ตำนานวัดเจดีย์

ถ้าหากเราพูดถึงความเชื่อความศรัทธาในแต่ละพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคในประเทศไทยเองก็จะมีสิ่งที่เขาเคารพนับถือบูชากันอย่างมากมาย ตำนานวัดเจดีย์ โดยก็จะมีความแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือในทุกความเชื่อความศรัทธาต่างก็จะมีประวัติความเป็นมาที่ถูกเล่าขานสืบต่อกันมายาวนานทั้งสิ้นไม่เว้นแต่สถานที่แห่งนี้นั่นก็คือวัดเจดีย์ไอไข่อำเภอสิชลจังหวัดนครศรีธรรมราชนั่นเอง

นอกจากนี้หากพูดถึงวันเจดีย์ทุกคนอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงของไอไข่วัดเจดีย์ที่เป็นที่โด่งดังเอามากในจังหวัดนครศรีธรรมราชและก็บริเวณใกล้เคียงโดยปัจจุบันที่วัดแห่งนี้ต้องบอกเลยว่าได้เป็นอีกหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตำนานหรือว่าเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ถูกเล่าต่อๆกันมาอย่างยาวนาน

โดยในปัจจุบันที่วัดแห่งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังเอามากๆโดยเฉพาะเรื่องราวเสียงล้ำลือของความศักดิ์สิทธิ์ของรูปไม้ที่ได้ถูกแกะสลักเป็นรูปชายที่ได้ถูกตั้งอยู่ในศาลาวัดเจดีย์นั่นเองที่ว่ากันว่าไม่ว่าใครจะไปขออะไรก็มักจะสำเร็จและสมหวังในทุกๆเรื่องเลย

ซึ่งได้ทำให้วัดเจดีย์แห่งนี้ได้กลายมาเป็นที่รู้จัดของคนอย่างมากมายในชื่อของวัดไอไข่นั่นเองและเรื่องราวตำนานที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดเจดีย์นั้นว่ากันว่าได้ถูกก่อสร้างขึ้นมานานกว่า1,000ปีแล้วและยังคงเหลือแต่เจดีย์โบราณที่อยู่ด้านบริเวณโบสถ์ในปัจจุบัน

เมื่อในปีพ.ศ.2500นั่นเองก็ได้มีการก่อสร้างบูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่จึงได้มีพระภิกษุได้เข้ามาจำวัดแห่งนี้และยังเป็นที่ประดิษฐานของพ่อท่านที่ได้เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ได้อยู่มาตั้งแต่เป็นวันร้างแล้วนั่นเองแต่สิ่งที่ทำให้วัดร้างนี้เป็นที่รูปจัดกันมามายนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นตาไข่หรือไอไข่แห่งวัดเจดีย์นั่นเอง

โดยตาไข่หรือว่าไอไข่นี้ก็เป็นรูปไม้ที่ได้ถูกแกะสลักของเด็กชายที่ได้มีอายุประมาณ10ขวบที่ได้จัดตั้งอยู่ที่ศาลาของวัดเจดีย์และยังได้เชื่อกันอีกว่าได้มีวิญญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ได้อยู่ในรูปแกะสลักแห่งนี้หลังจากนั้นมาจึงได้เป็นที่สักการะให้ชาวบ้านได้เข้ามากราบไหว้บูชาให้แก่ชาวบ้านที่ได้อยู่อาศัยในบริเวณนั้นอีกทั้งยังโด่งดังข้ามจังหวัดเลย

เพราะฉะนั้นแล้วก็ยังได้มีผู้คนชาวบ้านต่างก็ได้พากันเข้ามาขอพรจากรูปแกะสลักรูปไอไข่ให้ประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆทั้งนี้ยังมีบันดานักเสี่ยงโชคเองต่างก็ได้มีความเลื่อมใสในความศรัทธาในพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของไอไข่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์

ตำนานแม่น้ำแอเคอรอน

       ตำนานแม่น้ำแอเคอรอน   สำหรับบทความนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวพันกับความเชื่อที่ว่าเมื่อคนตายไปแล้วจะต้องมีการนำเหรียญเงินติดตัวไปด้วยซึ่งเราจะเห็นได้จากอย่างเช่นประเทศไทยเองเมื่อมีคนตายก่อนที่จะมีการเผาศพหรือฝังศพนั้นก็จะมีการนำเหรียญบาทไปใส่ไว้ในปากของศพเพราะโดยเชื่อว่าถ้าหากว่ามีเงินติดตัวไปด้วยเมื่อไปอยู่ในภพภูมิหน้าศพที่ตายไปแล้วก็จะสามารถนำเงินที่ใส่ไปให้นั้นเอาไปใช้งานในภพภูมิหน้าได้ด้วย

          ซึ่งในขณะเดียวกันความเชื่อนี้ในต่างประเทศเองก็มีเช่นเดียวกันสำหรับความเชื่อในต่างประเทศในการนำเหรียญใส่ไว้ในศพเพื่อให้นำติดตัวไปด้วยเป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่น่าสนใจเป็นอย่างมากโดยความเชื่อนี้มีความเกี่ยวพันกับแม่น้ำสายหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกว่าแม่น้ำ แอเคอรอน  

        สำหรับตามตำนานความเชื่อที่มีการเล่าหรือพูดถึงแม่น้ำแอเคอรอน  นั้นผู้คนมีความเชื่อกันว่าแม่น้ำแห่งนี้คือ แม่น้ำแห่งความวิบัติจากยมโลก แม่น้ำแอเคอรอน   อยู่ในภูมิภาค อิภัยรัฐ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรีซมีปลายทางไหลลงสู่ทะเลไอโอเนียน   จากตำนานเทพปกรณัมกรีก   แอเคอรอน  ได้รับการขนานนามว่าเป็นแม่น้ำแห่งความวิบัติและความทุกข์ยาก และเป็นหนึ่งในแม่น้ำทั้ง 5 ในด่านยมโลกแต่เป็นแม่น้ำเพียงสายเดียวที่ไหลผ่านดินแดนของมนุษย์

           ในบางตำนานก็ยกให้แม่น้ำ แอเคอรอน เป็นแม่น้ำสายหลักของยมโลกแทนที่แม่น้ำสติ๊ก โดยเชื่อว่าแม่น้ำ แอเคอรอน เป็นพรมแดนกั้นระหว่างดินแดนของมนุษย์กับดินแดนยมโลกหลัง หลังจากชีวิตวิญญาณจะเดินทางมาที่ริมฝั่งแม่น้ำแอเคอรอน เพื่อเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งความตายโดยการจ่ายเงินจำนวน 1 เหรียญเงินให้กับคนพายเรือซึ่งมีชื่อว่าแอเคอรอน  ให้พาเรือข้ามไปแต่ถ้าหากไม่มีค่าโดยสาร ดวงวิญญาณของคนที่เสียชีวิตไปแล้วก็จะต้องร่อนเร่ทุกทรมานอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำแอเคอรอน ไปตลอดกาล

            จึงเกิดเป็นธรรมเนียมในการนำเหรียญเงิน ใส่ไว้ในปากของคนตาย เพื่อใช้สำหรับเอาไว้เป็นค่าผ่านทาง และถึงแม้ว่าแอเคอรอน จะเป็นแม่น้ำที่มีการเกี่ยวพันกับดินแดน แห่งความตายแต่ในความเป็นจริงแล้ว แอเคอรอน เป็นแม่น้ำที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม และยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการล่องแก่ง การขี่ม้าและกิจกรรมการใช้อื่นๆ 

     อย่างไรก็ตามเรื่องเล่าหรือตำนานก็เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าหรือตำนานเท่านั้นซึ่งปัจจุบันไม่มีใครเกิดความหวาดกลัวเกี่ยวกับตำนานของแม่น้ำแอเคอรอน  กันแล้วเขาด้วยความสวยงามของทัศนียภาพบริเวณโดยรอบของแม่น้ำแห่งนี้กลายเป็นที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวเผื่ออยากจะค้นหาสถานที่จริงจากตำนานนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

ตำนานโลกปัจจุบันที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่หอกลองกินุส

ปริศนาอยู่หอกลองกินุส ซึ่งเวลาที่เราจะพูดถึงเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่ทรงอิทฤธิ์เรื่องของตำนานเยอะแยะมากมายในหลายๆตำนานต้องขอบอกก่อนเลยว่าเป็นตำนานที่คนยุคหลังเขาแต่งเติมขึ้นมามีทั้งเรื่องจริงบ้างมีทั้งเรื่องจริงที่เขาได้แต่งเติมขึ้นมาให้มันมีความน่าเชื่อถือให้มันเป็นที่น่าขนลุกให้มันมีตำนานที่น่ากลัวบ้าง

โดยเราอยากจะบอกว่าเรื่องราวของเหล่านั้นมันได้มีอยู่เยอะแยะมากมายและเรื่องราวต่อไปนี้เราได้ไปค้นพามาให้ทุกคนได้อ่านกันแล้วที่มีความเก่าแก่และว่ากันว่ามีตำนานที่เป็นของจริงอยู่

ซึ่ง หอกลองกินุส  โดยเขาได้บอกว่าเป็นอาวุธของโบราณที่ทุกคนก็อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วกับ หอกลองกินุส ที่เขาได้ว่ากันว่ามันได้เป็นหอกแห่งโชคชะตาหรือว่าเป็นหอกศักดิ์สิทธิ์และอีกความเชื่อหนึ่งของชาวคริสต์ก็คือเป็นหอกของพระคริสต์

นอกจากนี้ยังได้ถูกค้นพบว่าหอกเล่มนี้ได้ถูกใช้แทงเข้าไปในสีข้างของพระเยซูโดยนายทหารผู้หนึ่งที่มีอาการตาใกล้บอดและได้รับหน้าที่ตึงแขนของพระเยซูเพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์ได้สิ้นพระชนนม์จริงหรือไม่โดยได้บอกมาจากในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับพันธสัญญาใหม่ที่ได้เขียนเอาไว้ว่าเมื่อพระโลหิตของพระเยซูกระเด็นออกมามันเลยทำให้ตาของเขากลับมามองเห็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เนื่องจากนี้จึงได้ทำให้นายทหารผู้นี้ได้เกิดความศรัทธาและได้บวชเป็นพระศาสนาคริสต์หลังจากนั้นเป็นต้นมาโดยชิ้นส่วนของหอกเล่มนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือมาหลายสมัยมากอีกทั้งยังได้มีวัตถุโบราณอีกหลายเล่มที่ได้ถูกอ้างว่าเป็นหอกลองกินุสอยู่มาก

ดังนั้นในแต่ละเล่มมันก็ได้มีเรื่องราวอยู่มากที่เป็นที่เล่าขานกันจนกลายมาเป็นที่ยอมรับเชื่อว่าว่าของสิ่งนั้นมันเป็นของจริงโดยทั้งหมดแต่เล่มที่น่าสนใจมากที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์จะเป็นหอกลองกินุสแห่งลองกินาที่ผู้นำเยอรมันในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองอย่างนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์เคยมีเอาไว้ครอบครองนั่นเอง

เนื่องจากนี้ยังได้กล่าวอีกว่าเมื่อนายอดอล์ฟได้สร้างอาณาจักรที่สามขึ้นเขาก็เลยต้องการสิ่งของที่จะมาประกอบเป็นอำนาจและก็คงจะหนีไม่พ้นหอกลองกินุสแห่งกรุงเวียนนาหากใครที่ได้ครอบครองหอกเล่านี้ล้วนแต่มีอำนาจทั้งสิ้นจนกษัตริย์ทั้งหลายยังคงต้องอาศัยในพลังของหอกจนเหล่าสมาชิกสภาเมืองต้องนำเอาไปซ้อนเอาไว้ที่กรุงเวียนนากันเลยหอกนี้ถือว่ามีสิ่งที่น่าสนใจอยู่มากเช่นกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   ฝาก-ถอน ออ โต้ จีคลับ

ตำนานกัมพูชาบุกโจมตีไทยและสมคบคิดการค้าอาวุธผิดพระราชบัญญัติ

ตำนานกัมพูชาบุกโจมตีไทย วันที่13มิถุนายนพ.ศ.2520ได้มีประกาศจากรัฐบาลดังต่อไปนี้คำสังของนายกรัฐมนตรีที่6/2520เรื่องการใช้อำนาจตามมาตร21ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทน

โดยปรากฏจากพฤติการและจากผลการสอบสวนและพยานหลักฐานรเป็นที่แน่ชัดว่าระหว่าตั้งแต่กลางปีพ.ศ.2519จนมาถึงวันที่30มกราคมพ.ศ.2520เวลากลางวันและกลางคืนนายมั่นบุญประเสริฐ นายมอบุญส่ง นายอยู่จาก นายสมใจ นายแกะ นายยี่หา นายซาหา นายโซง กบ พวกได้บังอาจกระทำการผิดต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรง

เพราะฉะนั้นแล้วตามกฎหมายประมวลอาญาพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดและสิ่งอาวุธปืนพ.ศ.2490และพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช2479หลายบทหลายกระทงต่างกันตามลำดับดงนี้นายมั่นบุญประเสริฐมีความผิดคือ เป็นตัวการระดับหัวหน้าในการนำทหารกัมพูชาเข้ามาโจมตีหมู่บ้านราษฎรไทยที่บ้านโก่งค้อบ้านหนองดอและบ้านน้อยป่าไร่ตำบลท่าข้ามอำเภออรัญประเทศจังหวัดปราจีนบุรี

เมื่อวันที่28มกราคมพ.ศ.2520เวลากลางคืนและเวลากลางวันโดยได้ทำการวางเพลิงเผาหมู่บ้านและฆ่าราษฎรไทยจำนวน20คนอย่างทารุณที่เป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตร121 มาตร122 มาตร218 มาตร288 มาตร289และได้ร่วมมกับนายแกะกับพวกอีกหนึ่งคนได้หลบหนีไปยังจับตัวไม่ได้นำเอาอาวุธปืนกระสุนปืนและระเบิดสำหรับใช้ใมนการทำสงครามจากทหารกัมพูชาไปส่งให้กับผู้ก่อการร้ายในเขตวัฒนานครจังหวัดปราจีนบุรี

นอกจากนี้ยังได้คบคิดกับทหารกัมพูชาด้วยความประสงค์ที่ก่อให้เกิดการรบหรือดำเนินการทางอื่นที่เป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทยที่เป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตร120และพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดดอกม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ.2490มาตร55และมาตร78

เนื่องจากนี้ยังได้ร่วมกับนายแกะหรือนายเทียมชัยทองอยู่กับพวกอีกสามคนได้ลักรอบส่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้แก่ทหารกัมพูชาอันเป็นของต้องห้ามออกไปด้านนอกราชอาณาจักรที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช2469มาตร27

โดยนายแกะหรือนายเทียนชัยทองอยู่นายเตี้ยและนายอยู่จากชาวกัมพูชาอพยพมีความผิดสามฐานคือ ร่วมกับนายมั่นโคกมั่นบุญประเสริฐนำทหารกัมพูชาเข้าโจมตีหมู๋บ้านราษฎรไทยที่บ้านโก่งค้อบ้านหนองดอและบ้านน้อยป่าไร่ตำบลท่าข้ามอำเภออรัญประเทศจังหวัดปราจีนบุรี

เมื่อในวันที่28มกราคมพ.ศ.2520เวลากลางคืนและกลางวันโดยได้ทำการวางเพลิงเผาหมู่บ้านและได้ฆ่าราษฎรไทยจำนวน28คนอย่างทารุณที่เป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตร121มาตร122มาตร218มาตร288มาตร289 รวมกับนายซุเฮงค้าและจำหน่ายอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด

สำหรับใช้เฉพาะแต่ในสงครามให้แก่ทหารกัมพูชาเป้นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ.2490มาตร55มาตร78ร่วมกันลักรอบของที่ไม่ได้เสียภาษีหรือของต้องห้ามออกไปด้านนอกราชอาญาจักรเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช2469มาตร27

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครบาคาร่า 888

คนขับรถทัวร์ไล่สาวป่วยเป็นโรคผิวหนังลงจากรถ  

        คนขับรถทัวร์ไล่สาวป่วยเป็นโรคผิวหนัง   มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้มีการบอกเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเธอเอง โดยเธอมีความรู้สึกว่า สิ่งที่เธอและพ่อของเธอถูกกระทำนั้น  เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย 

โดยเธอเล่าเหตุการณ์ว่าตัวเองนั้นเป็นคนจังหวัดเพชรบูรณ์และได้สุขภาพร่างกายของเธอที่ไม่แข็งแรงเนื่องจากเธอเป็นโรคผิวหนังจำเป็นต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯโดยแต่ละเดือนนั้นเธอจะขึ้นลงระหว่างกรุงเทพฯกลับเพชรบูรณ์ประมาณ 2-3 ครั้งต่อเดือนขึ้นอยู่กับอาการที่เธอเป็นซึ่งเธอรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช 

          และครั้งนี้เธอก็เดินทางโดยรถทัวร์เช่นเดิมซึ่งเธอใช้วิธีเป็นการซื้อตั๋วล่วงหน้าแบบไปกลับโดยปกติแล้วเธอซื้อตั๋วรถทัวร์กับบริษัทนี้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว

เนื่องจากว่าอาการป่วยของเธอนั้นเป็นมาตั้งแต่เกิดดังนั้นพ่อของเธอจึงรักพาเธอเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชผ่านการจองตั๋วกับรถทัวร์บริษัทดังกล่าว  และโดยปกติเธอจะได้รับการบริการเป็นอย่างดีจากพนักงานลดตัวซึ่งบางครั้งเวลาที่เธอมีบาดแผลเยอะพนักงานเห็นว่าเธอเดินไม่ได้ก็จะมีการอุ้มขึ้นไปนั่งด้วยซ้ำไป 

          อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นระหว่างที่เธอและพ่อของเธอกำลังจะขึ้นรถทัวร์เพื่อกลับจังหวัดเพชรบูรณ์ปรากฏว่าคนขับรถทัวร์ได้เห็นสภาพบาดแผลบนร่างกายของเธอ  สั่งให้เธอนั่งรออยู่ที่บริเวณชั้นล่างไม่ให้ขึ้นรถซึ่งในตอนแรกเธอคิดว่าจะต้องมีขั้นตอนการตรวจคัดกรองไวรัส covid เสียก่อนเธอและพ่อจึงไม่ได้พูดอะไรแต่หลังจากผ่านไปได้สักพักเธอก็ได้ยินคนขับรถทัวร์บอกให้พ่อของเธอไปทำเรื่องคืนตั๋วและยืนยันว่าจะไม่ให้เธอและพ่อของเธอขึ้นรถทัวร์อย่างแน่นอนด้วยสภาพบาดแผลของเธอที่มีเต็มร่างกายนั่นเอง 

         เธอยืนยันว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นเธอและพ่อของเธอไม่ได้ว่าอะไรและยินดีไปคืนตั๋ว และพ่อของเธอก็ซื้อตั๋วรถของอีกบริษัทหนึ่งกลับบ้านซึ่งกว่าจะได้กลับบ้านต้องรอประมาณ 22:00 น และกว่าจะถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ก็เป็นเวลา 3:00 น และต้องใช้เวลาในการเดินทางเข้าหมู่บ้านอีก 1 ชั่วโมงดังนั้นเธอใช้ระยะเวลาในการเดินทางกลับในวันดังกล่าวนั้นกว่าจะถึงบ้านก็ถึง 4:00 น จึงทำให้เธอได้มาเขียนระบายความรู้สึกผ่านทาง facebook นั่นเอง  

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการแชร์เรื่องราวนี้ออกไปทำให้ผู้คนออกมาแสดงอาการไม่พอใจกับคนขับรถทัวร์ที่มีการแสดงท่าทีรังเกียจลูกค้า  และเมื่อนักข่าวเดินทางไปพูดคุยกับหญิงสาวคนดังกล่าวเธอบอกว่าในครั้งแรกนั้นเธอรู้สึกไม่พอใจแต่เธอก็ไม่อยากให้บริษัทไล่คนขับรถทัวร์คนนั้นออกจากงานเพราะเธอเข้าใจได้ว่าคนขับรถทัวร์ก็ต้องหาเลี้ยงครอบครัวเหมือนกันเพียงแต่ว่าเธอต้องการที่จะใช้สื่อกลางตรงนี้บอกเล่าเรื่องราวให้คนในสังคมให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยากเห็นว่าคนพิการเป็นคนน่ารังเกียจเท่านั้นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    รวม ทางเข้าเล่น sboet