ตำนานเกี่ยวกับคำสาปของ พ่อมดแห่งทะเลสาบล็อกเนสส์   อลิสแตร์ ครอว์ลีย์  ประเทศสก็อตแลนด์

           สำหรับชาวสกอตแลนด์เชื่อว่าคงเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับเรื่องของคำสาปของพ่อมดแห่งทะเลสาบล็อกเนสกันมาบ้างเนื่องจากว่าตำนานนี้เป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่  พ่อมดแห่งทะเลสาบล็อกเนสส์ และเป็นตำนานที่เก่าแก่มาอย่างยาวนานที่สำคัญตำนานนี้ยังมีการถูกนำมาสร้างเป็นหนังและภาพยนต์รวมถึงการ์ตูนอยู่บ่อยครั้งอีกด้วยทำให้ปัจจุบันตำนานของพ่อมดแห่งทะเลสาบล็อกเนสจึงยังมีคนรู้จักกันเป็นอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในประเทศสกอตแลนด์

         สำหรับตำนานนี้นั้นเกิดขึ้นมาเมื่อช่วงประมาณปีคริสตศักราช 1899    โดย โดยผู้ที่สร้าง โดยผู้ที่สร้างตำนานนี้ก็คือ อลิสแตร์ ครอว์ลีย์    ซึ่งตามตำนานบอกว่าเขาได้อาศัยอยู่ใกล้กับทะเลสาบซึ่งบ้านของเขานั้นอยู่ทางตอนใต้ของทะเลสาบล็อกเนสนั่นเองที่สำคัญในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงนั้นไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าไปสร้างบ้านที่อยู่อาศัยใกล้กับบ้านของ อลิสแตร์ ครอว์ลีย์   เพราะทุกคนต่างก็พากันหวาดกลัวเขากันหมด       

         สาเหตุที่เขาต้องอยู่อย่างเดียวดาย  พ่อมดแห่งทะเลสาบล็อกเนสส์  และไม่มีเพื่อนบ้านนั่นก็เพราะว่าชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อว่า อลิสแตร์ ครอว์ลีย์   เป็นพ่อมดและเขามีคาถาอาคมเนื่องจากได้มีการเรียนเวทมนต์มาที่สำคัญมีการเล่ารือกันปากต่อปากถึงความน่ากลัวของเขาว่าในบริเวณพื้นที่อยู่อาศัยของ อลิสแตร์ ครอว์ลีย์   จะมีบรรดาภูตผีวิญญาณร้ายสิงสถิตอยู่ เพราะ  อลิสแตร์ ครอว์ลีย์   ได้มีการเลี้ยงดูเอาไว้ซึ่งวิญญาณร้ายเหล่านี้มีมากถึง 115 ตนด้วยกัน

         แน่นอนว่าข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องของการใช้เวทมนตร์ของ อลิสแตร์ ครอว์ลีย์  โด่งดังไปทั่วจนทำไม่มีใครกล้าที่จะมาพูดคุยหรือมาเป็นเพื่อนบ้านกับเขาเลยเพราะทุกคนต่างก็กลัวว่าหากมีการเยื้องย่างเข้าไปในอาณาเขตพื้นที่บ้านของอลิสแตร์ ครอว์ลีย์   จะถูกปีศาจร้ายที่ทางอลิสแตร์ ครอว์ลีย์   เลี้ยงเอาไว้ฆ่าตายนั่นเอง

       อย่างไรก็ตามได้มีตำนานบอกเล่าถึงคำสาปที่ อลิสแตร์ ครอว์ลีย์   ว่าเนื่องจาก อลิสแตร์ ครอว์ลีย์   เป็นคนที่โหดร้ายและเป็นคนที่หงุดหงิดง่ายดังนั้นมีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อเขาเดินทางไปในป่าและเขาเกิดหลงป่าไปหลงติดอยู่ในยอดเขาแห่งหนึ่งซึ่งทำอย่างไรเขาก็ไม่สามารถออกจากยอดเขานั้นได้สักทีทำให้เขาเกิดการไม่พอใจและได้มีการสาปแช่งเอาไว้  ซึ่ง ปัจจุบันยอดเขาดังกล่าวถูกเรียกว่ากล่องไฟปีศาจ

      สำหรับ คำสาปของเขานั้นมีการสับเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องของยอดเขานี้หากมีการพังทลายไปเมื่อไหร่ก็จะทำให้ผู้คนบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงต้องเสียชีวิตเนื่องจากสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ภายในกล่องไฟปีศาจจะถูกปล่อยออกมาอย่างไรก็ตามเมื่อช่วงประมาณปี คริสตศักราช 2001  ฟังไปดังกล่าวก็ได้พังทลายลงมาในเดือนเมษายน แต่โชคดีเป็นอย่างมากที่ปล่องไฟได้พังทลายลงมาแล้วไหลลงไปในท้องทะเลจึงทำให้ชาวบ้านไม่ได้รับผลกระทบ

        แต่อย่างไรก็ตามแต่ นับตั้งแต่กล่องไฟพังทลายลงมาก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้กล่องไฟนั้นอีกเลยเพราะชาวบ้านต่างก็พากันหวาดกลัวคำสาปที่อาจจะเกิดขึ้นหากเข้าไปใกล้ในป่าดังกล่าวจึงทำให้ในตอนนี้พื้นที่ที่เป็นปล่องไฟปีศาจนั้นเป็นป่ารกร้างและไม่มีคนอยู่อาศัยมาจนถึงปัจจุบัน 

 

สนับสนุนโดย.  สมัครเว็บ ufabet

สถานที่น่ากลัวในญี่ปุ่น ที่รับการกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลาย

สถานที่น่ากลัวในญี่ปุ่น นั้นได้มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและมี่ที่เที่ยวที่มากมายอีกด้วนอกจากนี้ประเทศญี่ปุ่นนี้ก็ได้มีสถานที่ ที่น่ากลัวหรือมีสิ่งที่มีความลี้ลับอยู่ซึ่งในประเทศส่วนใหญ่นั้นก็ได้มีเรื่องเล่าหรือสถานที่ต่างๆ ที่มีความน่าขนลุกอีกเป็นอย่างมาก แต่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นได้เป็นประเทศที่มีความเงียบสงบแต่มีการฆ่าตัวตายที่สูง ซึ่งแม้แต่ได้มีการฆ่าตัวตายนั้นเป็นเรื่องที่ปกติ ในสถานที่ต่างนั้นก็ได้มีเช่นกัน และจึงจะมาดูสถานที่ ที่มีความน่ากลัว ที่ได้มีการถูกกล่าวถึงโดยผู้คนที่ไปมาแล้ว

ซึ่งสถานที่แรกนั้นก็คือ หุบเขาผีสิง (Oiran Buchi Yamanashi)

สถานที่น่ากลัวในญี่ปุ่น ในสถานที่นี้นั้นได้มีมีความสวยงามอยู่แต่แฝงไปด้วยเรื่องของความน่ากลัว ซึ่งสถานที่นี้อยู่ถ่ามกลางภูเขาที่สูงชัน ของนอกเขตเมือง ยามานาชิ(Yamanashi) นั้นได้มีการเล่ากันมาว่าเมื่อในตอนยุคของ เซ็งโงกุ (Sengoku) นั้นในค.ศ.ที่ 1575 ในพื้นที่แห่งนี้ได้มีการทำเหมืองทอง ในการที่จะสร้างความสุขสำราญให้กับผู้คนในแถวนี้

ซึ่งเพราะเหตุนี้จึงจะต้องทำการเปิดหอของนางโลมในสมัยก่อนไว้ ซึ่งสมัยนั้นได้มีการที่สร้างสงครามขึ้นผู้ที่ได้มีการครองแขว้นเดิมและได้มีการถอยไปตั้งรับ และได้ทำการกำจัดผู้หญิงทุกคนให้หอนางโลม ทั้งหมดรวมแม้กระทั่งตัวคนงานเองก็ด้วย เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่ามีเหมืองแร่นี้อยู่และได้ทำการนำเวทีไม้ทั้งหมดไปไว้บนภูเขาสูง โดยที่ทำการบอกว่าจะทำการแสดงบนภูเขาและหลังจากนั้นก็ได้ทำตัดเชือกทิ้งและได้ปล่อยให้ผู้หญิงเหล่านั้นได้ทำการตกเหวนไป

วัดหลอนโตเกียว(Doryodo Ruins Tokyo)

สถานที่แห่งนี้นั้นได้อยู่ที่สวนสาธารณะของเมืองฮาจิโอจิ จังหวัด โตเกียว ซึ่งในสมัยก่อนนั้นหรือในสมัยเอโดะ(Edo) ได้มีผู้คนมาทำการบูชามากมาย ซึ่งในตอนนั้นวัดนี้ได้เป็นทางผ่านของคนที่เดินทางไปมา แต่เมื่อมีการสร้างรถไฟ ผู้คนจึงเลิกทำการเดินทางผ่านทางเส้นนี้และและวัดนี้ไม่ได้ความน่ากลัวอยู่ที่วัดร้างคน แต่ได้มีผู้คนที่ได้ตายมากมาย ซึ่งในปี1963นั้นได้มีการฆ่ากันที่นี้ และในปี1983 วัดนี้จึงได้ทำการเป็นที่ทิ้งร้างอย่างถาวร

ทางเดินลึกลับ(SSS Curve Okinwa)

ในทางเดินลึกลับแห่งนี้เป็นทางเดินที่อยู่ ในเกาะของโอกินาว่าที่ซึ่งเป็นสมรภูมิ สงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ซึ่งในนั้นจะมีทางเดินที่เป็นรูปตัว S อยู่และคนที่เดินผ่านทางบริเวณนี้ได้มีการสัมผัส ของความเย็น ความน่าขนลุกแปลกๆ

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า sbobet ใหม่ล่าสุด