีความเชื่อกันว่าเรื่องราวของผีเด็กฮานาโกะนั้นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยวิญญาณของเธอนั้นอาฆาตแค้นเพื่อนนักเรียนด้วยกันที่ทำร้ายเธอทำให้เธอนั้นต้องถึงแก่ความตายทั้งที่เธอนั้นยังอายุเพียงน้อยนิดเพียงเท่านั้นเอง

โดยเรื่องเล่าของเธอมีการเล่าถึงผีสาวฮานาโกะซังเด็กหญิงตัวน้อยที่ตัวเล็กน่ารักใครๆหลายๆคนที่เห็นเธอนั้นก็ต่างพากันหลงรักในความน่ารักของเธอเธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กผิวขาวผมสั้นตัดหน้าม้าและด้วยความน่ารักของเธอนี้ก็มีคนที่ไม่ชอบที่เห็นเธอนั้นโดดเด่นทำให้เธอนั้นถูกเพื่อนผู้หญิงด้วยกันรังแกเป็นประจำอยู่บ่อยครั้งซึ่งส่วนใหญ่แล้วเพื่อนๆของเธอนั้น

มักจะรังแกเธอด้วยกันกับเธอไปขังในห้องน้ำอยู่เป็นประจำทำให้หลายๆครั้งนั้นเธอต้องอยู่ในห้องน้ำถึงแม้จะเรียกร้องให้ใครมาช่วยปลดล็อกให้แต่ก็ไม่มีใครซึ่งอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่เธอนั้นถูกรังแกอีกครั้งหนึ่งจากการที่เพื่อนๆนั้นพากันนำเธอมาขังไว้ในห้องน้ำซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดีในจังหวะนั้นเองเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นใกล้กับโรงเรียนทำให้เพื่อนๆที่ขังเธอนั้น

พากันหลบหนีและไม่มีใครที่จะมาเปิดประตูปล่อยให้เธอออกจากห้องน้ำและเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอนั้นเสียชีวิตจากการที่ถูกระเบิดร่วงลงมาใส่ตรงบริเวณห้องน้ำที่ถูกขังอยู่พอดีและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเรื่องราวของผีเด็กน้อยในห้องน้ําฮานาโกะก็เริ่มต้นขึ้นซึ่ง หลังจากที่โรงเรียนถูกระเบิดพังเสียหายเจ้าของที่ดินก็ได้มีการสร้างโรงเรียนใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

และตรงบริเวณห้องน้ำที่เด็กน้อยฮานาโกะเสียชีวิตก็ถูกสร้างเป็นห้องน้ำใหม่อีกครั้งหนึ่งและหลังจากนั้นเป็นต้นมาความเฮี้ยนของเด็กน้อยฮานาโกะก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อเริ่มมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นเด็กนักเรียนหญิงหลายคนได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือในห้องน้ำห้องริมสุด รวมถึงบางคนก็จะได้ยินเสียงทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือและบางครั้งก็มักจะเห็นมือยื่นออกมาจากใต้ประตูห้องน้ำเพื่อให้ใครก็ตามที่ผ่านมาเห็นได้ช่วยเหลือเธอและถ้าหากใครหลงไปจับมือของเธอหรือเปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำนั้นก็ไม่มีใครที่จะสามารถรอดชีวิตออกมาได้อีกเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

ศิลปะและการระบายอารมณ์

อย่างที่รู้กันว่าศิลปะมีมาอย่างช้านานตั้งแต่สมัยในยุคหินก่อน ซึ่งมนุษย์ยุคถ้ำมีการอาศัยอยู่ในถ้ำต่างๆอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงและการดำรงชีวิตของมนุษย์ทำให้มีการสร้างสรรค์ผลงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพใส่ฝากำแพง การผลิตสิ่งของมากมายทางด้านประติมากรรมไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม หรือรูปปั้นต่างๆ นี่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลาศิลปะเป็นหนึ่งในนั้นที่ซึ่ง

เป็นการจดบันทึกโดยถ่ายทอดความคิดต่างๆของมนุษย์ในช่วงเวลานั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงว่ามนุษย์มีการดำรงอยู่หรือดำรงชีวิตในสถานที่ เป็นการผลิตข้าวของเครื่องใช้และสร้างสิ่งต่างๆขึ้น อย่างไรก็ตามศิลปะเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คนต่างๆเพราะแต่ละยุคแต่ละสมัยในการเริ่มต้นการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวันหรือเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะถูกถ่ายทอดผ่านงานศิลปะซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยบ่งบอกว่าแต่ละยุคแต่ละสมัย มีการใช้ชีวิตอย่างไรอย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มนุษย์ต่างๆมีการพัฒนาสุนทรียภาพ ทางการเรียนรู้ทางภาพวาดภาพเขียนต่างๆ และไปสู่ในยุคต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การระบายอารมณ์ต่างๆ

ศิลปินต่างๆหรือกิจกรรมต่างๆได้มีการเรียนรู้ในการวาดภาพเขียนหรือแม้แต่เป็นการฝึกในการใช้สีจากธรรมชาติต่างๆที่ซึ่ง เป็นการระบายอารมณ์ ในยุคปัจจุบันศิลปะก็หนึ่งในนั้นที่ซึ่งเป็นกิจกรรมหรือเป็นงานอดิเรกและบางคนก็ทำเป็นอาชีพ เป็นการระบายอารมณ์ การวาดภาพเขียนภาพและในยุคปัจจุบันก็มีอุปกรณ์มากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

หรือแม้แต่จะเป็นอุปกรณ์ในการวาดภาพระบายสีต่างๆก็มีมามากมาย ในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าการเรียนศิลปะเริ่มต้นตั้งแต่ในวัยเด็กหรือวัยประถม ที่ซึ่งส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีอยู่ตลอดเวลาอย่างไรก็ตามที่จุดประสงค์สำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปะต่างๆได้เข้ามามีบทบาทการใช้ชีวิตของผู้คน นึกว่าจะเป็นการระบายอารมณ์หรือการเสพงานต่างๆที่ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการติดต่อสื่อสารกัน

อย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคต่างๆมีการพัฒนาศิลปะและมีการเรียนรู้งานศิลปะต่างๆที่ดีมากยิ่งขึ้น เพราะผู้คนมีความจำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้และพัฒนางานศิลปะต่างๆที่มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ

งานศิลปะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร การพิมพ์ภาพใส่ฝาผนัง การสร้างปฏิมากรรม รวมถึงยังมีในส่วนของสถาปัตยกรรมที่ซึ่งผลิตในส่วนของงานศิลปะมากมายที่ซึ่งขึ้นชื่อ การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆและการใช้งานศิลปะในการระบายอารมณ์ต่างๆ

มีการพัฒนาและการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาที่ซึ่งผู้คนมีการเสพงานศิลปะเป็นจำนวนมากเพื่อให้มีความผ่อนคลายหรือว่ามีการเรียนรู้เรื่องราวในยุคนั้นๆ อย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะอยู่แต่สมัยมีการพัฒนางานศิลปะอยู่ตลอดเวลา ที่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนทางด้านต่างๆที่มีรูปแบบหรือประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในการใช้ชีวิต 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

ยุคสมัยของงานศิลปะและประติมากรรมตอนกลาง 

ปฏิมากรรมศิลปะต่างๆมีมากมายหลายแขนงผู้คนต่างๆให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารูปแบบในการทำงานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทํางาน ผู้คนมีการเรียนรู้การสร้างรูปแบบงานต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการใช้ทัศนคติต่างๆการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม การแสดงออกแสดงถึงความคิดเห็น อย่างไรก็ตามจนมาถึงยุคปัจจุบันที่ผู้คนมีความง่ายมากยิ่งขึ้นในการแสดงออกรูปแบบต่างๆศิลปะก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีทัศนคติหรือว่าการมองโลกของศิลปิน

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานต่างๆเหล่านี้ในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงด้านข้างเยอะ ในยุคนี้เป็นยุคที่มีความง่ายมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะระบบเทคโนโลยีต่างๆที่มีการพัฒนา เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน รวมถึงยังมี Social Media ที่ซึ่งมีการพัฒนางานต่างๆหรือความเข้าใจต่างๆที่จะไปสำคัญที่ในยุคปัจจุบันการศึกษาเกี่ยวกับงานศิลปะหรือว่าประวัติศาสตร์มีความง่ายมากยิ่งขึ้น

เฉพาะยุคกลางของยุคศิลปะที่ผู้คนส่วนใหญ่มีการทำงานปฏิมากรรมหรืองานศิลปะแขนงอื่นมากมาย เนื่องด้วยความต้องการในการแสดงออกถึงเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงสังคม การพัฒนาการทำงาน นี่จะไปสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคปัจจุบันการเรียนรู้รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนต่างด้าวสามารถเรียนรู้ได้ผ่านงานศิลปะทั้งสิ้น

สร้างงานศิลปะหรือการเรียนรู้ในงานศิลปะในยุคสมัยต่างๆเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งเพราะยุคสมัยแต่ยุคก็มีศิลปินที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงทัศนคติต่างๆที่เราสามารถเข้าใจได้ผ่านการดวงงานศิลปะการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้ในยุคปัจจุบันผู้คนจึงมีความรู้ในการเข้าถึงรูปแบบในการเรียนรู้หรือแม้แต่จะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การที่เราต้องการจะหารูปภาพหรือแม้แต่จะเป็นงานเขียนในยุคปัจจุบันก็มีความง่ายขึ้น

โดยเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ตที่มีการพัฒนา ประติมากรรมตอนกลางของยุคสมัยต่างๆของงานศิลปะ นั่นก็คือการที่มีการพัฒนาทางด้านรูปแบบงานปั้นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ของผู้คน หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนประกอบต่างๆ หนวด เส้นผม หรืองานต่างๆก็มีความปราณีที่เพิ่มมากขึ้นผู้คนต่างๆ

เริ่มมีการเสพเกี่ยวกับงานศิลปะต่างๆเหล่านี้จึงทำให้มีการพัฒนางานตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนางานจากศิลปินเองหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการเจริญรุ่งเรืองของเมืองต่างๆที่จำเป็นจะต้องมีการแผ่ขยายอํานาจ

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่งานศิลปะมีหน้าที่แตกต่างไปไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่อำนาจต่างๆ วัฒนธรรมในการใช้ชีวิต นี่จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนอาจมีการศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์ผ่านงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมหรืองานภาพพิมพ์ต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทำให้ผู้คนมีทัศนคติหรือว่าการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่นี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่การศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์จะช่วยผู้คนมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในเรื่องต่างๆ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงไก่ชนไทย

ประติมากรรมในประเทศไทย 

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งที่ที่มีงานประติมากรรมศิลปะต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดทางการที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตามการเข้าถึงงานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนารูปแบบงานหรือการศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น แม้แต่เด็กในวัยประถมก็มีความจำเป็นจะต้องมีการเรียนเกี่ยวกับวิชาทางด้านศิลปะในการฝึกพื้นฐานเบื้องต้นในการคิด เพื่อฝึกแนวคิดหรือจินตนาการต่างๆ การเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผู้คนมีการพัฒนางาน

หรือแม้แต่เป็นการปรับปรุงความคิดอย่างสร้างสรรค์การลงมือทำรูปแบบต่างๆ อายุปัจจุบันประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความพัฒนาทางด้านงานศิลปะค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะร่วมสมัย แม้แต่จะเป็นประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศิลปะก็มีมากมาย เพราะในประเทศไทยมีประวัติเกี่ยวกับปฏิมากรรมค่อนข้าง ไม่ว่าจะเป็นงานปั้นงานแกะสลักงานหล่อต่างๆ รวมทั้งมีลักษณะของงานประติมากรรมคนอื่นค่อนข้างมากการร่วมสมัยของชนชาติอื่นก็สามารถทำงานร่วมกับประเทศไทย เปลี่ยนแปลงและการพัฒนาแนวคิดต่างๆการพัฒนาที่ยั่งยืนอุดมคติต่างๆ

โดยการสืบวิธีการทำงานมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาอย่างไรก็ตามในปัจจุบันต้องยอมรับประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสอดคล้องเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรมและความเชื่อต่างๆค่อนข้างเยอะนะสังคมก็มีแนวคิดที่ค่อนข้างมาก เกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจก็มีการแสดงออกทางความคิดเห็นทางด้านงานศิลปะ

คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านเอกลักษณ์หรือแม้จะเป็นประติมากรรมในประเทศไทยมีผู้สร้างงานประติมากรรมหรือสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ผู้คนส่วนใหญ่ตั้งแต่สมัยโบราณก็มียุคสมัยที่พัฒนางานค่อนข้างเยอะในประเทศไทยมียุคใหญ่มากมาย ที่มีความสำคัญกับงาน ศิลปะ

1 สมัยทราวดี  เป็นสมัยที่มีการทำงานประติมากรรมชนชาติไทยมีการร่วมมือกันทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างประติมากรรมเพื่อเชิดชูรูปแบบการทำงานหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดนครปฐมที่มีการขุดพบเกี่ยวกับพระพุทธรูปค่อนข้างมาก 

2 สมัยศรีวิชัย เราพุทธศักราช 13-16 มีการตรวจพบว่าประเทศ ไทยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีค้นพบอารยธรรมที่ค่อนข้างมากไม่ว่าจะเป็นรูปหล่อต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของพระพุทธรูปต่างๆมากมาย

3 สมัยลพบุรี ผู้คนต่างๆเราพูดศักราชที่ 18-19 มีการตรวจพบมากมายหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาเกี่ยวกับทางด้านศิลปะพม่า

อะไรก็ตามยังมียุคสมัยอื่นอีกมากมายที่ประเทศไทยมีการสร้างประติมากรรมหรือโครงสร้างต่างๆเกี่ยวกับศิลปะพบบุคคลต่างๆมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาจากความเชื่อความคิดเลยแม้แต่จะเป็นรูปแบบการทำงานต่างๆที่ส่งผลกับรูปแบบความเชื่อของผู้คนในประเทศไทยที่ความเชื่อกับศาสนามีการเกี่ยวกันค่อนข้างเยอะ

 

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง

คริสเตียนกับงานศิลปะในยุคต่างๆ 

ยุคสมัยของงานศิลปะต่างๆมียุคสมัยที่แตกต่างกันออกไปผู้คนต่างๆค่อยสนใจในการศึกษาพบว่าสุนทรียภาพแห่งการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง รวมทั้งที่มีสัมผัสต่างๆทุกคนต่างๆมีงานศิลปะเป็นเวลาช้านานส่วนใหญ่อยู่สมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงงานศิลปะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันนั้นเป็นสาเหตุมาจากงานศิลปะต่างๆมีความจำเป็นจะต้องมีการพึ่งพา สภาพแวดล้อมหรือความคิดต่างๆ

สิ่งที่ส่งผลต่องานศิลปะต่างๆไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ ศาสนา แม้แต่เป็นการเมืองเองก็ตามส่งผลต่อการเสียหายทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามในยุคสมัยต่างๆที่มีการพัฒนางานศิลปะค่อนข้างเยอะ ประวัติศาสตร์ของงานศิลปะต่างๆได้ระบุว่า แต่ละยุคสมัยที่มีการทำงานต่างๆเกิดขึ้นมานั้นจะสามารถบ่งบอกถึงกิจกรรมของผู้คนต่างๆรวมทั้งความชื่นชอบ ความเชื่อ สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่อยู่ในงานทั้งสิ้น

เพราะการสื่อสารระหว่างบุคคลต่างๆที่ดีที่สุดนั่นก็คือการที่งานศิลปะต่างๆเข้ามามีบทบาทต่อการส่งต่อเรื่องราวหรือเนื้อหาต่างๆเพราะผลงานของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ประติมากรรมส่วนใหญ่เป็นรูปแกะสลักหรือแม้แต่จะเป็นงานที่ปั้นขึ้นมา สิ่งเหล่านี้โดยเฉพาะในยุคคริสเตียนเป็นยุคที่มีงานศิลปะควรเข้าฟื้นฟูผู้กองต่างๆให้ความสนใจที่เข้ามาศึกษาโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ ศิลปะคริสเตียนต่างๆยังคงอยู่ไม่ว่าจะไปในโบสถ์ หรือสถานที่ต่างๆ ก็มีงานต่างๆที่เพิ่มมากขึ้น

งานของยุคคริสเตียนเป็นยุคที่มีการฟื้นฟูของงานศิลปะค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนางานหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาสุนทรียภาพ ศิลปินต่างๆแจ้งเกิดในยุคสมัยของคริสเตียนข้างๆเยอะแต่อย่างไรก็ตามศิลปะที่เราเห็นค่อนข้างเยอะตาเรานั้นส่วนใหญ่เกี่ยวกับศาสนา เกี่ยวกับพระเยซู รวมทั้งยังเป็นเกี่ยวกับความเชื่อทั้งสิ้น งานต่างๆที่เราได้เห็นการส่วนใหญ่จะเป็นตัวละครในคัมภีร์ไบเบิล นี่เองจะไปสำคัญที่ในยุคปัจจุบัน

งานศิลปะของคริสเตียนได้เข้าถึงผู้คนต่างๆเพิ่มมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยหรือการเข้าถึงผู้คนต่างๆเหล่านี้ที่มีการพัฒนาคนข้างเดียวผู้คนต่างให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของยุคสมัยเพราะการเติบโตในงานต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานนูนสูง ภาพวาด หรือแม้แต่งานปั้นส่วนใหญ่ต่างๆเหล่านี้ได้มีอิทธิพลมาถึงจนยุคปัจจุบัน งานต่างๆได้รับความนิยมค่อนข้างเยอะ ผู้คนต่างๆจะได้เห็นงานไม่ว่าจะเป็นใน Museum หรือตามสถานที่ต่างๆที่จัดงานศิลปะ

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้ส่งผลให้มีการพัฒนาการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นศิลปินเองก็มีการพัฒนารูปแบบของงานโดยศึกษางานในยุคคริสเตียนค่อนข้างเยอะ การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบของยุคสมัยหรือแม้จะเป็นความเชื่อต่างๆก็ส่งผลทำงานที่เดียวกัน อย่างไรก็ตามนี้จะเป็นสำคัญที่ยุคคริสเตียนเป็นส่วนสำคัญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยทางด้านงานศิลปะการพัฒนางานต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

ผู้คนต้องการความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งการพัฒนาการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการใช้ชีวิตก็มีส่วนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามนี่จึงเป็นส่วนสำคัญที่ในยุคปัจจุบันเรายังเห็นงานของยุคคริสเตียนตามสถานที่ต่างๆ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020

The Creation Of Adam

ภาพวาดนี้นั้นได้มีการสร้างสรรค์ขึ้นบนเพดานของโบสถ์น้อยซิสทีนภายในกรุงวาติกัน ในประเทศอิตาลีมีการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาจากจิตรกรที่มีความสามารถอย่าง ไมเคิล แองเจโล เขานั้นได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นในระหว่างปี 1508-1512 เป็นหนึ่งในงานด้านศิลปะที่ถือว่าเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาเลยก็ว่าได้ โดยภาพวาดของเพดานโบสถ์นั้นเป็นการวาดภาพเพื่อบรรยายเหตุการณ์จากระคัมภีร์ปฐมกาลรวมทั้งหมด9ภาพ ดดยภาพแต่ละภาพนั้นก็มีความสวยงามและเป็นภาพวาดที่น่าสนใจทั้งสิ้น

The Creation Of Adam นั้นเป็นภาพที่มีการสร้างสรรค์ขึ้นมาตามคำสั่งของพระสันตะปาปา แต่ไมเคิลนั้นก็ได้มีการสร้างสรรค์ตามแนวความคิดสร้างสรรคืของตนเองด้วย และถึงแม้ภาพวาดนี้นั้นอาจจะทำให้ขัดใจหลายคนแต่มันก็เป็นภาพวาดที่สวยงามและถือว่าเป็นภาพที่มีการนำมาใช้ในด้านศาสตร์คริสต์อยู่เสมอ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์นั้นสามารถที่จะระลึกถึงพระเจ้าหรือพระเยซูนั่นเอง ซึ่วในภาพก็จะประกอบไปด้วยสองส่วนที่มีความสำคัญหลัก นั่นก็คือภาพวาดชายคนหนึ่งที่เปลือยกายและนอนอยู่เบื้องล่างนั่นก็คืออดัมนั่นเองโดยท่านอนของเขานั้นเป็นท่านอนที่มีการนอนโดยเอาซอกข้างหนึ่งท้าวโขดหินไว้และดูจากภาวาดนั้นจะสังเกตได้ว่าถึงแม้อดัมจะเป็นชายที่มีลักษณะกำยำ แต่ด้วยท่านอนนั้นนอนเหมือนคนหมดแรงหรือไม่มีพละกำลังใดๆ 

โดยอีกส่วนสำคัญที่บรรยายเรื่องราวอีกส่วนที่สำคัญของภาพนั้นก็คือ ชายที่ดูออกไปในวัยชราเพราะมีผมที่ขาวนั่นเอง คาดว่าเป็นพระเยซูโดยสวมชุดสีขาวและสามารถลอยในอากาศได้ โดยในภาพนั้นในส่วนทางด้านภาพวาดพระเยซูยังคล้ายเด็กที่ติดตามพระเยซูมาด้วยอีกหลายคนและคาดว่าเป็นผู้ติดตามที่คอยให้ความช่วยเหลือพระเยซูนั่นเอง และส่วนที่สื่อความหมายของภาพที่แท้จริงนั้นก็คือ ทั้งอดัมและพระเยซู ต่างยื่นมือเข้าหากันและกัน ถึงแม้ว่าจะเป็รภาพวาดที่ดูแล้วอาจจะเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก 

แต่ในความหมายจริงๆแล้วนั้นการที่วาดภาพนี้ขึ้นมาเพื่อจะสื่อให้รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถที่จะสื่อสารกับพระเยซูได้นั่นเอง และเป็นภาพวาดที่สื่อให้เห็นว่าเรานั้นไม่ควรตัดสินคนที่ภายนอกนั่นเอง เพราะอย่างอดัมที่มีกล้ามกำยำนั้นแต่กลับเป็นคนที่ไม่มีเรี่ยวแรง ส่วนพระเยซูผู้ที่ดูเหมือนชายชราแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ และมีบางคนก็บอกว่า ในส่วนของภาพวาดด้านพระเยซูและผู้ติดตามนั้นมีลักษณะเป็นก้อนเหมือนสมองด้วย นั่นเปรียบได้ว่าการสื่อสารที่พระเจ้ากับอดัมได้สื่อสารกันนั้นเป็นการสื่อสารกันได้โดยผ่านระบะประสาทหรือการวาดภาพนี้ขึ้นมานั้นอาจจะมีความหมายนัยๆว่า เราสามารถที่จะสื่อสารกับพระเจ้าด้วยการนึกถึงนั่นเอง

ภาพวาด The Creation Of Adam นั้นเป็นภาพที่เหมือนจะเป็นการบรรยายเหตุการณ์ที่ความสำคัญที่สุด เพราะถาพนั้นถูกวาดไว้ตรงกลางของเพดานโบสถ์และต้องยอมรับว่างานชิ้นนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือที่ยอดเยี่ยมและยังคงเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงและมีการพูดถึงอยู่ตลอดกาลด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

เรียนรู้ศิลปะ

ในการเรียนศิลปะนั้นนอกจากพื้นฐานการวาดรูปแล้ว ในทางศิลปะจะมีคำศัพท์เฉพาะของศิลปะบางคำที่อาจจะต้องใช้เพื่อให้สามารถสื่อสารระหว่างศิลปินได้อย่างเข้าใจตรงกันแลถูกต้อง ซึ่งคำศัพท์เหล่านี้นั้นจะเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ศิลปินทุกคนนั้นจะต้องใช้ เพราะนอกจากจะสามารถใหเคนที่เป็รศิลปินด้วยกันนั้นเข้าใจแล้ว คำศัพท์เหล่านี้ยังเป็นิ่งที่จะสามารถสื่อสารเพื่อให่คนื่นๆเข้าใจได้อีกด้วย ซึ่งคำศัพท์ที่สำคัญทางด้านศิลปะที่จำเป็นต้องรู้ได้แก่

Drawing หรือการวาดเส้น  การวาดเส้นนั้นหมายถึงการวาดเส้นขึ้นมาและรวมไปถึงการลงน้ำหนักของมือโดยการใช้อุปกรณ์ที่สามารถนำมาขีดเขียนให้เกิดเส้นได้นั่นเอง โดยการวาดเส้นนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็ดินสอเพียงเท่านั้น แต่อาจจะใช้แท่งถ่าน หรือสิ่งที่สามารถวาดออกมาเป็นเส้นได้ ก็ล้วนเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าการ Drawing เช่นกัน และการ Drawing ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับศิลปะอย่างมาก ดดยส่วนใหญ่นั้นศิลปินก็มักจพต้องมีการผ่านในเรื่องของ Drawing มาด้วยกันทั้งนั้นเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานของทางด้านศิลปะนั่นเอง

Texture หรือพื้นผิว โดยในการเรียนรู้ในเรื่องของศิลปะนั้น มักจะต้องเจอคำนี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียนองค์ประกอบศิลป์ เพราะพื้นผิวนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญของการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะ เรื่องพื้นผิวนั้นเป็นเรื่องที่เข้สใจง่ายและเป็นสิงที่เรานั้นต้องพบและเจอในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวถนน ผิวเปลือกไม้ และผิวของสิ่งต่างๆ โดยการเอาพื้นผิวเหล่านี้มาประกอบกันซึ่งพื้นผิวจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของทางด้านศิลปะอย่างมาก ทำให้การเรียนรู้ในเรื่องของพื้นผิวนั้นเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่ผู้เรียนศิลปะนั้นจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างดี

Composition ในทางศิลปะนั้นคำนี่มีความหมายว่าองค์ประกอบศิลป์แต่ถ้าหากมีการแปลตรงตัวนั่นก็คือองค์ประกอบนั่นเอง คนที่เรียนรู้ศิลปะนั้นจะต้องมีการเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องขององค์ประกอบได้อย่างดี เพราะถ้าหากเรานั้นได้เป็ศิลปินหรือได้ทำงานในด้านการสร้างสรรค์ผลงานนั้น Composition จะสามารถทำให้เรานั้นมีแนวทางศิลปะเป็นของตัวเองและมีรายละเอียดที่ดีอยู่ใน Composition ด้วย เพราะผลงานที่เรานั้นสร้างสรรค์ออกมานั้นจะให้ความน่าสนใจหรือไม่นั้นการเข้าใจในเรื่องขององค์ประกอบของศิลปะนั้นก็จะทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาสวยงามและน่าสนใจได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางองค์ประกอบของภาพ การดึงจุดเด่นออกมาให้เกิดความน่าสนใจ การดึงเนื้อหาและรายละเอียดที่จะทำให้ผู้ชื่นชมผลงานของเรานั้นสามารถที่จะเข้าใจได้และเป็นสิ่งที่เกิดการผสมผสานกันอย่างลงตัวของงานศิลปะด้วย

Portrait การวาดภาพเหมือน เป็นสิ่งที่ผู้เรียนด้านศอลปะนั้นจะต้องสามารถสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะนี้ได้ เพราะถือว่าเป็นการเรียนและการสร้างสรรค์ในขั้นพื้นฐานนั่นเอง โดยการเรียนศอลปะนั้นไม่ว่าจะเรียนที่ใดเรานั้นจะต้องได้สัมผัสในการวาดรูปคน ดดยมีแบบเป็นคนจริงๆและการวาดภาพเหมือนนั้นก็จะมีเทคนิคการวาด การแบ่งสัดส่วน เป็นต้น ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากแต่ถ้าหากมีการฝึกฝนบ่อยๆนั้นก็จะสามารถทำให้เราสร้างสรรค์ผลงานประเภทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนโดย    เซ็กซี่ บาคาร่าออนไลน์

ความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ผลงานของจิตรการระดับโลก

ใรสมัยยุดที่มีการบุกเบิกทางด้านศิลปะนั้น จิตรกรถือเป็นแรงขัยเคลื่อนสำคัญในด้านศิลปะเพราะเป็นนักวาดภาพที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานและมีการตลาดต่างๆที่เป็นรสนิยมเข้ามาเพื่อเป็นสิ่งที่จะช่วยในการหารายได่จากการสร้างสรรค์ผลงานของเขา ด้วยเหตุนี้นั้นทำให้เกิดความลับมากมายที่มีการแอบซ่อนเอาไว้ภายใต้ผลงานที่พวกเขานั้นได้มีการสร้างสรรค์ออกมา ทำให้ผลงานที่มีการแพร่หลายจากศิลปินและจิตรกรชื่อดังนั้นล้วนเป็นผลงานที่มักจะมีความลับแฝงอยู่ในผลงาน

ทั้งความลับที่อยู่ในใจ ความลับที่อยู่ข้างในและเป็นความลับที่ยากที่จะมีการเปิดเผยออกมาให้คนอื่นได้รับรู้โดยตรง รวมถึงความลับที่เกิดการเผิดเผยแล้วด้วย

ความลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ในผลงานของชายคนหนึ่งที่เป็นจิตรกรที่มีการสร้างสรรค์ผลงานชื่อดังคนหนึ่งโดยมีชื่อว่า Rembrandth Van Rijin เขานั้นถือว่าเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงและโด่งดังอย่างมาก และดูเหมือนชีวิตในด้านการสร้างสรรค์ศิลปะของเขานั้นเต็มไปด้วยความสว่างไสว แต่ก็มีบางคนได้กล่าวว่าความสว่างไสวนั้นสามารถที่จะนำมาใช้เป็นแสดงสว่างแทนหลอดไฟในบ้านได้เลยทีเดียว

และสิ่งที่ทำให้เขานั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างโดดเด่นกว่าใครนั้นก็คือเอกลักษณ์ในการร้างสรรค์ที่มีความน่าสนใจและเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนใครและไม่มีจิตรกรคนใดในยุคนั้นสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างโดดเด่นเท่าเขาอีกแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปเขานั้นก็ได้มีการพัฒนาในด้านเทคนิคการวาดที่มีความน่าทึ่งอย่างมาก และสิ่งที่สามารถทำให้ผลงานของเขานั้นเป็นที่โดดเด่นได้นั้นก้คือการเล่นแสงและเงาของภาพวาดและมีภาพวาดของเขาจำนวนหนึ่งที่ได้มีการสร้างความโด่งดังให้กับตัวเขามากที่สุด ก็คืภาพวาดที่เขานั้นได้สร้างสรรค์ภาพวาดเป็นภาพตัวของเขาเอง

โดยภาพที่เขาวาดออกมานั้นสวยงามดุจภาพถ่ายเลยทีเดียวเพราะเป็นภาพที่ดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก และก็พบว่าเขานั้นได้ใช้กระจำนวนมากในการจะวาดภาพตัวเองดดยการนำกระจกมาลายล้อมตัวของเขาและเลือกหามุมในการวาดที่ดีที่สุดดดยการที่เขานั้นได้สร้างสรรค์ภาพวาดเป็นภาพตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่เขานั้นจพต้องมีการใส่ใจในเรื่องของรายละเอียดอย่างมาก

ทั้งการใช้กระจกจำนวนมาก ลักษณะและชนิดของกระจกเป็นต้น และจะมีการให้ความสำคัญในการสร้างแสงเงาเพื่อให้รูปนั้นออกมาดูเสมือนจริงเหมือนใช้กล้องถ่ายรูปอย่างที่สุดนั่นเอง โดยตัวของ Rembrandth นั้นไม่เคยได้มีการเปิดเผยเทคนิคในการวาดให้ผู้อื่นนั้นรู้เลยสักครั้ง

แต่ก็ได้มีการค้นหาข้อมูลเนื่องจากผู้คนานั้นต้องการทราบถึงชนิดของกระจกที่ Rembrandth นำมาใช้เพื่อการวาดรูปจนในที่สุดก็สามารถที่จะค้นพบเทคนิคพิเศษในการวาดรูปเหมือนได้อย่าง Rembrandth ได้ ถือว่าเป็นความลับที่ Rembrandth นั้นได้ซ่อนเอาไว้ในภาพวาดของเขาแต่สุดท้ายก็เป็นสิ่งที่สามารถรู้ได้ว่าความลับของภาพวาดนั้นมีความลับอะไรซ่อนอยู่

 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก   เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ