ไข่ลูกเขย

วันนี้เราจะมาทำเมนูง่ายๆที่บางคนนั้นชอบกินแต่ว่าทำไม่เป็นและเมนูเหมือนง่าย นั่นก็คือไข่ลูกเขยไข่เย้มๆและน้ำซอสที่อมเปรี้ยวอมหวานชวนให้กินนั้นและเมนูไข่นั้นทำอะไรได้หลายๆอย่างไม่ว่าจะทอด จะต้มนั้นก็ทำได้หรือว่าจะเอาไปทำขนมนั้นก็ยังได้ขึ้นชื่อว่าไข่นั้นมีประโยชน์เสมอและทำได้หลากหลายเมนูจริงสำหรับคนที่ชื่นชอบการกินไข่ลูกเขยแต่ว่าไปซื้อเขากินก็ไม่ค่อยอาร่อยน้ำซอสในไข่นั้นยังไม่ค่อยโดนใจแต่ว่าจะทำกินเองแต่ก็ไม่รู้ขั้นตอนในการทำกินซึ่งขั้นตอนนั้นดูแล้วว่าจะทำยากเหมือนกันใช่ไหมค่ะ บอกเลยว่าไม่ได้อยากอย่างที่คิดแน่นอนค่ะเพราะเรานั้นเตรียมอุปกรณ์เอาไว้ให้พร้อมแล้วกันถ้าพร้อมแล้ววันนี้ไปทำเมนูไข่ลูกเขยกันเลยค่ะ 

ขั้นตอนในการเตรียมวัตถุดิบ

  • ไข่เป็ด                               – พริกแห้ง – หัวหอมแดงซอยให้ละเอียด  
  •  ผักชี สำหรับโรยหน้า         – น้ำปลาดี   – น้ำตาลปีบ ( ถ้าไม่มีน้ำตาลทรายก็ได้ ) 
  •  น้ำมะขามเปียกแบบข้นๆ       – น้ำมันสำหรับทอด 

ขั้นตอนในการทำ  

  • ขั้นตอนแรกในการทำคือเอาหม้อนั้นใส่น้ำจากนั้นตั้งเตาไฟ จากนั้นเราใส่เกลือลงไปนิดหน่อย (เพื่อที่เวลาเรานั้นปอกไข่จะได้แกะไข่เป็ดออกมาสวยไม่ไม่เป็นขุขะ ) เปิดไฟแรงนิดหน่อยจากนั้นเราก็ใส่ไข่เป็ดลงไปปิดฝาจากนั้นเราก็คอยสังเกตว่าน้ำเดือดร้อนมากแล้วเราก็จับเวลาประมาณสักห้านาทีหลังจากนั้นเราก็ปิดไฟ แล้วเรานั้นก็ตักไข่ออกจากน้ำร้อนมาใส่ในน้ำเย็นแบบว่าจัดๆทันทีแล้วเรานั้นก็แช่ทิ้งไว้สัก สิบนาที จากนั้นเราก็ทำการแกะหรือว่าปลอกเปลือกข่ออก ที่เรานั้นให้แช่ในน้ำที่เย็นนั้นเราจะได้ไข่เป็ดที่เป็นยางมะตูมขอบอกเลยว่าอร่อยมาก 
  • จากนั้นเราก็นำกระทะมาตั้งไฟเปิดไฟอ่อนๆแล้วใส่น้ำมันลงไปในกระทะพอประมาณจากนั้นเราก็เอาหัวหอมที่เรานั้นหั่นซอยเอาไว้ลงมาทอดลงในกระทะให้มีสีเหลืองกรอบอย่าไหม้นะค่ะ
  • และก็เอาพริกแห้งที่เรานั้นเตรียมไว้มาทอดให้กรอบและหอมเหมือนกันอย่าไหม้นะค่ะขั้นตอนในการทอดพริกก็เหมือนกันทอดหัวหอมเลยค่ะ
  • นำไข่ที่เรานั้นแกะเปลือกออกมาแล้วนั้น  จากนั้นเราก็นำกระทะมาตั้งไฟพอปานกลางจากนั้นเราก็เอาไข่ที่เรานั้นเตรียมเอาไว้นั้นมาทอดประมาณหนึ่งนาที จากนั้นเราก็กลับไปกลับมาทอดให้มีสีเหลืองกรอบหน้ารับประทานอันนี้อย่าทอดนานจนเกินไปจนทำให้ไข่นั้นเหนียวและไข่แดงนั้นด้านจนไม่เป็นยางมะตูมนั้นสุกนะค่ะ
  • จากที่เรานั้นทอดเสร็จแล้วเราก็เอามาหั่นเป็นสองซีกจัดลงจานจากนั้นเราก็ทำน้ำราดเราเอาน้ำมันที่เหลือจากการทอดไข่เหลือในกระทะสักสามช้อนโต๊ะเปิดไฟอ่อนสุดๆอย่าแรงจากนั้นเราเอาน้ำตาลปีบลงมากวนในกระทะที่ตั้งไฟพัดจนออกสีเข้มๆอย่าไหม้นะจากนั้นเราก็เอาน้ำมะขามนั้นใส่ลงไปกับน้ำปลาลงคนในกระทะจากนั้นเคียวต่อไปอีกจนสุกจนน้ำราดนั้นเริ่มเหนียวจากนั้นก็ราดในไข่ที่เรานั้นหั่นไว้แล้วเอาจอมเจียวกับผักชีมาโรยตามด้วยพริกทอดแค่นี้เป็นอันเสร็จพร้อมเสริฟ 

 

สนับสนุนมาจาก  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

เรือสำราญเวสเตอร์ดาม ขอจอดเทียบท่าที่ไทย

เรือสำราญเวสเตอร์ดาม ขอจอดเทียบท่าที่ไทย  อนุทินสั่งการห้ามจอด

  กรณีที่มีเรือสำราญที่มาจากประเทศฮ่องกงจะขอเข้าจอดเทียบท่าที่ประเทศไทย เพราะมีการเดินเรือออกมาจากประเทศฮ่องกงเป็นเวลากว่า 10 วันแล้วและยังไม่มีประเทศไทยยินยอมให้เรือสำราญของเวสเตอร์ดามเทียบท่าเลย ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น  ประเทศไต้หวัน ประเทศเกาหลีไต้หรือแม้แต่ประเทศฟิลิปปินส์ก็ตามที โดยในหลายประเทศที่เรือสำราญผ่านและขอเข้าจอดเทียบท่าต่างก็ปฎิเสธไม่ยอมให้เรือดังกล่าวจอดนั้นเหตุเพราะเกรงว่าคนบนเรือจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนากัน ซึ่งเมื่อเรือสำราญเวสเตอร์ดามเดินทางใกล้จะมาถึงที่ประเทศไทยก็ได้มีการติดต่อขอเข้าจอดเทียบท่า

เพื่อที่จะได้ให้คนที่อยู่บนเรือได้ขึ้นมาบนบกและเดินทางกลับประเทศทางเครื่องบิน ซึ่งในตอนแรกทางประเทศไทยเองก็มีการคิดทบทวนกันอยู่หลายวันว่าจะยินยอมให้เรือจอดเทียบท่าดีหรือไม่ แต่จนในวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและเป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ตัดสินใจออกมาบอกแล้วว่า จะไม่อนุญาตให้เรือสำราญเวสเตอร์ดาม เข้าจอดเทียบท่าที่ประเทศไทยเด็ดขาด ซึ่งคำสั่งนี้ได้มีการสั่งการออกไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเรือดังกล่าวได้ขับผ่านมาหลายประเทศและในแต่ละประเทศที่ขับเรือผ่านมาทุกประเทศก็ได้ออกมาปฎิเสธการขอเข้าเทียบท่าแทบทั้งสิ้น

เพราะต่างก็หวาดกลัวกันว่าคนที่อยู่บนเรือสำราญดังกล่าวจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งหากนำขึ้นมาเทียบท่าที่ประเทศไทยก็จะเป็นการนำเชื้อโรคเข้ามายังประเทศไทยได้  ซึ่งบริษัทที่เป็นเจ้าของเรือสำราญเวสเตอร์ดามก็ออกมาบอกว่า ประเทศส่วนใหญ่กลัวว่าคนบนเรือจะมีการติดเชื้อไวรัสซึ่งอันที่จริงแล้ว อาจจะเป็นไปได้ก็ได้ว่าคนบนเรือไม่มีใครที่ติดเชื้อเลยก็ได้ ทำไมถึงคิดกันว่าคนบนเรือจะติดเชื้อได้

แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้ทำการปฎิเสธการเข้าจอดของเรือไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันคนที่อยู่บนเรือสำราญมีประมาณสองพันกว่าคน มีการเดินเรือออกมาจากประเทศฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ทั้งสิ้นว่าอาจจะมีคนติดเชื้อไวรัสตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือก็ได้ หรือที่จริงแล้วคนบนเรืออาจจะไม่ได้มีใครที่ติดเชื้อเลยก็ได้ แต่รัฐบาลของแต่ละประเทศต่างก็ต้องป้องกันการแพร่เชื้อเอาไว้ก่อน ซึ่งเราคงต้องมารอดูกันต่อไปว่าคนบนเรือจะได้กลับถึงบ้านของตัวเองได้เมื่อไหร่ และจะมีประเทศไหนที่ยอมให้พวกเขาเหล่านั้นนำเรือเข้าไปจอดเทียบท่าได้หรือไม่ 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

เปิดวาเลนไทน์ปี 2020 คนซื้อดอกไม้รถน้อยลง

ในวันวาเลนไทน์ปี 2020 นี้มีรายงานข่าวจากทุกพื้นที่มาจากทางแม่ค้าที่ขายดอกกุหลาบแจ้งเข้ามาว่าในปีนี้นั้นดอกไม้ขายไม่ได้ราคาดีคนไม่ค่อยนิยมซื้อสักเท่าไหร่โดยส่วนใหญ่แม่ค้าได้นำดอกไม้สดมาวางไว้ขายเป็นลายดอกโดยเรียงดอกเล็กก็ขายดอกละ 10 บาทหรืออาจจะมีการจัดเป็นช่อช่อละ 100 500 หรือว่า 1000 บาทหรือถ้าหากดอกเดียวแต่ว่าดอกใหญ่หน่อยก็ขายดอกอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 50บาท

แต่ว่าในปีนี้นั้นผู้คนแทบไม่มีใครออกมาจับจ่ายใช้สอยในการซื้อดอกกุหลาบไปให้คู่รักของตัวเองเลยร้านค้าต่างๆเงียบเหงาเป็นจำนวนมากซึ่งแม่ค้าต่างก็บอกว่านำเงินไปลงทุนในการซื้อดอกกุหลาบมาขายแต่ก็ต้องขาดทุนอย่างมากในปีนี้เพราะไม่มีใครที่จะออกมาซื้อกุหลาบเลยจริงๆตอนนี้กุหลาบเหลือเยอะมาก   

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็แทบไม่มีใครที่จะออกมาซื้อกุหลาบเลยซึ่งจากเหตุการณ์ในวันนี้คาดการณ์กันได้ว่าเป็นเพราะปัญหาเศรษฐกิจที่ตอนนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยแทบเรียกได้ว่าอยู่ในขั้นของการวิกฤติเลยทีเดียวเพราะประชาชนตกงานหลาย 10,000 คนและบางคนก็ไม่มีเงินใช้จ่ายใช้สอยจึงต้องจำเป็นที่จะต้องประหยัดก่อนหน้านี้เรามักจะเห็นว่าในปีก่อนก่อนนั้นดอกไม้ไม่ว่าจะราคาสูงขนาดไหนก็ยังมีคนนิยมซื้อทั้งเป็นดอกเดียวหรือว่าเป็นช่อแต่ในปีนี้ผิดแปลกไปจากทุกปีเพราะถือได้ว่าเงียบเหงามากๆอีกทั้งการจัดกิจกรรมการแต่งงานในวันวาเลนไทน์

ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีคนสนใจมาจดทะเบียนแล้วจัดงานแต่งงานมีกิจกรรมกันใหญ่โตหลายจังหวัดแต่ในปีนี้แทบไม่มีข่าวออกมาเลยซึ่งเรียกได้ว่าเงียบเหงาเป็นอย่างมากสำหรับปีนี้แม่ค้าที่นำกุหลาบมาขายเรียกได้ว่าขาดทุนกันทุกร้านเพราะขนาดเด็กวัยรุ่นเด็กนักเรียนที่ปกติจะต้องซื้อดอกไม้ไปแจกกันนี่ปีนี้ก็ยังงดไม่มีใครออกมาซื้อเลยส่วนใหญ่ที่ขายได้ก็จะเป็นลูกค้าขาประจำ

ซึ่งมักจะซื้อดอกไม้ไปไหว้พระซะมากกว่าเรียกได้ว่าในปีนี้เศรษฐกิจทำผิดมาถึงวันวาเลนไทน์เลยทีเดียวคงต้องรอดูกันต่อไปว่ารัฐบาลจะออกมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างนี้ได้บ้างแล้วในปีหน้ากุหลาบจะยังคงขายไม่ได้ราคาเหมือนกับในปีนี้หรือไม่คงต้องรอดูฝีมือของรัฐบาลกันต่อไปส่วนในปีนี้แม่ค้าดอกไม้สุดคงทำอะไรไม่ได้มากอ่ะคงทำได้แค่เพียงทำใจเท่านั้น

 

สนับสนุนเรื่องโดย  สมัคร gclub slot ไม่มีขั้นต่ำ

เรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์

ในวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้มีใครที่ยังไม่มีคู่บ้างนั้นก็ต้องเหงากันไป ส่วนคนที่เขานั้นมีคู่กันก็จะมีความสุขเพราะว่ารอคอยกันวันนี้มานานเพราะว่าเขานั้นก็ลุ้นว่าคู่ของเขานั้นจะให้อะไรเพราะว่าเป็นความกระชุ่มกระชวยกันไป แต่จะมีใครนั้นจะรู้ไหมว่าเรื่องแปลกที่เกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์กันหรอก  ไปค่ะไปอ่านกันว่ามีเรื่องอะไรที่แปลกๆเกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์กันบ้าง 

  1. เรื่องแปลกของวันวาเลนไทน์  จดหมายถึงจูเลียต ทุกปีนั้นในวันวาเลนไทน์นั้นจะมีจดหมายที่จ่ายหน้าซองถึงจูเลียต ในหนังเรื่อง  Letters to Juliet ซึ่งทุกปีนั้นจะมีจดหมายกว่าพันฉบับนั้นส่งมาที่เมือง เวโรนา ซึ่งเป็นเมืองของ โรมิโอกับจูเลียต  ที่ผู้หญิงนั้นจะเขียนจดหมายรักไปส่งที่บ้านของจูเลียตเพื่อที่จะปรึกษาปัญหารักและก็ขอพรให้เขานั้นสมหวัง
  2. ช้อนแห่งความรัก  ในประเทศเวลส์ผู้คนสมัยก่อนนิยมให้ช้อนแห่งความรัก แก่คนรัก เพราะว่าเป็นช้อนที่ต้องแกะสลักเลยทำยากที่ต้องวาดรวดลายลงในช้อนเพื่อที่จะให้มีความแตกตา และแกะยาก เพราะว่าเราต้องใช้ความละเอียดอ่อนมันทำยากก็เลยทำให้คนเดียว
  3. ซาอุดิอาระเบียสั่งห้ามมีวันวาเลนไทน์ บางศาสนาและในบางประเทศมีความเชื่อว่า วันวาเลนไทน์นั้นจะกระตุ้นให้เกิดความลุ่มหลงราคะ อาจจะทำให้เสี่ยงผิดประเพณี ดังนั้นประเทศซาอุดิอาระเบีย จึงสั่งห้าม หรือ งด วันวาเลนไทน์  
  4. ความเชื่อในวันวาเลนไทน์ เชื่อกันว่าวันวาเลนไทน์ชื่อผู้ชายที่ผู้หญิงที่เรานั้นได้ยินเป็นคนแรกของวันนั้นไม่ว่าจะอ่านจากหนังสือพิมพ์หรือได้ยินจากวิทยุอะไรต่าง จะเป็นชื่อของผู้ชายที่เรานั้นจะแต่งงานด้วยในอนาคต 
  5. ของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก 
  6. ตนที่ได้รับการ์ดวาเลนไทน์มากที่สุด  
  • ลองเดาดูว่าเป็นใคร  ที่ได้รับการ์ดวันวาเลนไทน์นั้นมากที่สุด   นั่งคือคุณครู
  • ส่วนต่อมานั้นเป็นพ่อแม่นั้นส่งให้ลูก คุณแม่ ภรรยา  แฟน และสัตว์เลี้ยง 
  1.  ความเชื่อเรื่องนก ในยุคสมัยโบราณเลยเชื่อกันว่าถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนกโรบิ้น บินผ่านหัวตัวเองในวันวาเลนไทน์ ก็จะได้แต่งงานกับทหารเรือ 
  • ถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนกกระจอกจะได้แต่งงานกับคนจนแต่ว่ามีความสุขอย่างมาก 
  •  แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนกโกลฟินช์ ก็จะได้แต่งงานกับเศรษฐี 
  1. รายจ่าย  โดยเฉี่ยแล้ว ผู้ชายจะใช้จ่ายเงินประมาณ 5 พันบาทสำหรับในวันวาเลนไทน์เพื่อที่จะให้เป็นค่ำคืนที่สุดพิเศษที่สุดสำหรับผู้หญิงที่เขารัก 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ร่องรอยการตัดหินในยุคโบราณ

วันนี้เราจะมาสืบค้นหาประวัติศาสตร์โบราณบนที่ลุ่มลำตะครอง

ซึ่งก็เชื่อว่าเป็นที่ตั้งเดิมของเมืองโคราชมาแต่ก่อนและเราจะพามาดูร่องรอยของโบราณสถานซึ่งเมื่อก่อนมันเคยเป็นที่ตั้งมาแต่เดิมของเมืองโคราชยุคโบราณ

รอยแยกลักษณะของแผ่นหินที่ดูแปลกตานี้คือบริเวณที่มีชื่อว่า แหล่งตัดหินสีคิ้ว ซึ่งได้มีหลักฐานทางโบราณคดีว่าร่องรอยเหล่านี้ได้เกิดจากการกัดเซาะก้อนหินเพื่อที่จะนำไปใช้ในการสร้างปราสาทในสมัยของขอมเมื่อราว800 1100ปีก่อน แหล่งตัดหินสีคิ้วได้ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพในเขต ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

ในทางธรณีวิทยาหินของแหล่งตัดหินของสีคิ้วซึ่งได้จัดอยู่ในหมวดหินพูพานอายุ130ล้านปีซึ่งได้เป็นหน่วยย่อยของกลุ่มหินโคราชลักษณะโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินทรายลูกเตี้ยมีต้นไม้ขึ้นปกคุมบนเนินพบร่องรอยของการไหลของกระแสน้ำและรวมไปถึงหลุมหินที่มีขนาดใหญ่ที่เรียกว่าหลุมหินกุมภลักษณ์หินทรายจากแหล่งของแหล่งตัดหินสีคิ้วเป็นหินทรายสีเทาเนื้อละเอียดปานกลางบางชั้นเป็นหินกรวดมนที่มีขนาดเล็กสีขาวมีค่าความดูดซึมน้ำและความแข็งแรงเหมาะสม

สำหรับนำไปก่อสร้างและนำไปเป็นหินประดับ ซึ่งคนโบราณก็ไปมองเห็นคุณบัติข้อนี้และได้มีการตัดแต่งเพื่อจะนำก้อนหินทรายไปใช้ในการก่อสร้างปราสาทหินต่างๆลานหินบนยอดเนินมีร่องรอยของหินทรายที่ถูกตัดแยกออกไปโดยมีการสกกัดหินเป็นร่องสี่เหลี่ยมขนาดลึกยาวหลายขนาด

 

ซึ่งเชื่อว่าหน้าจะเป็นการสกัดหินเพื่อกำเนิดแนวในการตัดหินบางจุดยังมีรอยเหมือนถูกเซาะด้วยของมีคมและรอยแยกของหินที่ได้ถูกงัดนำเอาออกไปร่องรอยที่พบทำให้นักโบราณคดีสามารถสันนิษฐานให้เห็นถึงวิธีการตัดหินทรายของคนในสมัยโบราณ ซึ่หน้าจะแบ่งเป็นส3ขั้นตอนคือเริ่มจากการเซาะร่องหินทรายให้เป็นแนวยาวเพื่อกำเนิดขนาดหินที่ต้องการจากนั้นจึงได้ตัดแบ่งหินเป็นก้อนสี่เหลี่ยมส่วนในขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้เครื่องมือคมที่มีความแข็งแรงเซาะทางด้านล่างเพื่อที่จะได้งัดหินขึ้นมาเป็นก้อนจากนั้นก็ได้นำขนย้ายออกไปนักโบราณคดียังเชื่อต่อไปอีกว่าหินทรายที่ได้จากแหล่งตัดหินสีคิ้วได้ถูกนำไปสร้างปราสาทหลายแห่ง

ซึ่งก็ได้พบกระจายอยู่ไม่ไกลไปจากบริเวณนี้โดยเฉพาะปราสาทของเมืองโบราณที่มีชื่อว่าโคราฆปูระ  โคราฆปูระอยู่ห่างจากแหล่งตัดหินในแนวเส้นตรงประมาณ20กิโลเมตรแต่ในปัจจุบันแถบจะไม่พบเห็นหลักฐานของโคราฆปูระ

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

4 ประเพณีสำหรับทางภาคอีสาน

ประเพณีไหลเรือไฟของชาวอีสาน   

ซึ่งได้จัดขึ้นในส่วนเทศกาลออกพรรษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชาแม่น้ำโขงและพญานาคนอกจากนี้ประเพณีไหลเรือไฟยังจัดขึ้นเพื่อขอขมาลาโทษที่ได้ทิ้งสิ่งของสกปรกลงไปในแม่น้ำลำครองและเป็นการเผาไฟเพื่อเป็นการเอาความทุกข์ไหลไปกับสายน้ำเรือไฟหมายถึงเรือที่ทำมาจากต้นกล้วยไม้ไผ่หรือวัสดุที่สามารถลอยน้ำได้เพื่อนำมาจัดเป็นรูปโครสร้างตามรูปต่างๆจากนั้นเมื่อนำเรือลงไปในแม่นำแล้วได้ทำการจุดไฟจากนั้นไฟก็จะลุยไปตามลวดลายต่างๆที่ได้จัดเอาไว้ด้านบนเรือจึงเกิดเป็นรูปต่างๆตามมา ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้เข้ากับเหตุการณ์และยังมีการเล่นพลุเพื่อการยิ่งใหญ่และตะการตาอีกด้วย

ประเพณีผีตาโขน

เป็นประเพณีที่ชาวด่านซ้ายจังหวัดเลยซึ่งได้ถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานสำหรับผู้ที่ได้สวมบทบาทเล่นเป็นผีตาโขนนั้นจะต้องสวมหน้ากากที่หน้าเกลียดและหน้ากลัวซึ่งหน้ากากผีเหล่านี้ได้ทำมาจากวัสดุหวดนิ่งข้าวเหนียวแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสีนสดใสและออกเดินร่วมขบวนไปกับขบวนแห่งานบุญหลวงซึ่งจะจัดรวมไปพร้อมกับงานบุญหลวงที่ตั้งอยู่วัดโพธิชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งถือได้ว่าในด้านประเพณีผีตาโขนนี้เป็นการเล่นเพื่อบวงสรวงบูชาด้วยวิญญาณบรรพชนเนื่องจากว่าชาวด่านซ้ายเชื่อกันว่าบรรพชนที่ได้เสียชีวิตไปแล้วจากกลายเปนสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถดนบรรดานให้เกิดความอุดมสมบูรณ์หรือความหายนะกับบ้านเมืองได้เพื่อให้เป็นที่พอใจต่อดวงวิญญาณ

ประเพณีบุญบั้งไฟ 

เป็นอีกประเพณีหนึ่งของทางภาคอีสานโดยมีตำนานมาจากนิทานพื้นบ้านของภาคอีสาน เรื่องพญาคันคาก และเรื่อง ผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทานพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึงการที่ชาวบ้านได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชาพญาแสนซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่าพญาแสนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกอย่างถูกต้องตามฤดูกาลและมีความชื่นชอบไฟเป็นอย่างมากหากหมู่บ้านใดไม่จัดงานบูญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชาฝนก็จะไม่ตกตามฤดูกาลอาจจะทำให้เกิดเรื่องร้ายกับหมู่บ้านได้ช่วงเวลาของงานบุญประเพณีบุญบั้งไฟคือ เดือน6หรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี

ประเพณีแห่งเทียนพรรษา

สำหรับงานแห่งเทียนพรรษานั้นจัดขึ้นก่อนวันเข้าพรรษาวันแรม1ค้ำเดือน8ของทุกปีทุกคนชาวไทยจะเข้าวันทวายเทียนพรรษาตามวัดต่างๆถึงแม้การทวายเทียนจะถูกปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมต่อเหตุการณ์เป็นทวายหลอดไฟแต่อย่างไรเทียนพรรษาก็ยังคู่กับสังคมไทยในประเพณีเทียนพรรษาเช่นเคย

 

 

ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี

ตำนานเรื่องราวของจีน

ตำนานประเพณีของจีน

ประเพณีตรุษจีนนั้นก็คือประเพณีฉลองปีใหม่ในแบบโบราณของจีนนั้นเองประเพณีตรุษจีนนั้นจะเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยไหนต่อไหนๆซึ่งมันก็ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอนแต่ก็เข้าใจกันว่าหน้าจะมีมาตั้งแต่ครั้งเมื่อเริ่มใช้ปฏิทินในสมัยราชวงศ์เซี่ยเมื่อเวลา4000ปีที่แล้วในหนังสือวัฒนธรรมจีนจดหมายเหตุสมัยชุนชิวเมื่อ2700ปีก็ได้มีการกล่าวถึงเรืองตรุษจีนแล้วก็มีหนังสืออยู่แล่มหนึ่งที่กล่าวถึงประเพณีของจีนหลายร้อยปีมาแล้วเขียนเอาไว้ว่าในนครเชียงอานตอนเช้าวันปีใหม่มีหญิงสาวแต่งตัวสวยงามถือดอกไม้ที่เรียกว่าดอกไม้รับปีใหม่หรือว่าดอกไม้ตรุษจีนบรรดาหญิงสาวเหล่านี้จะต้องนำไหมสีต่างๆเอาไปผูกไว้ตามกิ่งต้นไม้เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวยังเป็นสาวและก็ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ไปด้วยในวันสุดท้ายของงานก็จะมีการเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน  

มีนิยายของจีนเล่าไว้ดังนี้ว่า 

ในสมัยหนึ่งนานมาแล้วเทพเจ้าองค์หนึ่งก็ได้บอกกับมนุษย์ทั้หลายว่าในวันนั้นจะเกิดความหายนะทุกสิ่งในโลกจะถูกทำลายและหลังจากนั้นสิ่งทั้งหลายก็จะถูกสร้างขึ้นใหม่คำบอกเล่าของเทวดาทำให้มนุษย์นั้นพากันตกใจกลัวเสร็จแล้วก็พากันคิดได้ว่าไหนๆก็จะตายจากกันแล้วก็คงกินเลียงกันใหญ่เพื่อเป็นการล่ําลากันให้สนุกสักครั้งหนึ่งมนุษย์ทั้งหลายต่างก็พากันกินร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานกันตลอดทั้งคืนพอถึงรุ่งเช้าซึ่งใครๆก็คิดว่าเป็นโอกาศสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกแต่ว่าทุกอย่างก็ยังอยู่ในความสงบยังมีอะไรเกิดขึ้นทั้งนี้เทพเจ้าอาจจะเปลี่ยนแผนยังไม่ให้เหตุการนั้นเกิดขึ้นก็ทำให้มนุษย์ต่างพากันดีใจกินเลี้ยงกันอีกวันหนึ่งตามนิยายที่เล่ามานี้เขาว่าเป็นต้นเรื่องของประเพณีวันขึ้นปีใหม่

ซึ่งหากจะพิจารณาถึงเนื้อหาที่แท้จริงก็หน้าจะเป็นว่าการที่เราได้มีชีวิตผ่านพ้นมาอีกปีหนึ่งโดยที่ไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นก็หน้าจะเป็นที่หน้าพอใจจึงได้มีการแสดงความยิ่งดีต่อกันซึ่งเป็นความจริงที่หน้าจะถูงต้องเพราะฉะนั้นตามประเพณีขึ้นปีใหม่ของจีนเมื่อไหว้เจ้าเสร็จแล้วก็ได้มีการดื่มสุราไล่ความไม่ดีต่างนั้นให้ออกไปจากตัวแต่ถ้าหากว่าดื่มกันมากไปนั้นก็จะเกิดความไม่ดีเข้าตัวให้พอดื่มเหล้าจากนั้นก็ได้เลี้ยงข้าวปลาอาหารกินกันอย่างสนุกสนานพยายามทำตัวให้สดชื่นเอาไว้หรือว่าแต่กายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ประเพณีวันขึ้นปีใหม่จะมีธรรมเนียมที่ถือเหมือนๆกัน

อย่างหนึ่งก็คือนั้นคือถือเรื่องมงคลตามประเพณีของจีนนั้นเขาจะติดรูปเท พารักษ์กราบกลอนเอาไว้ที่ประตูบ้นทั้งซ้ายและขาว

 

งานบั้งไฟจังหวัดหนองคาย

งานบุญประเพณีบั้งไฟพญานาคที่จังหวัดหนองคาย

และนี่เป็นอีกหนึ่งของความเชื่อที่เกี่ยวกับพญานาคซึ่งอยู่คู่กันมากับวิถีชีวิตและคนทั่งสองฝั่งโขงมาอย่างช้านานและความศรัทธาอีกมากมายของเหล่าชาวบ้านและผู้คนแถวนั้นและได้ผลักดันทำให้เกิดวัฒนธรรมของความเชื่อ ที่หล่อหลอมผู้คนต่างให้เป็นหนึ่งเดียวกันซึ่งในทุกๆปีนั้นจะมีเทศกาลไหลหรือเรือไฟและจับตาชมบั้งไฟพญานาคที่ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ที่มีการจัดงานประจำปีอย่างยิ่งใหญ่เพื่อให้นักท่องเที่ยวสนใจทั้งคนไทยและต่างประเทศเพื่อให้มาชมงานกันอย่างครึกครื้นซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเทศกาลและมีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย

ซึ่งยังมีนักข่าวที่มาจากทั่วโลกเพื่อมาทำข่าวเกี่ยวปรากฏการณ์แห่งธรรมชาติแห่งนี้

เนื่องจากมีการเกิดบั้งไฟพญานาคและเป็นตำนานของความเชื่อของคนจังหวัดหนองคายซึ่งว่ากันว่าบริเวณแม่น้ำโขงแห่งนี้เป็นเมืองบาดาลเก่าที่มีพญานาคอาศัยอยู่ซึ่งเดิมทียังมีประวัติพญานาคซึ่งปรากฏอยู่ในพระไตรปิฏก และเป็นหนังสือที่รวมหลักธรรมคำและคำสอนของพระพุทธองค์เอาไว้แล้วยังรวมไปถึงประวัติของพระพุทธองค์ซึ่งเดิมทีพระพญานาคนั้นจะมีนิสัยดุร้ายมากและจึงมีเรื่องที่เล่าขานกันว่าเมื่อครั้งอดีตกาลพระพุทธองค์

ซึ่งได้ลงมาเพื่อโปรดสัตว์เพื่อให้พญานาคนั้นได้ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจนทำให้เกิดความเลื่อมใสและศรัทธาก็เลยคิดที่อยากจะขอออกบวชแล้วยังได้แปลงกลายเป็นคนเพื่อที่จะมาบวชแต่ก็ไม่สามารถออกบวชได้และเนื่องจากนาคนั้นเป็นสัตว์เดรัจฉานพญานาคก็ปาวรณาตนว่าเป็นพุทธมามะกะและเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้านั้นเสด็จขึ้นไปโปรดธรรมให้แก่

พระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนครบ 1 พรรษาแล้วจึงเสด็จกลับลงมายังที่โลกมนุษย์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และเมื่อพญานาคนั้นได้รับรู้ถึงการกลับมาของพระพุทธองค์แล้วจึงบังเกิดให้บั้งไฟนั้นขึ้นมาซึ่งมีดวงไฟขนาดเล็กสีส้มอมเหลือง อมแดงซึ่งไม่มีเสียงและกลิ่นจะปรากฏขึ้นผิวน้ำตั้งแต่ 1-30 เมตรและจะพุ่งขึ้นสูงถึง 50-150 เมตรซึ่งจะปรากฏให้เห็นเพียง 5-10 วินาทีเท่านั้น

ซึ่งเป็นคำบอกเล่าจากคนในพื้นนั้นที่พบเห็นได้บ่อยครั้งและบั้งไฟพญานาคนั้นก็เริ่มมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆซึ่งทุกๆอย่างก็ย่อมมีหลายๆปัจจัยเข้ามาประกอบกันไม่ว่าจะเป็นทางด้านระบบนิเวศ อีทั้งเงื่อนไขของเวลาดินฟ้าแล้วกับอากาศที่แปรปรวนและที่เปลี่ยนไปตามระดับในแม่น้ำโขงก็รวมไปถึงสภาวะโลกร้อนด้วยซึ่งทั้งหมดนั้นก็ล้วนมีผลต่อจำนวนของบั้งไฟพญานาคด้วยเช่นกัน

แล้วถ้าสำหรับท่านใดที่อยากจะลองออกไปสัมผัสอากาศแห่งความรื่นรมย์ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีและก็ไม่รู้ว่าในอนาคตเจ้าลูก “บั้งไฟพญานาค” นั้นมันจะยังมีให้เราได้เห็นอีกหรือป่าวหรือวัฒนธรรมเหล่านี้อาจจะหายไปตามกาลเวลา  

 

ว่านรางจืดสามารถล้างพิษในร่างกายได้ดี

สมุนไพรรางจืดมีดีอย่างไร

ซึ่งในสมัยนี้ร่างกายของคนเราต่างก็ได้รับสารพิษต่างๆเข้าสู่ร่างกายเข้าไปทุกวันและไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ หรือ อาหาร หรือทางผิวหนัง ซึ่งมลพิษที่ปล่อยออกมานั้นไม่ว่าจะเป็นการเผาไหม้หรือพวกยาปฎิชีวนะที่เอาไว้ใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์หรือสารเคมีที่เอาไว้ใช้ในการปลูกพืชผัก ซึ่งร่างกายของเรานั้นต่างก็ได้รับสารพิษแทบจะทุกวันหรือไม่ก็โรคภัยต่างๆที่จะตามมาและเกิดขึ้นได้ง่ายสำหรับคนในยุคปัจจุบันนี้

และเราควรที่จะขจัดสารพิษพวกนี้ออกไปจากร่างกายของเราบ้างสำหรับว่านรางจืดนั้นจะเป็นไม้เลื้อยเถาเนื่องจากเนื้อจะเป็นเนื้อแข็งและจะมีลำต้นที่เป็นปล้องๆจะมีสีเขียวเข้มและก็สีเขียวอ่อน ซึ่งต้นว่านรางจืดนั้นจะเกิดขึ้นตามเขตพื้นที่ต่างๆและเขตที่มีอากาศร้อนอย่างเช่นในแถบทวีปเอเชียเนื่องจากจะขึ้นมากในบริเวณดั่งกล่าว จะมีแบบเป็นป่าร้อนชื้นซึ่งจะมีการโตได้รวดเร็วขึ้น

ซึ่งจะมีวิธีขยายพันธุ์หรือทำปักชำและจะมีชื่อที่เรียก ว่าน ชนิดนี้ที่แตกต่างกันต่างภูมิภาคและจังหวัดซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีกับชื่อที่เรียกว่า ว่านรางจืด ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้แถมยังปลอดภัยต่อทุกส่วน เป็นที่ขึ้นชื่อของ ราชาแห่งการถอนพิษต่างๆ

สรรพคุณของว่านรางจืด

  1. สามารถใช้กินเป็นยาแก้ร้อนในได้ ซึ่งว่านรางจืดนั้นจะมีฤิทธิ์ที่ออกเย็นสามารถนำเถารางนั้นมาต้มกินและรับประทานเพื่อเป็นยาแก้ร้อนในได้ดี
  2. สามารถนำมาเพื่อปรุงเป็นยาแก้ถอนพิษไข้ได้อีกและยังสามารถเอารากและใบนั้นมาต้มรับประทานได้ดีอีกด้วย
  3. สามารถช่วยให้การล้างอีกทั้งยังทำลายล้างสารพิษอื่นๆที่ยังตกค้างอยู่ข้างในร่างกายพวกเราด้วย
  4. จัดการแก้สารพิษหรือพืชต่างๆและสัตว์ต่างๆที่มีพิษร้ายแรงซึ่งสารพิษจากสัตว์นั้นแต่ละชนิดหากเรานั้นได้รับเข้าไปเป็นจำนวนมากอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ในทันที
  5. .ว่านรางจืดนั้นยังสามารถล้างสารพิษที่อาจโดนสารตะกั่วซึ่งจะมีผลต่อระบบประสาทและสมอง 
  6. ว่านรางจืดนั้นยังสามารถทำการถอนพิษ ยาเบื่อ ต่างๆที่มันสามารถจะวิ่งสู่ร่างกาย ของเรา
  7. สามารถถอนพิษจากอาการเมาค้างหรือพิษของแอลกอฮอล์ ได้สำหรับนักดื่นปริมาณมากด้านมหาลัยวิทยลัยจุฬาลงกรณ์ได้วิจัยมาว่าน้ำต้มว่านรางจืดนั้นช่วยป้องกันเซลล์ตับไม่ให้มีอาการตายจากพิษของแอลกอฮอล์ และยังสามารถลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดได้ดี

 

สำหรับว่านรางจืดนั้นเป็นพืชที่สามารถหาได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทยอย่างบ้านเรา ซึ่งเป็นพืชที่หาได้ง่ายมากๆซึ่งมีสรรพคุณอีกมากมายเช่นกันที่ยังสามารถนำมาบริโภคหรือเอาไว้เพื่อเป็นการถอนพิษได้ปลอดภัย  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

ปัญหาเพื่อนบ้านทะเลาะกัน ปัญหาสังคมซ้ำซากที่ไม่มีวันแก้ไขได้

มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเผยภาพคนสองกลุ่มกำลังทะเลาะกัน

โดยคนที่โพสต์ได้เล่าให้นักข่าวฟังว่า เป็นเหตุการณ์ที่มีการทะเลาะกันมาต่อเนื่องยาวนานหลายปีแล้วและคลิปนี้เป็นคลิปล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นโดยพี่ชายของเขาเปิดร้านอาหาร แต่หลังบ้านไม่พอใจอ้างว่าสร้างความเดือนร้อนให้เพราะมีกลิ่นเหม็น และบ่อยครั้งที่คนหลังบ้านจะมีการมาด่า มาต่อว่าซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกันขณะที่พี่ชายกำลังขนกล่องขึ้นรถ ก็มีกลุ่มคนจำนวนมากจากหลังบ้านตะโกนด่าว่าจะขายขยะกินเหรอ แล้วมาบอกให้ปิดประตู พอพี่ชายกับแม่ไม่ปิด

พวกเขาเหล่านั้นก็มาปิดประตูกระแทกใส่หน้า

พร้อมกันเหมือนจะเข้ามาหาเรื่องและพยายามยั่วยุให้พี่ชายกับแม่โมโหเพื่อจะได้ถ่ายคลิปไปโพสต์ประจาน บางครั้งก็การทุบผนังเสียงดัง ทำให้คนที่มาทานอาหารในร้านของตนตกใจ ซึ่งเมื่อมีโพสต์นี้ออกมาก็มีคนพากันแชร์และเข้ามาวิจารณ์กันอย่างมาก ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม ทางนักข่าวจึงได้เดินทางไปหลังบ้านดังกล่าวที่เป็นคู่กรณีเพื่อให้ชี้แจงอีกมุมบ้างซึ่งบ้านหลังนี้ก็พูดเป็นหนังคนละม้วนว่า บานของตัวเองเป็นนักธุรกิจสมีกิจการขายเสื้อผ้าที่เปิดเป็นสำนักงานขายในย่านเศรษฐกิจ แต่ที่ตรงนี้คือบ้านที่พักอาศัยปัญหาที่พบคือ บ้านหลังคู่กรณีเปิดเป็นร้านอาหารเวลาทำอาหารจะมีกลิ่นอาหารลอยคลุ้งมาทางบ้าน

 

ซึ่งมีผลให้ที่บ้านไม่สามารถตากผ้าหรือเปิดหน้าต่างประตูบ้านได้เพราะกลิ่นจะเข้าไปในบ้าน

ทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นเหม็น เคยบอกให้ติดเครื่องดูดกลิ่นแต่บ้านหลังดังกล่าวก็ไม่ทำ และคอยพยายามยั่วยุให้บ้านนี้โกรธตลอดเพื่อจะแอบถ่ายคลิป ซึ่งเหตุการณ์ในคลิปล่าสุดเกิดจากการที่คนในบ้านพากันออกมาห้ามปรามน้องสาวไม่ให้ไปมีเรื่องกับคนบ้านนั้น เพราะน้องสาวอารมณ์ร้อนเพราะเป็นวัยรุ่นโดยบ้านนั้นส่งเสียงดัง และพูดจายั่วยุจึงทนไม่ได้ และเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้มีการทำร้ายกัน

 

ซึ่งทุกคนสามารถไปดูตามร่างกายของอีกฝ่ายได้เลย เนื่องจากทางบ้านของตนไม่เคยเล่นโซเชียวทำให้ไม่ทราบว่ามีข่าวดังใหญ่โต แต่ตอนนี้คงถึงเวลาที่จะต้องชี้แจงกันบ้างแล้ว ซึ่งทางบ้านนี้ขอเวลาทำคลิปเล่าเรื่องราวเสร็จแล้วจะมีการโพสต์ลงสื่อโซเชียวให้ทุกคนได้รับทราบข้อเท็จจริงกันบ้างจะได้รับข่าวสารทั้งสองทาง จะได้ไม่ฟังความข้างเดียวแล้วมาด่าบ้านตนบ้านเดียว

 

สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้โดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100