หญิงสาวในตำนาน วินนี เค้าท์ส หญิงสาวที่มีความเกี่ยวพันกับตำนานเรือไททัน

         สำหรับเรื่องราวของเรือไททานิคล่มในมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ดูจากภาพยนตร์เรื่องไททานิคกันมาบ้างแล้ว  หญิงสาวในตำนาน วินนี เค้าท์ส  เพราะมีการนำเรื่องราวจริงของเรือไททันมาแต่งเป็นภาพยนตร์เรือไททานิคซึ่งนับได้ว่าเป็นเรื่องราว โศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องสูญเสียคนเป็นจำนวนมากจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น

         แต่ยังมีเรื่องราวที่เป็นตำนานที่มีการพูดถึงการเกิดขึ้นและยังคงปริศนาที่ใครๆหลายๆคนก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2533   เมื่อมีชาวประมง

        ซึ่งเป็นเรือประมงของประเทศนอร์เวย์ได้มีการแล่นเรือผ่านไปในมหาสมุทรแอตแลนติกหลังจากนั้นทั้งกัปตันเรือและลูกเรือที่อยู่ในเรือประมงลำดังกล่าวต่างก็พากันเห็นพร้อมเพียงกันเมื่ออยู่ๆเขาก็เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากแม่น้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกโดยปีนขึ้นไปบนภูเขาน้ำแข็ง

          หลังจากนั้นทางด้านกัปตันเรือและลูกเรือต่างก็พยายามพากันช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวขึ้นมาบนเรือของตนเองและพาหญิงสาวคนดังกล่าวมาส่งโรงพยาบาลทันทีแล้วเมื่ออาการของหญิงสาวคนนั้นดีขึ้นก็ได้มีการส่งเธอไปที่ประเทศอังกฤษเนื่องจากว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเธอยืนยันว่าเธอนั้นเดินทางมาจากประเทศอังกฤษและเธอเป็นคนอังกฤษ

         ซึ่งเธอได้ให้ข้อมูลกับทุกคนที่มีการพูดคุยกับเธอว่าเธอนั้นอายุ 29 ปีและเธอชื่อว่า    วินนี เค้าท์ส  อะไรที่ทำให้ทุกคนพากันมองว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตนั่นก็เพราะว่าเธอได้เล่าให้ทุกคนฟังถึงสาเหตุที่เธอต้องไปอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกว่าเธอเล่นนั่งเรือไททันเพื่อเดินทางจากอังกฤษไปยังนิวยอร์กและเกิดเรือจมกลางมหาสมุทรแอตแลนติกและเธอเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิต

          ซึ่งทุกคนที่ได้ฟังเรื่องราวของเธอต่างก็พากันว่าเธอนั้นมีปัญหาทางจิตเนื่องจากว่าเหตุการณ์เรือไททานิคล่มนั้นเกิดเหตุมาแล้วมากกว่า 100 ปีเพราะเรือไทยท่านนั้นตั้งแต่วันที่ 14 เดือนเมษายนปีพุทธศักราช 2455 แต่ชาวประมงมาพบเธอนั้นในปีพุทธศักราช 2533 ซึ่งเวลาผ่านไปถึง 107 ปีแล้ว  ทำให้คำพูดของเธอนั้นไม่มีใครเชื่อถือเนื่องจากรูปร่างหน้าตาของเธอนั้นเป็นสาวน้อยซึ่งเธอบอกว่าอายุ 29 ปีก็เหมาะสมกับรูปร่างหน้าตาของเธอที่มีคนพบเห็นอยู่ในปัจจุบัน

       แต่อย่างไรก็ตามเรื่องมาปริศนากับเกิดขึ้นหลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น     วินนี เค้าท์ส หญิงสาวที่มีความงดงามมีอายุอยู่เพียงแค่ประมาณ 29 ปีแต่อยู่ดีๆผู้คนต่างก็เห็นกันว่าใบหน้าของเธอและรูปร่างของเธอนั้นกับเหี่ยวย่นไปเป็นหญิงชราซึ่งดูแล้วมีอายุน่าจะมากกว่า 100 ปี 

           และแพทย์จากโรงพยาบาลไหนก็ไม่สามารถหาคำตอบและรักษาอาการที่เธอเปลี่ยนแปลงรูปร่างตากสินสาวกลายเป็นหญิงชราได้เพียงแค่ระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นได้จนในที่สุดเธอก็เสียชีวิตลงและทุกวันนี้ก็ยังกลายเป็นปริศนาที่ใครก็ไม่สามารถหาคำตอบไปหลายคนเชื่อว่าสิ่งที่หญิงสาวก่อนหน้านี้เคยมีการเล่าไว้ว่าเธอนั้นมาจาก ช่วงเวลาที่เรือไททานิคล่มนั้นอาจจะเป็นเรื่องจริงก็เป็นไปได้ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

ประวัติพระสีวลีเถระ

      ประวัติพระสีวลีเถระ เชื่อว่าถ้าพูดถึงพระสิวลีทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ค่อนข้างเชื่อเกี่ยวกับโชคลาภวาสนาเนื่องจากว่าพระสิวลีนั้นจะเป็นพระพุทธรูปที่ผู้คนต่างให้ความเคารพนับถือและศรัทธาโดยเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่จะสามารถดลบันดาลให้คนที่นับถือนั้นมีโชคลาภได้มากเลยทีเดียว

     ปัจจุบันตามสถานที่สำคัญทางศาสนาอย่างเช่นวัด  หรือแม้แต่ตามบ้านเรือนจะมีรูปปั้นของพระสีวลีอยู่ซึ่งลักษณะของรูปปั้นของพระสีวลีนั้นจะเป็นรูปปั้นพระภิกษุสงฆ์ซึ่งยืนอยู่บนบาทโดยมือขวาจะถือไม้เท้าในขณะมือซ้ายนั้นถือกรดและมีการสะพายย่ามโดยลักษณะการยืนนั้นคล้ายกับการเดิน

     สำหรับพระพุทธรูปของพระสีวลีน้ำเป็นพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยผู้คนนั้นมักจะบูชาไปไว้กราบไหว้ที่บ้านหรือบูชาเป็นองค์เล็กๆไว้แขวนคอเพราะเชื่อว่าพระสีวลีนั้นจะช่วยให้มีโชคลาภร่ำรวยได้นั่นเองอย่างไรก็ตามสำหรับประวัติของพระสีวลีนั้นมีมาตั้งแต่สมัยของ พระพุทธเจ้าช่วงที่มีการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล

     สำหรับความเป็นมาของพระสิวลีนั้น ว่ากันว่าแต่เดิมนั้นพระองค์คือพระโอรสของกษัตริย์เมืองหนึ่งซึ่งเมืองดังกล่าวก็คือกลุ่มโกลิยะโดยตอนที่พระสีวลีอยู่ในท้องพระมารดาของพระองค์นั้นว่ากันว่าพระมารดาของพระองค์นั้นต้องตั้งท้องนานถึง 7 ปีและ 7 เดือนและอีก 7 วันเลยทีเดียวกว่าที่จะครอบพระสีวลีออกมาได้แต่ตอนที่ครอบพระสีวลีออกมานั้นคลอดง่ายไม่ยากนอกจากนี้ช่วงที่พระสีวลีอยู่ในครรภ์ของมารดา 7 ปีกว่านั้นมารดาของพระสีวลีนั้นก็มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมักจะมีโชคมีลาภอยู่ตลอดเวลา

          หลังจากที่พระสีวลีได้ประสูติมาก็มีการจัดงานเฉลิมฉลองกันถึง 7 วัน  พระสีวลีเริ่มเติบโตเป็นหนุ่มพระองค์ก็ได้ตัดสินใจที่จะออกบวชซึ่งพระองค์นั้นเรื่องใสศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าจึงได้มาขอบวชกับพระพุทธเจ้าโดยไปขอบวชที่สำนักพระสารีบุตรซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดของพระพุทธเจ้าโดยตรงหลังจากที่ออกบวชแล้วพระสิวลีก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ทันทีในขณะที่ตอนนั้นกำลังปลงพระเกศา

         ซึ่งจะเป็นช่วงจังหวะที่มีการออกบวชนั่นเองและหลังจากที่บวชเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้คนก็ให้ความศรัทธาพระสีวลีเป็นอย่างมากโดยมีความเชื่อว่าพระสิวลีนั้นเป็นผู้ที่มีลาภสักการะมากมีบุญกุศลเยอะสามารถที่จะทำให้ผู้คนนั้นมีโชคมีลาภตามพระสีวลีได้ดังนั้นผู้คนจึงมีการเลื่อมใสศรัทธาพระสีวลีเป็นอย่างมากโดยเชื่อว่าเงินทองจะไหลมาเทมาหากมีการนับถือพระสีวลี ซึ่งหนึ่งในคนที่พระสีวลีเคยให้พรเกี่ยวกับเรื่องของเงินทองโชคลาภความเจริญรุ่งเรืองค้าขายร่ำรวยก็คือแม่นางกวักนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet ดีที่สุด

ตำนานครุฑและพญานาค

ตำนานครุฑและพญานาค ซึ่งว่ากันว่าในวันที่พญาครุฑนั้นได้คลอดออกมาก็มีร่างกายที่ใหญ่มากอีกทั้งพญาครุฑนั้นยังได้มีดวงตาที่กระพริบนิดเดียวและทำให้เกิดแบบสายฟ้าแลบเลยแล้วเวลาที่พญาครุฑนั้นได้ขยับปีกว่ากันว่ามันจะแรงมากถึงขนาดที่ว่าเขานั้นกระจายหายไปหมดเลยเอาเป็นว่าพญาครุฑนั้นได้เกิดมาที่มีพรและอำนาจที่เยอะมาก

จนกระทั่งเหล่าเทเพยดาก็ได้รับความเดือดร้อนกันไปถึงขนาดที่รวมตัวกันเข้าไปเรียกร้องให้พญาครุฑเบาลงหน่อยพญาครุฑก็ฟังและได้ลดลงมาแต่ถึงอย่างไรก้ตามอำนาจและพลังต่างๆที่อยู่กับพญาครุฑก็ยังอยู่ครบ

เมื่อคลอดออกมาแล้วคุณแม่ก็ไม่รอขอให้พญาครุฑนั้นเข้ามาแก้คำสาบที่พี่ชายได้สาบให้มาเป็นทาสของแม่พญานาคระหว่าง500ปีที่นางได้รอพญาครุฑคลอดออกมาก็กลายเป็นทาสของเขาเรียบร้อยแล้วพญาครุฑก็สงสัยไปเป็นทาสเขาได้ยังไงและแม่ของครุฑก็เลยได้เล่าให้ฟัง

นอกจากนี้แม่ของพญาครุฑในตอนนั้นก็เคยได้ยินเรื่องสีของตัวม้ามาก่อนแล้วก็เลยได้เอาลักษณะของสีม้าได้พนันกับแม่ของพญานาคก็หวังว่าจะแก้คำสาบที่ลูกคนแรกได้สาบเอาไว้ด้วยตัวเองก็เลยไปพนันกับแม่พญานาคว่าม้าตัวที่จะเกิดมาใหม่นี้มันจะมีสีอะไรแม่พญานาคตอบตกลง

เนื่องจากนี้แม่ของพญาครุฑก็เลยบอกไปว่าถ้าใครแพ้คนนั้นก็จะต้องตกเป็นทาสของอีกคนหนึ่งและแม่ของพญานาคก็ตอบตกลงไปแม่ของพญาครุฑพอได้ยินนางตอบตกลงและได้พูดออกมาว่าม้าตัวนั้นจะต้องเป็นสีขาวรู้แล้วว่าม้าตัวนั้นจะต้องเป็นสีขาวก็เลยแย้งกันตอบ

ดังนั้นแม่ของพญานาคโดนแย้งคำตอบไปแบบนี้เขาเลยเลือกสีดำจากนั้นทั้งสองก็เดินไปดูม้าที่จะเกิดมาว่ามันจะเป็นสีอะไรในความร้ายกายของแม่พญานาคก็ไม่แพ้แม่พญาครุฑเลยคือไม่รู้หรอกว่าตัวม้ามันจะมีสีอะไรแต่เพื่อให้ชั่วก่อนออกเดินทางไปดูตัวม้า

ซึ่งแม่ของพญานาคก็เลยไปสั่งให้ออกไปก่อนให้ไปพ่นพิษใส่ตัวม้าเลยเพื่อเป็นการย้อมสีให้มันกลายมาเป็นสีดำบางตำนานก็ได้บอกว่าแม่ของพญานาคได้ให้พญานาคออกหน้าไปก่อนเพื่อที่จะให้เอาตัวของพญานาคไปแทรกตามตัวขนของตัวม้าเพื่อที่ม้าจะได้มีสีดำทั้งสองก็ได้มาถึงด้วยความมั่นใจของทั้งสองคู่คิดว่าจะต้องชนะแน่ๆปรากฏว่ามันเป็นสีดำและของพญาครุฑในข่าวลือเขาว่ามันเป็นสีขาวไม่ใชหรอจากนั้นแม่ของพญาครุฑก็เลยตกเป็นสาทของพญานาค

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ประวัติความเป็นมาของ หอนาฬิกา  บิ๊กเบนประเทศอังกฤษ ประวัติหอนาฬิกาบิ๊กเบน

        สำหรับหอนาฬิกาบิ๊กเบนซึ่งเป็นหอนาฬิกาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในกรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษนั้นว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมาหลายร้อยปีแล้ว ประวัติหอนาฬิกาบิ๊กเบน โดยผู้ที่ออกแบบก่อสร้างหอนาฬิกาแห่งนี้ก็คือ ชาลล์ส แบรี่  นั่นเอง   สำหรับวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างหอนาฬิกาแห่งนี้นั้นว่ากันว่าแต่เดิมทีต้องการที่จะสร้างหอนาฬิกาแห่งนี้เอาไว้เป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวัง westminster   ดังนั้นหอนาฬิกาแห่งนี้จะเห็นได้ว่าด้านหลังของหอนาฬิกานั้นจะเป็นวิวของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์นั่นเอง 

          สำหรับการออกแบบหอนาฬิกาแห่งนี้ผู้ออกแบบนั้นต้องการที่จะใช้ความงดงามของศิลปะในสมัยของวิคตอเรียโกธิคจึงได้มีการออกแบบหอนาฬิกาแห่งนี้ให้เป็นหอนาฬิกาที่เป็นหอนาฬิกาทรงสูงสี่เหลี่ยมมีลักษณะคล้ายกับหอคอยโดยหอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างด้วยความสูงถึง 96.3 เมตรที่สำคัญหอนาฬิกาแห่งนี้ทั้ง 4 ด้านจะมีการนำ นาฬิกาขนาดใหญ่นั้นมาติดตั้งเอาไว้สามารถที่จะบอกเวลาได้ทั้ง 4 ด้านเลยทีเดียว 

         ตัวหอนาฬิกาบิ๊กแบนนั้นนอกจากจะมีนาฬิกา 4 ด้านแล้วยังมีการติดตั้งระฆังเอาไว้ซึ่งระฆังจะมีด้วยกันทั้งหมด 5 ใบด้วยกันแต่ละครั้งทั้ง 5 ใบนั้นจะไม่ได้มีการตีบอกเวลาทั้ง 5 ใบโดยจะมีการใช้ระฆัง 1 ใบสำหรับในการบอกทีเวลาเท่านั้นส่วนระฆังที่เหลือนั้นจะมีการใช้สำหรับทำเป็นทำนองทำให้นาฬิกานั้นมีความไพเราะเวลาที่มีการส่งเสียงดังออกมา

      สำหรับหอนาฬิกาบิ๊กแบนแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยหวังว่าจะใช้ในการเฉลิมฉลองการครองราชย์ของควีนอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งมีการครองราชย์ครบ 60 ปี  ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการออกแบบของหอนาฬิกาหรือแม้แต่วัตถุที่นำมาใช้ในการสร้างหอนาฬิกานั้นจึงเป็นโลหะอย่างดีแน่นอนว่าภายในหอนาฬิกานั้นมีการสร้างกลไกเอาไว้ภายในอย่างดีเยี่ยมไม่ว่ากาลเวลาจะหมุนผ่านไปนานแค่ไหนบนไกการทำงานต่างๆนั้นก็ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นได้ว่าเวลาที่หอนาฬิกานี้เดินนั้นจะมีความเที่ยงตรงและแม่นยำบอกเวลาได้อย่างถูกต้อง

     สำหรับใครที่เคยมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมความสวยงามของหอนาฬิกาบิ๊กเบนอาจจะเคยสังเกตเห็นได้ว่าตัวของนาฬิกานี้ไม่ได้มีการตั้งตรงแต่ว่ามันจะเอียงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเล็กน้อยส่วนสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าในช่วงที่มีการสร้างหอนาฬิกาบิ๊กเบนแห่งนี้นั้นสภาพดินยังไม่ค่อยแข็งแรงและสมบูรณ์มากนักทำให้เวลาก่อสร้างนั้นเกิดความเสี่ยงของตัวอาคารของหอนาฬิกาทำให้หอนาฬิกาแห่งนี้มีความเพียงเล็กน้อยซึ่งถ้าหากไม่สังเกตก็จะมองไม่เห็น

        สำหรับหอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีช่วงจังหวะหนึ่งที่กองทัพนาซีได้บุกเข้ามาในประเทศอังกฤษและมาทำลายทรัพย์สินภายในประเทศอังกฤษรวมถึงหอนาฬิกานี้ก็ได้รับความเสียหายจากระเบิดด้วยเช่นเดียวกันแต่ก็ได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub ฝากออโต้

ประวัติของพระราชวังแฮมป์ตัน คอร์ต 

            เชื่อว่าสำหรับคนที่เคยมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษหรือเคยศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลของประเทศอังกฤษ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว พระราชวังแฮมป์ตัน คอร์ต  หรือสถานที่ที่สำคัญในประเทศอังกฤษน่าจะเคยได้ยินชื่อ  พระราชวังแฮมป์ตัน คอร์ต กันมาบ้าง ที่นี่ มีการตกแต่งออกแบบเอาไว้สวยงามแปลกตา  และที่นี่ยังกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดูดเงินจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเพื่อให้มาเยี่ยมชม พระราชวังแห่งนี้ได้

      เนื่องจากที่นี่มีการออกแบบแปลกตากว่าพระราชวังที่อื่นเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าคนที่ออกแบบพระราชวังแห่งนี้มีการออกแบบด้วยการนำสถาปัตยกรรมของสองยุคสองสมัย ที่มีแบบที่แตกต่างกันมาผสมผสานกันจนลงตัวจนกลายมาเป็นสถานที่ที่สวยงามแห่งนี้

       ตามประวัติความเป็นมาของ พระราชวังแฮมป์ตัน คอร์ต

นั้นว่ากันว่าแต่เดิมที่นี่ไม่ได้จะสร้างเป็นพระราชวัง เพราะความตั้งใจที่แท้จริงนั้นผู้ที่สั่งให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ตั้งใจที่จะมอบให้กับข้าราชที่ตัวเองโปรดปรานมากนั่นเอง ใช่แล้วค่ะ พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากความต้องการของเจ้าชาย แต่พระองค์ไม่ได้ต้องการที่จะมาอาศัยอยู่เอง ด้วยการที่รักข้าราชการคนดังกล่าวมากจึงได้ทรงสร้างและจะยกให้ข้าราชการคนนั้นอยู่ แต่ก็เกิดเรื่องราวขึ้นเสียก่อน คนโปรดกลายมาเป็นคนที่ไม่โปรดพระองค์จึงได้ยึดพระราชวังแห่งนี้คืนมานั่นเอง 

           สำหรับเจ้าชายที่ใจดีสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้กับคนโปรดได้มาอาศัยอยู่นั้นก็คือ เจ้าชายเฮนรี่ที่ 8 นั่นเอง โดยทรงมีรับสั่งให้มีการสร้างพระราชวังแห่งนี้ในช่วงประมาณ ปี ค.ศ. 1514   ภายหลังจากที่มีการยึดที่นี่คืนมา เจ้าชายเฮนรี่ที่ 8 ก็ทรงสั่งให้มีการบูรณะพระราชวังแห่งนี้ใหม่และให้มีการต่อเติมให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 

           หลังจากนั้นเมื่อมีการตกทอดมาเป็นมรดกถึงมือของเจ้าชายวิลเลี่ยมที่ 3  พระองค์ก็สั่งให้ต่อเติมพระราชวังแห่งนี้อีกครั้ง โดยความตั้งใจของพระองค์นั้นอยากให้พระราชวังแห่งนี้สวยงามจนใครเห็นต่างก็ต้องพากันพูดถึง เนื่องจากความต้องการที่แท้จริงของเจ้าชายวิลเลี่ยมที่สามนั้นอยากให้พระราชวังแห่งนี้สร้างออกมาแล้วสวยกว่าพระราชวังแวร์ซายนั่นเอง 

      อย่างไรก็ตามพระราชวังยังสร้างไม่ทันเสร็จดีก็ต้องมีการหยุดการสร้างไปก่อนหลังจากนั้นก็กลับมาสร้างใหม่และผู้ที่มาก่อสร้างใหม่นั้นก็ไม่ใช่ช่างก่อสร้างคนเดิมทำให้จะเห็นได้ว่าสถาปัตยกรรมในการก่อสร้างนั้นดูแปลกตาเพราะว่าใช้สถาปัตยกรรมในการก่อสร้างนั้นต่างกันซึ่งชั่งท่านนึงออกแบบโดยสถาปนิกการปรับทิวดอร์ในขณะที่ช่างอีกคนนึงนั้นใช้สถาปัตยกรรมออกแบบแบบบาโรกแล้วพอเอานำมาผสมผสานรวมกันก็เลยดูแปลกตาแต่ก็ยังคงความสวยงาม

         หลังจากที่มีการสร้างพระราชวังเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้มีการเข้ามาประทับอยู่ที่นี่  อย่างไรก็ตามเมื่อถึงยุคของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียพระองค์ก็ได้มีการอนุญาตให้ประชาชนสามารถเข้าไปเยี่ยมชมความสวยงามของพระราชวังแห่งนี้ได้ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงประมาณปีค.ศ. 1838 นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ