ตำนานโอนิ

   ยักษ์ตัวใหญ่ที่มีรูปร่างน่ากลัว กำยำ ทั้งตัวมีสีแดงมีเขาอยู่เหนือหัวทั้งสองข้างและมีดวงตาอยู่สามดวงและดวงตาทั้งสามดวงนั้นก็มองตรงไปยังศัตรูอย่างแข็งกร้าว ที่สำคัญเจ้ายักษ์โอนิ นี้มีนิ้วมือและนิ้วเท้าเพียงแค่ สามนิ้วเท่านั้นแถมยังมีเขี้ยวยาวเฟื้อย และด้วยรูปลักษณ์ที่กล่าวมาข้างต้นทำให้โอนิกลายเป็นยักษ์ที่มีรูปร่างน่าเกลียดและน่ากลัว แต่ที่น่าแปลกคือ โอนินั้นมีชื่อเสียงที่โด่งดังเป็นอย่างมาก

เพราะเป็นยักษ์ที่มีการพูดถึงในตำนานต่างต่างของประเทศญี่ปุ่นและยังมีการวาดภาพของยักษ์โอนินี้ในงานศิลปะของญี่ปุ่นอีกด้วย  และตามตำนานความเชื่อของชาวญี่ปุ่นว่ากันว่า ยักษ์โอนินั้นเป็นยักษ์ที่คอยเฝ้าประตูนรกซึ่งเป็นทางไปรับโทษของคนที่ชอบทำกรรมชั่วร้ายและยังมีความเชื่อกันอีกว่า ยักษ์โอนินั้น เป็นตัวแทนของสิ่งที่เป็นความชั่วร้าย เพราะว่ามันนั้นชอบกินเนื้อสัตว์สดสด และชอบกินเหล้าและที่สำคัญมีการเชื่อกันด้วยว่ายักษ์โอนิ ชอบกินเนื้อของมนุษย์มากที่สุด  และด้วยตำนานความเชื่อเกี่ยวกับความน่ากลัวของยักษ์โอนิ ทำให้ที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีการจัดงานเทศกาลประจำปีซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกเทศกาลนี้ว่าเทศกาล เซนชุบุน

หรือที่เรียกกันว่าเทศกาลปาถั่ว ซึ่งเทศกาลนี้จะเป็นการจัดขึ้นมาเพื่อเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปและรับสิ่งที่ดีดีเข้ามาแทนที่นั่นเอง ซึ่งในวันเทศกาล เซนชุบุน นี้จะมีการท่องบทสวดเพื่อขับไล่สิ่งขั่วร้ายละในเนื้อหาของบทสวดดังกล่าวก็จะมีการกล่าวถึงชื่อของเจ้ายักษ์โอนิ นี้อยู่ด้วย  และถึงแม้ว่าชื่อเสียงของยักษ์โอนิจะมีการพูดถึงกันแต่เรื่องที่ไม่ดี มีแต่การสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน

แต่สำหรับในงานด้านศิลปะแล้ว เรากลับพบว่า งานศิลปะของชาวญี่ปุ่นมากมายหลายชิ้นที่มีการวาดรูปของยักษ์โอนิเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานวาดภาพ หรืองานพิมพ์ภาพ และยังมีงาบันเทิง ที่ผู้คนมักจะเห็นเจ้ายักษ์ตัวใหญ่สีแดงอยู่ในงานด้วย ซึ่งเจ้ายักษ์โอนิ นี้เป็นตำนานของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่โบราณแต่ปัจจุบันคนญี่ปุ่นก็ยังให้ความเคารพนับถือและมักจะจัดงานเทศกาลเกี่ยวกับเจ้ายักษ์โอนิ นี้อยู่เป็นประจำทุกปี และแม้ถึงว่าจะนานหลายร้อยปี แต่ทุกวันนี้ทุกคนในประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงรู้จักยักษ์โอนิกันอยู่ และยังมีการเล่าเรื่องราวของยักษ์โอนิให้กับลูกหลานสืบต่อกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

ขอขอบคุณ   สล็อตฝากขั้นต่ำ 50  ที่ให้การสนับสนุน

ตำนาน เรื่องเล่าจากที่โรงเรียน 

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้มันเกิดขึ้นจริงซึ่งเกิดขึ้นสมัยตอนที่ฉันยังเด็กซึ่งตอนนั้นเราจำได้ว่าเราอยู่กับพ่อและแม่พ่อของเรานั้นทำงานเป็นคนเฝ้าโรงเรียนคือฐานโรงเรียนรปภด้วยซึ่งแม่ของเราก็เป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านคอยทำความสะอาดและทำอาหารทำกับข้าวใส่ปิ่นโตข้าวกล่องให้พ่อไปกินที่โรงเรียนทุกวันบ้านเราอยู่ที่ต่างจังหวัดซึ่งจากรายได้จากการเป็นพัดลมของพ่อไม่ได้เยอะมากทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนอกแต่มันก็สุขสบายดีไม่ได้ขาดเหลืออะไรซึ่งตั้งแต่เกิดมาเราก็อาศัยอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใกล้ๆโรงเรียนซึ่งเป็นบ้านพักของคุณครูเขาจะแจกให้กับพนักงานของคนที่ทำงานที่โรงเรียนซึ่งพ่อของฉันก็เป็นคนหนึ่งในนั้นที่ทำงานที่โรงเรียนดังนั้นจึงได้บ้านพักหลังหนึ่งมาให้ครอบครัวของเราได้อาศัยอยู่ด้วยกัน

ซึ่งหลังจากนั้นฉันก็เรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านตลอดเวลา ซึ่งเราก็ใช้ชีวิตอยู่มาตั้งนานหลายปีจนตอนนี้เราก็เรียนถึงชั้นป 4 แล้วเส้นทางออกเราขึ้นป 4 พ่อของเราก็เลือกที่จะออกจากงานที่ทำที่โรงเรียนนั้นจากนั้นเราก็ไปที่บ้านของยายซึ่งตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนเช่นเดียวกันและเราก็สร้างบ้านแถวๆนั้นด้วยตัวเองซึ่งทุกๆคืนเราจะฝันถึงบ้านพักที่เคยอยู่อาศัยนั้นทำให้แม่เราสงสัยมากว่าเกิดอะไรขึ้น

แม่ของเรานั้นมีความเชื่อว่าจิตและดวงวิญญาณของเราคงยังผูกพันอยู่กับบ้านพักแห่งนั้นแม่จะได้ทำการเดินทางไปที่บ้านพักแห่งนั้นกวักมือเรียกเราหรือก็คือเรียกดวงจิตของเราที่แม่เชื่อให้ตามแม่มาที่กลับบ้านจะถึงหน้าจะทำอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเรายังคงฝันถึงบ้านพักนั้นตลอดเวลาซึ่งใจเราก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่เกิดทำให้เรารู้สึกรักและเขาจะฝันถึงเนื่องจากยังคิดถึงและยังอยากอยู่ที่นั่นหลังจากนั้นเดือนเมษายนไม่รู้เกิดอะไรขึ้นมีน้ำป่าไหลลงมาจากป่า

ซึ่งน้ำป่ามันก็ไหลมาเร็วมากมีคนตายมากกว่า 100 คนซึ่งนั่นทำให้คนหลายคนเสียชีวิตลงแม้กระทั่งเด็กนักเรียนหลังจากนั้นเราก็พบว่าบ้านของเรานั้นและบ้านของครอบครัวเรารวมถึงบ้านของผู้ใหญ่บ้านเป็นเพียงแค่บ้านทั้งหมดที่ยังอยู่ได้ระหว่างที่มีน้ำป่าซึ่งวันนั้นพ่อนอนหลับไปแล้วฝันว่าพบเด็กนักเรียนร้ายคนทั้งโรงเรียนพากันมานั่งเต็มบ้านและร้องไห้ซึ่งหลังจากนั้นวันต่อมาน้ำก็เริ่มหายไปจนเกือบจะหมดแล้ว

ซึ่งพ่อกับฉันก็เดินทางไปที่โรงเรียนหลังจากนั้นพ่อก็เห็นว่าเด็กนักเรียนที่พ่อเห็นในฝันทุกๆคืนเด็กพวกนั้นตายหมดแล้วทันสมัยพ่อตกใจมากซึ่งพ่อบอกว่าที่โรงเรียนนั้นพี่เยอะมากดังนั้นช่วงนี้พ่อก็ไม่กลัวหรอกเพราะว่าเพราะเห็นบ่อยแล้วซึ่งนอกจากนั้นเมื่อเราเข้าไปดู ทีวีในโรงเรียนกับพ่อแม่อยู่ๆเราก็รู้สึกว่าอยากจะไปล็อกห้องลูกบาสเราต้องเดินไปล็อคซึ่งเรามั่นใจว่าเรารักเรียบร้อยแล้วกลับมาดูหนังกับพ่อต่อแต่อยู่ประตูก็เปิดเองออกมาพร้อมกับมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดและลูกบาสทั้งหมดก็ไหลออกมาทั้งๆที่เราเก็บใส่ตะกร้าเรียบร้อยซึ่งนั่นทำให้เรากลัวจนหนีออกจากที่นั่นพ่อก็เริ่มหางานทำหน่อยจะได้เงินเยอะและเราก็ย้ายไปกรุงเทพฯและไม่เคยคิดที่จะกลับมาที่นั่นอีกเลยประสบการณ์ที่ฉันกลัวมาก

 

สนับสนุนโดย   คาสิโนออนไลน์

Museum in Korea

 

เกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องงานศิลปะอย่างมาก เพราะประเทศเกาหลีนั้นมีการสนับสนุนในงานศิลปะอย่างมาก โดยทั่วๆประเทศของเกาหลีแทบจะทุกเมืองล้วนมีสถานที่ที่มีการจัดงานแสดงงานเกี่ยวกับศิลปะทั้งสิ้น

National Folk Museum จัดแสดงประวัติศาสตร์ต่างๆและมักมีการใช้สถานที่แห่งนี้ในการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปะระดับประเทศด้วย ซึ่งภายในนั้นจะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวหับชาติเกาหลีไว้อย่างครบถ้วนซึ่งถ้าหากใครนั้นต้องการที่อยากรู้และทราบประวัติความเป็นมาของเกาหลีอย่างละเอียดและเข้าใจนั้นจะต้องมาชมที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่สำคัญยังสามารถเดินทางไปเที่ยวชมได้อย่างสะดวกเพราะพิพิธภัณฑ์นี้นั้นตั้งอยู่ในพระราชวังเคียงบกกุงนั่นเองได้เที่ยวสองที่ในคราวเดียวอีกด้วย

Leeum Samsung Museum Of Art เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในการแสดงผลงานทางศิลปะ โดยภายในนั้นจะมีการแบ่งออกเป็นโซนต่างๆตามประเภทของศิลปะนั่นเองและภายในก็ตกแต่งแบบศิลปะร่วมสใยด้วยเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบและรักในการถ่ายรูปด้วยเพราะภายในอาหารมีการตกแต่งอย่างสวยงามเหมาะแก่การถ่ายรูปอย่างมากและภายในพิพิธภัณฑ์นั้นมีงานแสดงทั้งงานภาพวาด การเขียนอักษรจากพู่กัน งานปั้นเซรมิก งานหัตกรรมโลหะ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่คิ่นข้างจะหาชมได้ยากในยุคปัจจุบัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและศิลปินต่างๆจากทั่วโลกในการเข้าชมด้วยถึงแม้จะเสียค่าบัตรเข้าในราคาที่ค่อนข้างสูงแต่บอกได้เลยว่าถ้าเข้าปแล้วเราจะได้พบกับการลมศิลปะอันล้ำค่าที่หลากหลายประเภทเลยทีเดียว

Korea Folk Village เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงศิลปะและความเป็นอยู่ในช่วงยุคโชชอนของเกาหลี โดยมีการจัดพิพิธภัณฑ์เป็นหมู่บ้านในยุคนั้น ทำให้พิพิธภัณฑืแห่งนี้นั้นมีความน่าสนใจและดีรับการมาเยือนจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และภายในพิพิธภัณฑ์นั้นยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจทำมากมาย อย่างเช่นการแต่งตัวจำลองอยู่ในยุคโชชอนนั่นเอง นอกจากจะได้รับความรู้ความเป็นมาในยุคโชชอนแล้วนั้นยังได้ความเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดขึ้นเพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวอีกด้วย

Paradise City เป็นสถานที่แห่งศิลปะที่เพิ่งมีการเปิดได้ไม่นาน โดยสถานที่นี้นั้นตั้งอยู่ในเมืองอินชอนซึ่งใกล้กับสนามบินอินชอนของเกาหลีใต้อย่างมาก ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในการไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับศิลปะแห่งนี้จำนวนมาก เพราะสามารถที่จะเดินทางไดโดยสะดวกนั่นเอง โดยในพิพิธภัณฑ์จะเน้นการแสดงศิลปะเกี่ยวกัยศิลปะสมัยใหม่และเน้นไปทางด้านศิลปะสภาปัตยกรรมเป็นหลัและที่สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจากคนเกาหลีและนักท่องเที่ยวอย่างมากนั้นก็มาจากรูปแบบสถานที่พิพิธภัณฑ์นั่นเอง โดยจุดเด่นของ Paradise Cityนั้นก็คือตัวอาคารที่มีเหลทองโดดเด่นและมีการก่อสร้างแบบแปลกใหม่มาก ทำให้สานที่แห่งนี้นั้นได้รับความนิยมในการมาถ่ายรูปและจัดงานนิทรรศการต่างๆเกี่ยวกับศิลปะด้วย

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

ประวัติของต้าร์ บาร์บี้

ถ้าไปกับเพื่อนก็มีแต่เมาลูกเดียว แต่ไปกับพ่อแม่หลายวันก็ไม่ต้องดื่มเหล้าเลย มันคือก พักผ่อนจริง ๆ เหมือนกับเราได้มุมพักกับคนที่เราเชื่อมั่นในตัวเค้าที่สุดก็คือพ่อแม่เราเอง เป็นมา ปลอดภัยแน่ ๆ เลยรู้สึกว่า เอ้ย ! ดีเหมือนกันนะ ตอนที่อยากลองสูบกัญชาก็เคยคุยกับพ่อ อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร พ่อบอกอยากสูบก็สบ แต่ อย่าไปซื้อนะ เดี๋ยวโดนจับ แต่พอลองแล้วผมก็ไม่ชอบ สูบแล้วหลับ ผมเคยลองหมดทุกอย่าง แต่ไม่ ชอบ ไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ ยาเสพติดแค่ทำให้ลืมบางอย่างได้เท่านั้นเอง มันฆ่าเวลาได้เยอะเลย แต่ผมไม่ได้ต้องการฆ่าเวลา ผมแค่อยากคุย อยากเฮฮากับเพื่อนมากกว่า 

จะผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่นได้ต้องมีสติ ส่วนมากที่ตายห่า เมาแล้วขับรถชน ตีรันฟันแทง เละเทะ เล่นยาจนตาย ทุกอย่างมันเกิดจากการขาดสติทั้งนั้น จะเมาให้ตายห่าอย่างไรก็ได้ แต่อย่าขับรถสิวะ นั่งแท็กซี่กลับบ้านซะ หรือเพื่อนชวนเล่นยาก็เลี่ยงซะดิ อย่าไปยุ่ง อย่าไปคบ แค่คิดได้ก็ไม่ลำบากแล้ว ดนตรี … บทกวีจากความเกลียดชัง

บทเพลงของผมเริ่มมาจากความเกลียดชัง ! ช่วงที่ผมจบ ม . 6 เข้ามหาวิทยาลัย ปี 1 ตอน นั้นจะมีแต่ดารามาออกเทป ผมเป็นคนที่ฟังเพลงเยอะมากมาตั้งแต่เด็ก ๆ ฟังเพลงหลายแนว แต่ ถ้าเป็นที่สุดจริง ๆ ชอบเพลง Anarchy in the UK ของวง Sex Pistol ผมชอบเนื้อหาของเพลงมัน แล้วผมก็ชอบแนวคิดของ Malcom McLaren ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการวงนี้ที่ว่าถ้ามันมีขาวแล้ว กูขอเป็นดำ ผมรู้สึกว่าบทเพลงและดนตรียังมีอีกตั้งหลายอย่างที่ไม่ใช่มาร้อง ๆ เต้น ๆ เท่านั้น 

วันหนึ่ง นั่งดื่มเหล้ากันที่บ้านเพื่อน ผมก็บ่นว่าทำไมมีแต่ดารามาออกเทปวะ ก็ลองชวนเพื่อนว่า เฮ้ย ! ทำปะ เพื่อนบอกเอาติ ก็หยิบกีตาร์มาร้องมาเล่นกัน แล้วหลังจากนั้นอีกสองวัน เพื่อนก็เขียน เพลงมาให้ ผมอ่านแล้วก็บอกว่าเนื้อเพลงน้ำเน่าสัตว์ ๆ เพื่อนบอกงั้นมึงก็เขียนเอง ผมเป็นคนเก่งภาษาไทย สมัยก่อนตอนอยู่โรงเรียน ผมเป็นคนแต่งพวกกลอนแปด โคลงสี สุภาพ พวกคำคล้องจองได้ เพราะชอบอ่านหนังสือ ทุกวันนี้ก็ตามอ่านในมติชนสุดสัปดาห์บ้าง

ผมชอบของคุณณรงค์ พัว ประพนธ์พันธุ์ กลอนที่ผมเขียนส่งอาจารย์จะเป็นปรัชญาแบบออกแนวโหด ๆ หน่อย แต่ก็เคยเขียนกลอน รักขาย มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเขาเขียนแล้วไม่ครบ บอกให้ผมช่วย ผมก็เขียนให้ เขียนไปเขียนมา เขา ก็เอาไปรวมเล่มขาย แต่ผมไม่กล้าไปซื้อดู อายเขา ! 

ตอนนั้นผมก็เลยลองมานั่งเขียนเพลงเอง พอเขียนปุ๋บ มันเสือกพอไปได้วัย ! พอได้ 3 เพลง ก็ไปขอยืมเงินแม่ 5 หมื่นบาท ไปเช่าห้องอัดกับเพื่อน 2 คน แล้วปุ่มแม่งเพียบ … . ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน แต่ก็คลำกันไปคลำกันมาจนอัดมาได้ 3 เพลง แต่ก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ไปส่งใคร 

ปีหนึ่งผ่านไป เพื่อนของเพื่อนไปรับจ๊อบที่บริษัทวอร์เนอร์มิวสิคกับ พี่ปุ๋ม – พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นงานเกี่ยวกับแผนกบัญชีนะ เพราะมันเรียนจบบัญชี แต่เป็นคนเล่นกีตาร์เก่ง แล้วก็ชอบไปเจ๋อ ๆ กับพวกทีมงานโปรดักชั่น คนที่วอร์เนอร์ฯ บอกให้ไปฟอร์มวงมา 

บังเอิญมันไปเที่ยวสีลมซอย 4 ผมก็ไปเที่ยวของผม ในยุคนั้น ยังไม่ค่อยมีใครกัดสีผม ผม เป็นพวกแรก ๆ ที่หัวเป็นสีทอง ไอ้นี่มาเห็นก็ชวนมาร้องเพลง ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยฟังเสียงผมมาก่อน แต่ คงด้วยลักษณะแอ็คติ้งอะไรสักอย่าง ผมก็ถามว่าในวงมีใครบ้าง ปรากฏว่ามือเบสเป็นเพื่อนโรงเรียน เก่าผมเอง ผมก็บอกว่ามีเพื่อนผมอีกคนนึงนะ เอามันเข้ามาอีกคนได้เปล่า ก็เลยมารวมตัวกัน แล้ว เอาเพลงที่ผมเคยทำกับเพื่อนนี่แหละส่งไปให้วอร์เนอร์ฯ พอส่งไปประมาณ 2 – 3 เดือน ก็ได้ออกเทป “ บาร์บี้ ” ไดอารี่ของผม ตอนแรกจะใช้ชื่อวงว่า “ การันต์ ” คือมันเป็นตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง พอมาเป็นชื่อวงดนตรี แล้วมันกวนตีนดี ตอนนั้นมันมีเพลงกรันจ์ กรันจ์ การันต์ ฟังเข้าท่าดี 

แต่ไป ๆ มา ๆ ชื่อการันต์ฟังดูเหมือนพวกวงเฮฟวี่เมทัลมากไป เลยเปลี่ยน คิดกันเป็น ร้อยชื่อ พอดีตอนนั้นวงแชมพูดัง ผมซื้อเทปมา หน้าปกเทปมีรูปตุ๊กตาบาร์บี้สีเหลือง เออ … ทำไมไม่ ชื่อบาร์บี้ ทุกคนดีดนิ้วเปาะ เป็นชื่อผู้หญิง แล้วเลือกเป็นเพลงร็อคหนัก ๆ เข้าท่า แปลกดี ดูซอฟท์

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

เรื่องเล่าสยองเสือสมิงเล่ห์เหลี่ยมเยอะแปลงร่างเป็นพระมาหลอกกินคน

จริงๆแล้วเรื่องราวมีอยู่ว่าฉันมีคุณตาคนนึงเขาเคยทำงานเป็นตำรวจแต่หลังจากที่เขาอายุมากแล้วเขาก็ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรีและไปเป็นนายพรานซึ่งทุกๆ 7 วันคุณตาของฉันมักจะเข้าไปในป่าเพื่อที่จะได้จัดมาขายตอนนั้นคุณตาของฉันกำลังจะไปล่าสัตว์ตอนนั้นเขาไปตักน้ำใส่ขวดน้ำไว้หลายขวดเขาจะออกเดินทางตอนกลางคืนตอนนั้นมีพระธุดงค์เดินทางผ่านมาแล้วตอนนั้นตาของฉันก็หันไปเห็นพอดีดังนั้นเขาจึงเข้าไปคุยกับพระซึ่งทำกำลังจะบอกว่ากำลังจะไปล่าสัตว์

แต่ยังไม่ทันกล่าวเพราะว่าปากจะพูดอยู่ๆพระธุดงค์องค์นั้นก็ได้เก็บของสักอย่างซึ่งตอนนั้นเขาเห็นว่ามือของพระกลายเป็นอุ้งมือเสือเขาตกใจเป็นอย่างมากเหงื่อแตกพรากเขารู้แล้วว่าบางทีอาจจะเป็นเสือสมิงก็ได้ซึ่งมันอยู่ใกล้กันเป็นอย่างมากซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าตอนแรกพระองค์นี้เป็นเสือสมิงแต่เขากลัวว่าเสือสมิงจะแปลงร่างกลับเป็นเหมือนเดิมแล้วมากินตัวเองดังนั้นเขาจะพยายามรวบรวมสติและกลับมาตรงนั้นและรีบลุกขึ้นยืน

เพื่อที่จะกลับบ้านทันทีแต่อยู่ๆเดินไปสักพักก็ได้ยินเสียงพระธุดงค์คนนั้นกรี๊ดเสียงดังมากหลังจากนั้นก็เห็นว่าท่านยืน 4 ขาแล้วจะโดดเข้าไปในป่าลึกซึ่งทำท่าเหมือนกับว่าเป็นพวกเสือชัดๆดังนั้นคุณตากลัวมากจึงไม่ได้กลับเข้าไปยิงเพราะกลัวว่าบางทีอาจจะเป็นเสือสมิงที่มาหลอกกินก็เป็นได้ดังนั้นจึงเลือกที่จะกลับบ้านและเข้าไปนอนตั้งแต่หัวค่ำซึ่งลุงของฉันได้เล่าให้ฉันฟังแล้วบอกว่ามันคือเรื่องที่น่ากลัวมากเลยจริงๆแล้ว

ยังบอกอีกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงและเสือสมิงมีอยู่จริงคุณตาเป็นนายพรานมา 10 กว่าปีแต่ก็ไม่เคยเจอประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนเลยดังนั้นฉันตกใจและไม่กล้าที่จะเข้าไปล่าสัตว์อีกเลย ว่ากันว่าหากใครเข้าไปในป่าแล้วเดินไปเจอคนอยู่ในป่าตอนกลางคืนให้เราทำเป็นว่าเราไม่รู้ว่าบางทีนั่นอาจจะเป็นผีหรือเสือสมิงให้เราชวนคุยปกติถามว่ามาหาของป่าเหรอ

มาจากไหนหรือเปล่าเราให้คนที่เห็นก่อกองไฟขึ้นมาจริงๆแล้วสามารถเข้าไปใกล้ได้โดยการให้เขายืมไฟแช็คหรือกล่องไม้ขีดก็ได้ด้วยการที่เราจะจำเป็นที่จะต้องผูกของเหล่านั้นไว้บนปืนแล้วส่งไปให้ถ้าเป็นคนเขาจะยื่นมือรับของแต่ถ้าเป็นใช้ปากอ้ารับดังนั้นถ้าเกิดว่าใช้ปากรับให้ยิงเลยค่ะ นั่นแปลว่าเสือค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

กติกาการชนไก่

ในยุคโบราณ ในเริ่มแรกไม่ค่อยมีกฎกติกาอะไรมากมาย คือนำเอาไก่สองตัวมาตีกัน ตีกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีผลแพ้ชนะ ไม่มีการพักยกให้น้ำ ไม่มีการพันเดือย หรือการทำแผล เหมือนในปัจจุบัน  ต่อมาการชนไก่เริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้นจึงมีการตั้งกฎกติกาต่างขึ้น มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีการพักยกให้ไก่ได้พักเหนื่อย  โดยนาฬิกาสมัยก่อนคือ การนำเอากะลามะพร้าว หรือขันที่เจาะรูมาวางลอยในภาชนะใส่น้ำ เช่นตุ่ม โอ่ง ครุถัง กะละมัง

ตามแต่ความสะดวกของคนในพื้นที่นั้นๆ เมื่อกะลาหรือขันตกจมในน้ำ ก็จะถือว่าเป็นอันหมดเวลา กะลามะพร้าวหรือขันน้ำจมน้ำนันเรียกว่า “หมดหนึ่งอัน” ก็จะมีการพักยกให้ไก่ได้พักเหนื่อย ได้เช็ดหน้า ทำแผล ในช่วงพักยกนี้ ก็จะใช้กะละหรือขันน้ำอันเดิมลอยในน้ำเช่นเดียวกัน เมื่อกะลาหรือขันน้ำจมลงก็คือหมดเวลาพักของไก่ ต้องนำไก่ลงชนต่อ ชนหนึ่งอันพักหนึ่งอันสลับกันไปเรื่อยๆ ส่วนจะชนกันกี่อันนั้นเจ้าของไก่จะเป็นคนตกลงกันเอง

ในยุคปัจจุบันกติกาการชนไก่มักจะเหมือนๆกันในหลายพื้นที่  ในวงการไก่ชนมักจะเรียกการครบเวลาเป็น “อัน” โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทด้วยกันคือ
1. การชนแบบมืออาชีพ การชนไก่แบบมืออาชีพ มักจะทำการชนกันทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป โดยจะหยุดชนในวันที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยการแข่งขันจะมีกติกาทั่วๆไปดังนี้

1.1 การเปรียบไก่ โดยการจับน้ำหนักดู ดูความสูง ดูความหนา ความใหญ่ของไก่ โดยเจ้าของไก่จะเป็นคนตัดสินใจเองว่าเท่ากันมั้ย ตีกันได้มั้ย

 1.2 การตกลงเรื่องการพันเดือยไก่ วาพันเท่าไหร่ โดยเจ้าของจะเป็นคนตัดสินใจเองเช่นเดียวกัน

1.3 ชนกัน 8 ยกๆละ 25 นาที พัก 25 นาทีเท่าๆกัน

1.4 กติกาตัดสินแพ้-ชนะ คือ วิ่งหนีหันหลังไม่สู้หน้า 3 ครั้งถือว่าแพ้  นอนหมอบไม่ลุกขึ้นสู้ ถือว่าแพ้ ตาบอดสองข้างถือว่าแพ้

1.5ทำแผลกินยาได้

1.6 ใช้เตา,กระเบื้องประคบได้

1.7การพันเดือยพันเล็บให้ใช้พลาสเตอร์ของทางสนามเท่านั้น

 

1.8 เมื่อนำไก่ลงสนามชนทั้งสองฝ่ายตรวจเช็คเดือยให้เรียบร้อย นายสนามจะนำน้ำกลางมาล้างเดือยและเช็ดตัวไก่และนำไก่ส่งคืนเจ้าของหลังจากตอนนี้ห้ามลูบหรือแตะเดือยไก่อีกอย่างเด็ดขาด

1.9 ไก่ดีดไก่ หรือ แพ้ก่อนหมดอันซ้อมถือว่า ยกเลิกกันไป ไม่ได้เสีย

1.10 กรณีไก่ล้มนอนขาชี้ฟ้าไม่สามารถลุกขึ้นได้ กรรมการจะจับไก่ให้ลุกขึ้นมาสู้กันใหม่

1.11 เมื่อชนแล้วอันต่อไปไม่เอาไก่เข้าสังเวียนถือว่าแพ้

1.12 กรณีโดนตีหักแล้ววิ่งหนีรอบสังเวียน กรรมการจะจับมาชนใหม่ ถ้าประกบหน้า3 ครั้งไม่สู้ถือว่าแพ้

1.13 ห้ามใช้ การบูร พิมเสน ยา หรือน้ำมันหอมระเหย ในชุดรมควันไก่

1.14 เมื่อไก่หยุดนิ่ง กรรมการจะจับมามาประกบทันที

1.15 กรณีปากหลุด ปากหัก เดือยหลุด หรือนิ้วงอ ให้ใช้อุปกรณ์ในตัวไก่เท่านั้น เช่น ขนปีก

1.16 กรณีปากหลุดให้ใช้ปากใหม่ได้ แต่ห้ามฝนจะแหลมคม

1.17 เดือยหลุด ให้ใช้เดือยอันเดิมเท่านั้น

1.18 ขณะชนอยู่ ห้ามฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจับตัวไก่เป็นอันขาด ถ้าจับถือว่าแพ้

1.19 ห้ามทายา หรือฉีดยาทุกชนิด

1.20 กรณีเป็นไก่งาน หรือไก่สมยอมมาตีกัน จะปรับแพ้และยึดเดิมพันทั้งคู่

1.21  นอกเหนือกติกาทั้งหมดกรรมการเป็นผู้ชี้ขาดในสนาม

  1. การชนไก่แบบสมัครเล่น

2.1 ลงลงทะเบียนทำประวัติ ชั่งน้ำหนักและส่วนสูงเป็นเกณฑ์

2.2 ไก่ทีลงแข่งขันต้องสวมเดือยจากทางสนามเท่านั้น

2.3 เข้าปาก ถ่างตา เย็บแผลได้ก่อนการลงสนามเท่านั้น

2.4 ชนกัน 4 ยกๆละ 10 นาที พัก 2 นาที

2.5 ระหว่างพักยกให้น้ำในถาดมุมของตนโดยใช้น้ำกลางจากทางสนามเท่านั้น

2.6 ห้ามทำแผลระหว่างพักยก

2.7 ห้ามใช้น้ำมัน วาสลิน ยาหม่อง สมุนไพร และสารเคมี ทุกชนิด

2.8 ไก่หันหลังไม่สู้หน้า 3 ครั้งถือว่าแพ้ ไก่นอนหมอบไม่ลุก3 ครั้งถือว่าแพ้

2.9 ไก่โดนตีหักกระโดดออกนอกสังเวียน กรรมการจะหยุดเวลา และนำไก่เข้ามาชนต่อ

2.10 ไก่ปากหักปล้องอ้อย หรือหักปากหลุด ปรับแพ้ อาร์เอสซี

2.11 ไก่โดนตีตาแตก กรรมการปรับแพ้ อาร์เอสซี

2.12 ระบบให้คะแนน ใช้กรรมการ 3 ท่าน กดคะแนน โดยระบบคอมพิวเตอร์ ในช่วง 2 ยก สุดท้าย โดยการกดคะแนน 2 ใน 3ถึงจะนับคะแนน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้บวก

การทำหมันเเมว

การทำหมันแมวเป็นเทคนิคการแพทย์อย่างหนึ่งที่ควบคุมการคุมกำเนิดให้กับแมวเพราะเจ้าของอาจจะไม่อยากได้แมวเพิ่มหรืออยากให้แมวติดสัตว์แล้วหายออกไปเป็นหลายๆอาทิตย์ หรือบางคนก็ไม่อยากให้แมวนั้นท้องหรือติดสัตว์ไปมากกว่านี้ก็เลยเลือก จึงเลือกการคุมกำเนิดให้กับแมวของตนเองการคุมกำเนิดหรือการทำหมันแมวก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

สำหรับ ทาสเเมว ที่ไม่อยากให้แมว ออกไปติดสัตว์ไกลๆ เพราะเวลาแมวหายไปหนึ่งอาทิตย์แมวของเราก็อาจจะเกิดสภาพบอบช้ำหรือไปตีกับแมวตัวอื่นมาแล้วเห็นแล้วเราก็สงสารแมวของเราไม่อยากให้ออกไปไหนอีก จึงต้องทำหมันแมว การทำหมันแมวนั้นเมื่อทำหมันแล้ว เชื่อว่าแมวจะหมดอารมณ์ทางเพศหรือหมดอารมณ์ต่างๆและไม่อยากจะออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าน

เพราะแมวตอนที่มีอวัยวะครบถ้วน แมวก็จะแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมที่จะผสมพันธุ์แต่เมื่อถ้าแมวทำหมันหรือตัดท่อนำอสุจิหรือรังไข่ไปแล้วก็เชื่อว่าแมวจะไม่ค่อยสังสรรค์เหมือนแต่ก่อนแล้วในการทำหมันแมวเป็นเทคนิคทางการแพทย์อีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเทคนิคสมัยใหม่ที่นิยมมาใช้ในปัจจุบันมากที่สุดสำหรับคนที่เลี้ยงเเมว ทำให้แมวอยู่บ้านแล้วก็ทำให้แล้วเเมวไม่ไปเที่ยวอีก

 สำหรับการทำหมันแมวนั้นต้องเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการทำหมันแมวการทำหมันแมวถ้าจะให้ดีที่สุดก็สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุหนึ่งปีขึ้นไปเพราะร่างกายของแมวเติบโตสมบูรณ์ถ้าทำอายุน้อยก็จะทำให้แมวหยุดการเจริญเติบโตของร่างกายได้การทำหมันแมวตัวผู้จะทำง่ายกว่าตัวเมียเพราะแค่ตัดท่อนำอสุจิออกไปแล้วก็เย็บแผลแค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย และแมวตัวผู้ก็วางยาสลบได้ง่ายกว่าแมวตัวเมียแมวตัวเมียจะมีการผ่าท้อง

ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ เพราะต้องตัดท่อนำรังไข่และมดลูกของแมวตัวเมียทิ้งทั้งหมด และการวางยาสลบตัวเมียก็จะวางยาสลบยากกว่าตัวผู้ และจะต้องเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้นเพราะการให้ปริมาณของยาสลบของแมวจะต้องครบถ้วนและปลอดภัยและสำหรับการผ่าตัดทำหมันทั้งตัวผู้ตัวเมีย ก็ต้องให้อดอาหารก่อนที่จะมาทำหมันเพราะอาจจะทำให้เเมวตายได้ เพราะเเมวอาจจะสำลักอาหาร

การทำหมันแมวได้รับความนิยมสูงสุดเพราะมันได้ผล 100% และทำให้แมวอยู่บ้านได้เป็นเทคนิคการแพทย์อีกอย่างหนึ่งที่ทันสมัยและช่วยให้แมวปลอดภัย 100% ถ้าทำตามคำสั่งของหมอส่วนการฉีดยาคุมให้แมวนั้นก็ไม่ควรทำอย่างยิ่งเพราะอาจจะทำให้มดลูกอักเสบได้และตายได้ในที่สุด

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์์

ฆ่าโหดครูสาวที่สงขลา

           เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2562 มีผู้พบศพคนถูกฆ่าตายในรถเก๋ง โดยศพที่พบเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 29 ปี สภาพร่างกายมีบาดแผลที่ลำตัวและใบหน้าทั้งหมด 8 แผล ตามร่างกายมีเลือดโชกเต็มไปหมด เมื่อได้รับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ อยู่ริมถนนสายเกาะแต้ว-สามกอง ตำรวจเดินทางไปถึงพบรถเก๋งสีดำยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ จอดอยู่

และจากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงก็พบรอยหยดเลือดเป็นทาง เมื่อมีการสอบถามผู้คนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว มีผู้ให้เบาะแสว่า เห็นรถคันดังกล่าวมาจอดแล้วได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน และหลังจากนั้นไม่นานเห็นผู้ชายคนหนึ่งอุ้มผู้หญิงที่เลือดเต็มไปหมดมาขึ้นรถ ผู้เห็นเหตุการณ์จึงได้โทรแจ้งตำรวจ

           หลังจากมีการตรวจสอบข้อมูลจึงพบว่าผู้ตายเป็นครู และตำรวจพอจะรู้ตัวคนร้ายแล้ว ซึ่งสันนิฐานว่าเป็นอดีตแฟนหนุ่มของครูสาวนั่นเอง ซึ่งต่อมาครูหนุ่มได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าครูสาวจริงเพราะทะเลาะกัน โดยครูหนุ่มต้องการกลับมาคืนดีแต่ครูสาวไม่ยอม โดยครูหนุ่มแจ้งว่าที่ทำไปไม่ได้ตั้งใจด้วยว่าตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งจากการสอบถามทางญาติพี่น้องของครูสาว พบว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่คบหากัน แต่เพื่อนชายที่สนิทของครูสาวได้ไปต่อว่าครูที่ก่อเหตุว่าเป็นคนมาแย่งครูสาวไป ทำให้เกิดการทะเลาะกันและครูหนุ่มได้ไปเล่าให้ที่บ้านของตัวเองฟัง แม่ของครูหนุ่มจึงสั่งให้เลิกคบกันและได้โทรมาต่อว่าครูสาว พอครูหนุ่มติดต่อมาขอคืนดีทำให้ครูสาวไม่ยอมคืนดีด้วย จึงทำให้ก่อเหตุฆาตกรรมดังกล่าว

           จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียใจให้กับญาติพี่น้องของครูสาวเป็นอย่างมาก ยิ่งคุณพ่อของครูสาว ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเลยว่าไม่อโหสิกรรมให้กับครูหนุ่มแน่นอน เพราะลูกของใครใครก็รัก คุณพ่อของครูสาวต้องการให้ครูหนุ่มได้รับโทษทางกฎหมายสูงสุด และไม่เชื่อที่ครูหนุ่มบอกด้วยว่าที่ก่อเหตุเพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

          จากที่ได้อ่านเกี่ยวกับโรคซึมเศร้ามา ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าคนป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าจะก่อเหตุฆ่าคนอื่นได้ เพราะตามที่รู้มา ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวเองตายเท่านั้นไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะฆ่าคนอื่นให้ตายได้  คนที่สามารถวางแผนฆ่าคนอื่นได้ คนนั้นมีจิตใจที่อำมาหิตมากเกินกว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าแน่นอน ขอเรียกร้องให้มีการลงโทษสูงสุดขั้นรุนแรง อย่ามาอ้างความเจ็บป่วยแล้วจะมาฆ่าใครตายก็ได้ 

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร gclub royal1688

ปราสาทภูมิโปน

 

ปราสาทภูมิโปนได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างน้อย 2สมัยและมีปราสาททั้งหมดสี่หลังเป็นปราสาทที่ทำด้วยอิฐถึงสามหลังและทำด้วยศิลาแลงหนึ่งหลัง และเป็นปราสาทที่มีศิลปะทางเขมร หรือปราขอมที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้

ตำนานของปราสาทภูมิโปน

เมื่อสมัยก่อนได้มีกษัตริย์ขอมองค์หนึ่ง ได้แอบทำการสร้างเมืองไว้กลางป่าแห่งหนึ่งชื่อว่าปราสาทภูมิโปน ต่อมาเมืองหลวงเกิดการวุ่นวาย จึงได้ส่งพระธิดาและไพรพลมาจำนวนหนึ่งมาลี้ภัยที่ปราสาทแห่งนี้ พระธิดามีนามว่าศรีจันทร์ แต่คนทั่วไปจะเรียกพระนางว่า พระนางนมใหญ่  และต่อมาได้มีนายพรานจากต่างเมืองได้เดินทางมาล่าสัตว์ และได้มาหยุดพักใกล้หนองน้ำ จึงได้เจอปราสาทภูมิโปนได้ยินคำร่ำลือว่าเมืองนี้มีพระธิดารูปสวย งดงาม จึงได้เกิดความคิดที่จะแอบดูพระราชธิดามาสรงน้ำ และเมื่อได้เห็นพระราชธิดาแล้ว ก็ต้องตกตะลึงในความงามที่สมกับคำร่ำลือจริงๆ

จึงได้นำความนี้ไปบอกกับพระราชาของตนทันที เมื่อพระราชาได้ฟังแล้วก็ดีใจและจะรีบไปนำนางมาเป็นมเหสี ฝ่ายทางด้านพระธิดาศรีจันทร์ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเมื่อรู้ว่ามีคนรู้ที่หลบซ่อนของตัวเอง จึงทำให้กลุ้มใจจึงเก็บไปฝันว่านั้นได้ทำกระทงเสี่ยงทายด้วยการใส่ผมของตังเองลงไปในกระทง 7เส้นและยังให้คนวาดรูปของตัวเองลงไปด้วยและมีและเขียนสารว่า หากใครเก็บกระทงของนางได้นางจะเป็นคู่ครองด้วย และเมื่อนางได้ตื่นขึ้นมาจึงได้ไปทำตามความฝันของนาง โดยการทำการลอบกระทงเสี่ยงทาย กระทงของพระธิดาศรีจันทร์ได้ลอยไปถึงเมืองโฮลมาน  ผู้เก็บได้เป็นพระโอรสรูปร่างหน้าตานั้นไม่ค่อยงดงามเท่าไร

แต่จะเก่งเรื่องเวทมนต์ คาถาและจะรักษาคำสัตว์ที่ให้ไว้เป็นที่ตั้ง เมื่อเก็บกระทงและได้เปิดผอบจึงหลงรักนางทันทีและก็ได้จัดขบวนมาสู่ขอนางเพราะเป็นผู้เก็บกระทงได้ และเมื่อนางได้เห็นโอรสแล้วนางจึงได้แต่ร้องไห้ และโอรสแห่งโฮลมานก็ไม่ได้บังคับที่จะให้นางมาเป็นชายา และยังช่วยนางขุดสระสร้างกำแพงเมือง และได้สร้างกลองชัยให้นางตี เพื่อขอความช่วยเหลือจากตนห้ามตีในเรื่องไม่สำคัญเด็ดขาด นายบุญจันทร์เป็นทหารของพระธิดาและหลงรักพระธิดา แต่พระธิดาไม่ชอบ จึงเกิดอยากจะตีกลองขึ้นมา จึงไปรบเล้าขอร้องพระธิดา ด้วยความรำคานนางจึงพูดประชดว่าอยากตีก็ไปตีเลย นายบุญจันทร์ได้ทำการตีกลอง ฝ่ายโอรสโฮลมานได้ยินเสียงกลองจึงได้เตรียมไพรพลมาหาพระธิดาทันที

และเมื่อทราบเรื่องการตีกลองจึงทำให้ พระโอรสจึงโมโหและทำการยกเลิกสัญญาทันทีเลิกที่จะมาช่วย ต่อมาไม่นาได้เกิดมีการเข้ามาชิงตัวพระธิดา และทางนายพรานก็พาพระราชาจะมาเอาตัวนางนางจึงเกิดความคิดที่จะไม่อยู่บนโลกนี้อีกนางจึงไปอยู่ทางฝั่งที่มีปืนใหญ่ยิง นางได้ถูกกระสุนแขนหักและอกทางซ้ายเกิดบาดแผล พระราขาได้ตีเมืองและมาเจอนางจึงได้ทำการรักษา และได้พานางกลับวังก่อนไปนางขอไปอาบน้ำที่สระและได้ปลูกต้นลำเจียกไว้ และอธิฐานว่า ถ้านางไม่ได้กลับมาขออย่าให้ต้นลำเจียกออกดอกอีกเลย เมื่อเสร็จแล้วนางจึงถูกพากลับไปยังเมืองของพระราชา

 

ขอขอบคุณ  ทดลองเล่น gclub  ที่ให้การสนับสนุน

ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่

เป็นประพณีที่สืบสานกันมานานซึ่งจะทำกันในเนื่องของวันสงกรานต์เสมอ  คือการที่เรารดน้ำขอพรผู้ใหญ่ในบ้านที่เรานั้นนับถือเป็นพิธีที่เรานั้นรู้กันอยู่แล้วว่าการที่เราทำแบบนี้นกันทุกปีอยู่แล้ว  ในน้ำนั้นเราจะมี  น้ำที่หอม ที่เราใส่น้ำอบหรือว่าดอกมะลิจากนั้นเราก็เอามารดมือและเท้าของพ่อแม่เราหรือว่าคนที่เรานั้นนับถือ  และก็เป็นพิธีที่เราคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของในครอบครัวหลายคนที่ไม่รู้เกี่ยวกับการรดน้ำดำหัวนั้น วันนี้เว็บ  Gclub ผ่านเว็บ  ของเราจะมาบอกให้รู้ว่าในพิธีนั้นมีอะไรบ้าง

  • ทำไมต้องรดน้ำดำหัว  การที่เรารดน้ำดำหัวนั้นคือการที่เรานั้นของขมาผู้ใหญ่ที่เราเคยไปทำสิ่งไม่ดีเอ่าไว้  การที่รดน้ำมีมาตั้งแต่โบราณ  คือการที่เราเอาน้ำที่เราเตรียมเอาไว้นั้นไม่รดที่มือเพื่อที่จะขอขมาและก็เป้นการที่ผู้ใหญ่ให้พรแก่เราและเป็นการที่เราขอพรเอาสิ่งที่ไม่ดีนั้นเอาออกจากตัวของเราไป  และก็กลายมาเป็นประเพณีที่ทำกันทุกภาค  และเป็นสิ่งที่เรารับแต่สิ่งดีๆ 
  • มีความหมายอยู่ในประเพณี การที่เรารดน้ำดำหัวไม่ใช่เป็นเพียงการที่เราชำระสิ่งที่ไม่ดีออกไปเพียงเท่านั้นยังเป็นสิ่งดีๆอยู่ในนี้นั้นก็คือการที่เราได้รู้จักการเครารพผู้ใหญ่ที่เรานับถือ  และแสดงความรักต่อพ่อแม่ของเราด้วย  และเป็นการที่เราขอโทษที่เราทำสิ่งไม่ดีหรือว่าการที่เราล่วงเกินไป  ไม่ว่าจะเป็นกาย  วาจา  ใจ  หรือว่าจะเป็นต่อหน้าหรือว่าลับหลัง  รวมเป็นสิ่งที่ดีเพื่อที่จะขอโทษและขอพรให้เรามีแต่สิ่งดีเข้ามา 
  • คุณค่าระหว่างวัย  ซึ่งเป็น อีกหนึ่งอย่างที่เราจะได้รู้คือการที่เราจะได้รวมญาติกันเพราะว่าเดี่ยวนี้การที่เราจะได้รวมตัวกันในครอบครัวคือการที่เราได้มาเจอกันในวันสงกรานต์ เพราะว่าคนส่วนใหญ่จะกลับบ้านกันจึงทำให้ลูกหลานหรือว่าพี่น้องมาเจอกัน  และจะทำให้เด็กนั้นรู้จักการนอบน้อมถ่อมตัวต่อผู้ใหญ่ เพราะว่าได้มีผลวิจัยออกมาว่าการที่เราให้เด็กและคนแก่นั้นได้เจอกันจะทำให้เด็กรู้จักนอบน้อมด้วย  และการที่เด็กนั้นสามารถที่จะช่วยในการเตรียมอุปกรณ์ในการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่นั้นอีกด้วยและเด็กสามารถที่จะมีส่วนร่วมได้อีก