ประวัติของต้าร์ บาร์บี้

ถ้าไปกับเพื่อนก็มีแต่เมาลูกเดียว แต่ไปกับพ่อแม่หลายวันก็ไม่ต้องดื่มเหล้าเลย มันคือก พักผ่อนจริง ๆ เหมือนกับเราได้มุมพักกับคนที่เราเชื่อมั่นในตัวเค้าที่สุดก็คือพ่อแม่เราเอง เป็นมา ปลอดภัยแน่ ๆ เลยรู้สึกว่า เอ้ย ! ดีเหมือนกันนะ ตอนที่อยากลองสูบกัญชาก็เคยคุยกับพ่อ อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร พ่อบอกอยากสูบก็สบ แต่ อย่าไปซื้อนะ เดี๋ยวโดนจับ แต่พอลองแล้วผมก็ไม่ชอบ สูบแล้วหลับ ผมเคยลองหมดทุกอย่าง แต่ไม่ ชอบ ไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ ยาเสพติดแค่ทำให้ลืมบางอย่างได้เท่านั้นเอง มันฆ่าเวลาได้เยอะเลย แต่ผมไม่ได้ต้องการฆ่าเวลา ผมแค่อยากคุย อยากเฮฮากับเพื่อนมากกว่า 

จะผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่นได้ต้องมีสติ ส่วนมากที่ตายห่า เมาแล้วขับรถชน ตีรันฟันแทง เละเทะ เล่นยาจนตาย ทุกอย่างมันเกิดจากการขาดสติทั้งนั้น จะเมาให้ตายห่าอย่างไรก็ได้ แต่อย่าขับรถสิวะ นั่งแท็กซี่กลับบ้านซะ หรือเพื่อนชวนเล่นยาก็เลี่ยงซะดิ อย่าไปยุ่ง อย่าไปคบ แค่คิดได้ก็ไม่ลำบากแล้ว ดนตรี … บทกวีจากความเกลียดชัง

บทเพลงของผมเริ่มมาจากความเกลียดชัง ! ช่วงที่ผมจบ ม . 6 เข้ามหาวิทยาลัย ปี 1 ตอน นั้นจะมีแต่ดารามาออกเทป ผมเป็นคนที่ฟังเพลงเยอะมากมาตั้งแต่เด็ก ๆ ฟังเพลงหลายแนว แต่ ถ้าเป็นที่สุดจริง ๆ ชอบเพลง Anarchy in the UK ของวง Sex Pistol ผมชอบเนื้อหาของเพลงมัน แล้วผมก็ชอบแนวคิดของ Malcom McLaren ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการวงนี้ที่ว่าถ้ามันมีขาวแล้ว กูขอเป็นดำ ผมรู้สึกว่าบทเพลงและดนตรียังมีอีกตั้งหลายอย่างที่ไม่ใช่มาร้อง ๆ เต้น ๆ เท่านั้น 

วันหนึ่ง นั่งดื่มเหล้ากันที่บ้านเพื่อน ผมก็บ่นว่าทำไมมีแต่ดารามาออกเทปวะ ก็ลองชวนเพื่อนว่า เฮ้ย ! ทำปะ เพื่อนบอกเอาติ ก็หยิบกีตาร์มาร้องมาเล่นกัน แล้วหลังจากนั้นอีกสองวัน เพื่อนก็เขียน เพลงมาให้ ผมอ่านแล้วก็บอกว่าเนื้อเพลงน้ำเน่าสัตว์ ๆ เพื่อนบอกงั้นมึงก็เขียนเอง ผมเป็นคนเก่งภาษาไทย สมัยก่อนตอนอยู่โรงเรียน ผมเป็นคนแต่งพวกกลอนแปด โคลงสี สุภาพ พวกคำคล้องจองได้ เพราะชอบอ่านหนังสือ ทุกวันนี้ก็ตามอ่านในมติชนสุดสัปดาห์บ้าง

ผมชอบของคุณณรงค์ พัว ประพนธ์พันธุ์ กลอนที่ผมเขียนส่งอาจารย์จะเป็นปรัชญาแบบออกแนวโหด ๆ หน่อย แต่ก็เคยเขียนกลอน รักขาย มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเขาเขียนแล้วไม่ครบ บอกให้ผมช่วย ผมก็เขียนให้ เขียนไปเขียนมา เขา ก็เอาไปรวมเล่มขาย แต่ผมไม่กล้าไปซื้อดู อายเขา ! 

ตอนนั้นผมก็เลยลองมานั่งเขียนเพลงเอง พอเขียนปุ๋บ มันเสือกพอไปได้วัย ! พอได้ 3 เพลง ก็ไปขอยืมเงินแม่ 5 หมื่นบาท ไปเช่าห้องอัดกับเพื่อน 2 คน แล้วปุ่มแม่งเพียบ … . ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน แต่ก็คลำกันไปคลำกันมาจนอัดมาได้ 3 เพลง แต่ก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ไปส่งใคร 

ปีหนึ่งผ่านไป เพื่อนของเพื่อนไปรับจ๊อบที่บริษัทวอร์เนอร์มิวสิคกับ พี่ปุ๋ม – พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นงานเกี่ยวกับแผนกบัญชีนะ เพราะมันเรียนจบบัญชี แต่เป็นคนเล่นกีตาร์เก่ง แล้วก็ชอบไปเจ๋อ ๆ กับพวกทีมงานโปรดักชั่น คนที่วอร์เนอร์ฯ บอกให้ไปฟอร์มวงมา 

บังเอิญมันไปเที่ยวสีลมซอย 4 ผมก็ไปเที่ยวของผม ในยุคนั้น ยังไม่ค่อยมีใครกัดสีผม ผม เป็นพวกแรก ๆ ที่หัวเป็นสีทอง ไอ้นี่มาเห็นก็ชวนมาร้องเพลง ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยฟังเสียงผมมาก่อน แต่ คงด้วยลักษณะแอ็คติ้งอะไรสักอย่าง ผมก็ถามว่าในวงมีใครบ้าง ปรากฏว่ามือเบสเป็นเพื่อนโรงเรียน เก่าผมเอง ผมก็บอกว่ามีเพื่อนผมอีกคนนึงนะ เอามันเข้ามาอีกคนได้เปล่า ก็เลยมารวมตัวกัน แล้ว เอาเพลงที่ผมเคยทำกับเพื่อนนี่แหละส่งไปให้วอร์เนอร์ฯ พอส่งไปประมาณ 2 – 3 เดือน ก็ได้ออกเทป “ บาร์บี้ ” ไดอารี่ของผม ตอนแรกจะใช้ชื่อวงว่า “ การันต์ ” คือมันเป็นตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง พอมาเป็นชื่อวงดนตรี แล้วมันกวนตีนดี ตอนนั้นมันมีเพลงกรันจ์ กรันจ์ การันต์ ฟังเข้าท่าดี 

แต่ไป ๆ มา ๆ ชื่อการันต์ฟังดูเหมือนพวกวงเฮฟวี่เมทัลมากไป เลยเปลี่ยน คิดกันเป็น ร้อยชื่อ พอดีตอนนั้นวงแชมพูดัง ผมซื้อเทปมา หน้าปกเทปมีรูปตุ๊กตาบาร์บี้สีเหลือง เออ … ทำไมไม่ ชื่อบาร์บี้ ทุกคนดีดนิ้วเปาะ เป็นชื่อผู้หญิง แล้วเลือกเป็นเพลงร็อคหนัก ๆ เข้าท่า แปลกดี ดูซอฟท์

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท