ตำนาน ที่มาของงูที่คล้องอยู่ตรงคอพระศิวะ

          พระศิวะนับได้ว่าเป็นมหาเทพของศาสนาฮินดูซึ่งคนที่นับถือศาสนาฮินดูรวมถึงคนอินเดียมักจะให้ความเคารพนับถือพระศิวะซึ่งถือว่าเป็นเทพสูงสุดในศาสนาฮินดูและภาษีวะนั้นได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งการต่อสู้และทำลายล้างหากใครที่ได้เคยดูพระพุทธรูปหรือเคยเห็นพระพุทธรูปที่เป็นองค์พระศิวะจะเห็นได้ว่าที่บริเวณลำคอของพระองค์นั้นจะมีเอาตัวหนึ่งของอยู่ที่คอของพระองค์ซึ่งนับได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ขององค์พระศิวะเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามได้มีเรื่องเล่าของที่มาของงูตัวดังกล่าวว่าสามารถที่จะไปอยู่บนคอของพระศิวะได้อย่างไรซึ่งเรื่องเหล่านั้นมีตำนานออกมาพูดถึงว่าในสมัยก่อนนั้นพระศิวะนั้นมีรูปโฉมที่งดงามเป็นอย่างมากผู้หญิงคนไหนเห็นต่างก็พากันรักและหลงใหลในตัวพระศิวะเป็นอย่างมากซึ่งได้มีนักบวชคนหนึ่งเขามีภรรยาอยู่หลายคนแต่ภรรยาของเขาทุกคนนั้นเมื่อได้มีโอกาส ได้ไปเห็นหน้าของพระศิวะต่างก็พากันหลงใหล

ในรูปโฉมของพระศิวะและไม่สนใจนักบวชคนดังกล่าวซึ่งทำให้นักบวชคนดังกล่าวนั้นต่างเครียดแค้นในตัวของพระศิวะเป็นอย่างมากจึงได้วางแผนที่จะฆ่าพระศิวะด้วยการส่งงูพิษเพื่อไปพระศิวะหมายจะให้พระศิวะนั้นตายแต่อย่างไรก็ตามเมื่องูดังกล่าวมาทำร้ายพระศิวะปรากฏว่ามันได้ถูกพระศิวะฆ่าตายซึ่งหลังจากที่งูพิษตัวดังกล่าวตายแล้ว

พระศิวะได้นำร่างของงูพิษตัวนั้นมาไว้ที่คอของตนเองเพื่อประกาศให้นักบวชคนดังกล่าวได้เห็นว่างูพิษที่ส่งมาทำร้ายพระองค์นั้นได้ถูกพระองค์สังหารเป็นที่เรียบร้อยแล้วและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะเห็นงูของอยู่ที่คอของพระศิวะเรื่อยมากลายเป็นสัญลักษณ์ขององค์พระศิวะในปัจจุบัน  แต่อย่างไรก็แล้วแต่บางตำนานกับบอกว่างูที่ห้อยอยู่บนคอของพระศิวะนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นลูกศิษย์ของพระศิวะเอง

ที่ชื่อว่าวาสุกรีซึ่งสาเหตุที่วาสุกรีได้ขึ้นมาอยู่บนคอของพระศิวะนั่นก็เพราะว่าคุณงามความดีที่มีความสุขที่ได้สร้างขึ้นมาโดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อมีการต่อสู้กันระหว่างครุฑและพญานาคซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีพญานาคหลายตัวได้เสียชีวิตทั้งด้านวัวสุกรีเห็นว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันจึงได้เข้าช่วยเหลือต่อสู้กับครุฑทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บพระศิวะเห็นความดีของครูบาสุกรีจึงได้เข้าช่วยเหลือและได้ให้งูวาสุกรีมาอยู่บนคอของพระองค์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

สนับสนุนโดย.    gclub casino online มือถือ

ความเป็นมาของตุ๊กตาดอลฟี่

        สำหรับตุ๊กตาดอลฟี่นั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลีเป็นตุ๊กตาที่มีความสวยงามน่ารักและเป็นตุ๊กตาที่มีหน้าตาคล้ายกับคนจริงๆไม่ว่าจะเป็นปลาปากจมูกผมมีการเรียนแบบคนมาทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นการจำลองรูปร่างของคนมาในรูปแบบของตุ๊กตานั่นเองซึ่งตุ๊กตาดอลฟี่นี้ ถูกออกแบบมาจากบริษัทชินคอร์ปอเรชั่นจำกัดโดยมีการคิดค้นขึ้นมาด้วยการจำลองรูปร่างของคนเพียงแต่ว่าจะย่อขนาดจากคนจริงๆลงมาเป็นตัวตุ๊กตาเล็กนั่นเอง

นอกจากนี้ตุ๊กตาดอลฟี่ยังเป็นตุ๊กตาที่มีความทันสมัยเพราะจะมีการแต่งกายให้กับตุ๊กตาตัวนี้คล้ายกับคนและชุดแต่ละชุดของตุ๊กตาดนตรีนั้นก็จะมีความสวยงามมีอินเทรนด์ไม่ว่าเทรนเสื้อผ้าแบบไหนใหม่ๆมาจะถูกนำมาใส่ให้กับตุ๊กตาดอลฟี่อีกทั้งหากใครที่ซื้อตุ๊กตาดนตรีมาเล่นก็สามารถเล่นแต่งตัวให้กับตุ๊กตาได้ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมจะถูกออกแบบให้มีความสมัยใหม่อยู่เสมออย่างไรก็ตามในสถานะปัจจุบันนี้ราคาของตุ๊กตาดนตรีนั้น

ถือว่าแพงมากตัวละหมื่นกว่าบาทก็มีซึ่งถ้าเป็นราคาขั้นต่ำก็จะอยู่ที่หลัก 5000 ขึ้นไปทำให้ผู้คนไม่ค่อยนิยมที่จะสะสมตุ๊กตาดอลฟี่กันมากนักส่วนใหญ่ก็จะดูจากรูปภาพและปัจจุบันนี้ตุ๊กตาดอลฟี่จะถูกนำมาแต่งตัวให้คล้ายกับตัวละครในเกมหรือตัวละครในภาพยนตร์เพื่อให้นักสะสมที่ชื่นชอบตัวละครของเกมหรือตัวละครของภาพยนตร์นั้นเอาไปสะสมอีกทั้งปัจจุบันนี้ยังมีการนำตุ๊กตาดอลฟี่นั้นมาแต่งตัวเลียนแบบให้คล้ายกับดาราโดยเฉพาะดาราญี่ปุ่นหรือแม้แต่ตัวละครตัวการ์ตูนดังๆของญี่ปุ่นก็ตามซึ่งถึงแม้ว่าต้นกำเนิดของตุ๊กตาดอลฟี่จะมาจากประเทศเกาหลี

แต่ท้ายที่สุดแล้วประเทศญี่ปุ่นกับประเทศที่ชื่นชอบตุ๊กตาดนตรีมากที่สุดและถ้าหากใครก็ตามที่อยากจะได้ตุ๊กตาดอลฟี่ส่วนใหญ่แล้วต้องไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งในปัจจุบันนี้ผู้คนก็ยังคงนิยมตุ๊กตาดอลฟี่กันอยู่และมีการนำมาออกแบบในรูปแบบต่างๆมากมายโดยเฉพาะเป็นการจำลองตัวละครในเกมทำให้ปัจจุบันนี้คนที่สะสมตุ๊กตาดนตรีส่วนใหญ่นั้นจะเป็นคนที่ชอบเล่นเกมนั่นเอง 

         ปัจจุบันนี้ถ้าหากใครได้เข้าไปชม YouTube จะเห็นว่ามีคนญี่ปุ่นบางคนได้คลิปสอนการแต่งตัวแต่งหน้าให้กับตุ๊กตาดอจีซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน YouTube  และในประเทศไทยเองถ้าหากใครที่จะซื้อตุ๊กตาดอลฟี่มาเก็บสะสมเอาไว้ก็จะต้องไปซื้อตามห้างใหญ่ๆเนื่องจากว่ามีราคาแพง

ดังนั้นอาจจะต้องมีการสั่งจองไว้ล่วงหน้าถึงจะสามารถสะสมตุ๊กตาดอลฟี่เหล่านี้ได้ แต่ว่าปัจจุบันนี้ตุ๊กตาดอนฟี่นั้นมีรูปแบบต่างๆมากมายซึ่งขึ้นอยู่กับความพอใจของคนที่ซื้อว่าอยากจะได้รูปแบบของตุ๊กตาที่เหมือนกับตัวละครในเกมหรือในรูปแบบของดาราที่แสดงในภาพยนตร์หรือซีรีย์ต่างๆ

 

สนับสนุนโดย.    เวปยูฟ่าเบท

ประวัติของพระพุทธเจ้าตอนปรินิพพาน

            สำหรับช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานนั้นในขณะนั้นพระองค์อายุได้ 80 พรรษาแล้ว  ซึ่งในตำราเรียนของประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนานั้นจะระบุว่าวันที่พระพุทธเจ้านั้นทรงดับขันธปรินิพพานนั้นเป็นวันที่ตรงกับขึ้น 15 ค่ำเดือน 6   ดังนั้นตามปฏิทินจึงมีการระบุเอาไว้ว่าในวันนี้จะถือเป็นวันเริ่มต้นของพุทธศักราชใหม่นั่นเอง

          อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีการปรินิพพานนั้นพระพุทธเจ้าได้ทรงปรินิพพานอยู่ที่บริเวณใต้ต้นสาละ  และแน่นอนว่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าก่อนที่จะปรินิพพานนั้นเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าพระองค์ได้มีการออกเผยแพร่พระพุทธศาสนามาอย่างยาวนานซึ่งนับตั้งแต่พระองค์ออกบวชจนถึงพระองค์นั้นสามารถที่จะบรรลุโสดาบันได้ด้วยตนเองและเผยแพร่พุทธศาสนานั้นพระองค์ใช้ระยะเวลาทั้งหมดในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้กับประชาชนทั่วโลก

ได้รู้จักเกี่ยวกับศาสนาพุทธนั้นเป็นระยะเวลาถึง 45 ปีด้วยกันโดยตามตำราเรียนของประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาระบุว่าพระพุทธเจ้านั้นส่งล่วงหน้าอยู่แล้วว่าพระองค์นั้นจะส่งดับขันและปรินิพพานในวันไหนซึ่งพระองค์ได้มีการบอกกล่าวกับสาวกของพระองค์ล่วงหน้าเอาไว้ก่อนถึง 3 เดือนด้วยกันว่าในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 พระองค์จะปลงอายุสังขาร 

          และก่อนที่พระพุทธเจ้าจะส่งดับขันเพียง 1 วันเท่านั้นพระองค์ได้ประทับอยู่ที่เวฬุคาม  ซึ่งอยู่ในแคว้นวัชชี   โดยในวันนั้นได้มีชายคนหนึ่งชื่อว่าจุนทะนำอาหารมาถวายให้กับพระองค์ซึ่งเป็นอาหารเพลโดยอาหารนั้นเป็นการถวายสุกรมัทวะ   ซึ่งเมื่อพระองค์จึงเข้าไปแล้วก็ทำให้เกิดอาการประภาสไม่สบายทันทีทำให้ในครั้งนั้นพระอานนท์ซึ่งอยู่กับพระพุทธเจ้าด้วยรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากที่หลังจากกินอาหารที่นายจุนทะเอามาถวายแล้วทำให้พระพุทธเจ้านั้นส่งป่วยหนักลงทันทีแต่พระพุทธเจ้านั้นก็ได้มีการเทศนากับพระอานนท์และยังบอกพระอานนท์อีกว่าสิ่ง ที่จะเป็นศาสดาและเป็นตัวแทนของพระองค์นั้นก็คือหลักธรรมคำสั่งสอนและพระธรรมวินัยหลังจากที่พระองค์ตายไปแล้ว

ก็ให้ใช้หลักธรรมทางสั่งสอนของพระองค์นั้นในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาต่อไป  ซึ่งตั้งแต่พระองค์เสวยอาหารเพลที่นายจุนทะนำมาถวายอาการป่วยของพระองค์ก็ทรุดหนักลงเรื่อยๆแต่พระพุทธเจ้าก็ยังส่งเดินทางไปที่เมืองกุสินาราเพื่อไปประทับอยู่ที่ป่าสาละและท้ายที่สุดแล้วพระองค์ก็เสียชีวิตอยู่ในป่าสาระนั่นเองซึ่งในวันที่พระพุทธเจ้าทรงดับขันธ์นั้นพระพุทธเจ้าก็ยังทรงบวชให้กับ  พระสุภัททะปริพาชกอีกหนึ่งรูป  ซึ่งเป็นพระสงฆ์องค์สุดท้ายที่พระพุทธเจ้านั้นได้ทรงบวชให้ก่อนที่พระองค์นั้นจะปรินิพพาน

       ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงปรินิพพานนั้นได้มีพระสงฆ์เป็นจำนวนมากที่มารวมตัวกันในวันนั้นซึ่งนอกจากพระสงฆ์แล้วยังมีพระอรหันต์ที่พระพุทธเจ้านั้นได้ทรงบวชและได้ทรงแสดงธรรมให้จนบรรลุอรหันต์กลุ่มแรกๆนั้นก็พากันรวมตัวกันณบริเวณป่าสาระตรงจุดที่พระพุทธเจ้าดับขันธ์อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    sa gaming ทดลองเล่น

ประวัติของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 

      สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเขตจังหวัดทางภาคใต้ อย่างจังหวัด พังงา อย่างอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ก็มีประวัติมาหลายสิบปีแล้ว แต่ก่อนที่จะมาเป็นสถานที่สำหรับเปิดให้มีการทอ่งเที่ยวได้นั้น ที่นี่ก็จะเป็นเพียงป่าที่มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่น มีเกาะรายล้อมมากมาย หลายเกาะ

      แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปิดให้มีการเข้ามาทอ่งเที่ยวได้ ก็กลายเป็นว่าหมู่เกาะต่างต่างเหล่านี้ ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้อย่างมาก และเมื่อผู้คนที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่ก็กลายมีการพูดกันปากต่อปาก ทำให้คนเริ่มรู้จักสถานที่นี้มากยิ่งขึ้น จนในที่สุดก็กลายมาเป็นสถานทีท่องเที่ยวให้คนทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศรู้จัก และกลายมาเป็นสถานทีท่องเที่ยวที่ติดอันดับของโลกที่มีคนรู้จักและนิยมเดินทางมาเที่ยวที่นี่ 

    สำหรับข้อมูลเบื้องต้นของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน  มีอาณาเขตพื้นที่ในจังหวัดพังงา โดยอยู่ในตำบลเกาะพระทอง  โดยอยู่ในพื้นที่ของอำเภอ  คุระบุรี  สถานที่แห่งนี้ มีการถูกแต่งตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 1 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2525  ซึ่งนับได้ว่าสถานที่แห่งนี้กลายมาเป็นอุทยานแห่งชาติ อันดับที่ 43 ของประเทศไทย และนับตั้งแต่เปิดได้รับการแต่งตั้งให้เปิดเป็นอุทยานแห่งชาติ จนถึงปัจจุบันแล้วก็นับว่าสามสิบกว่าปีมาแล้ว 

      และหากใครก็ตามที่อยากจะเดินทางไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน  จะต้องเดินทางมาเที่ยวได้เฉพาะช่วงประมาณชองวันที่ 15 เดือนตุลาคม  และจะปิดการให้เที่ยวตั้งแต่วันที่ 15 เดือนพฤษภาคม ของทุกปีเพียงเท่านั้น สำหรับช่วงเวลาอื่นจะมีการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเที่ยวเพราะจะต้องให้ธรรมชาติได้มีการฟื้นฟูสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ให้กับมาสวยงามอีกครั้งหลังจากที่มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวและอาจจะมีการสร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติ เช่น แนวปะการัง และความสวยงามของท้องทะเล และความสะอาดของเกาะนั่นเอง 

    ลักษณะของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันนั้นจะมีเกาะมากมายเรียงรายอยู่ใกล้กันตั้งแต่ทางตอนหนือลงไปทางตอนใต้ จะมีการรวมแล้วประมาณ 9 เกาะด้วยกัน และคำเรียกที่มีการตั้งชื่อว่า สิมิลัน นั้น เป็นความหมายตามจำนวนเกาะ เพราะที่นี่มีทั้งหมด 9 เกาะ จึงถูกเรียกว่า สิมิลัน ซึ่งมาจากภาษามลายูนั่นเอง

   อย่างไรก็ตามต่อมาเกาะสิมิลัน ได้มีการเพิ่มจำนวนเกาะมากกว่าเดิมจาก 9 เกาะมาเป็นทั้งหมด 11 เกาะด้วยกัน  ดังนั้น อาณาเขตพื้นที่ของเกาะสิมิลันในขณะนี้รวมกันแล้วทั้งหมด อยู่ที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร  สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ปัจจุบันนี้ได้มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปดำน้ำเพื่อดูแนวปะการัง  และมีการเปิดโรงแรมและรีสอร์ท เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวมากขึ้นเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนรวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทย

     

 

สนับสนุนโดย  Royal casino

ตำนานความรักของเจ้าแม่สิงโตที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

          สำหรับสิทธิ์นักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ที่จบมานานแล้วหรือแม้แต่ศิษย์ปัจจุบันชื่อว่าทุกคนต่างก็รู้ถึงตำนานของเจ้าแม่สิงโตกันเป็นอย่างดีซึ่งเจ้าแม่สิงโตที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้เป็นตำนานที่มีการเล่าขานกันจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องและยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ซึ่งยังมีหลักฐานปรากฏอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สาขาท่าพระจันทร์โดยที่นี่จะมีศาล อยู่ที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ซึ่งจะอยู่ตรงบริเวณตึกคณะเศรษฐศาสตร์ซึ่งสารดังกล่าวนั้นจะมีการระบุชื่อเอาไว้ว่าศาลสิงโตทองอีกบางคนก็มีการเรียกว่าศาลเจ้าแม่สิงโตทองนั่นเองโดยที่ศาลเจ้าแม่สิงโตทองนั้นหากใครเข้าไปกราบไหว้ก็จะเห็นว่าจะมีสัญลักษณ์ของสิงโตซึ่งมีการนำมาเป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ตั้งอยู่และมีตำนานเกี่ยวกับเรื่องของความรักของศาลเจ้าแม่สิงโตทองของที่นี่ด้วยว่าเมื่อสมัยโบราณนั้นการค้าขายระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศนั้น

จะค้าขายกันโดยการสัญจรผ่านทางเรือซึ่งคนที่มาค้าขายกับคนไทยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นกลุ่มคนจีนด้วยคนจีนมักจะมีการขนสินค้าขึ้นนำรวมเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นพวกข้าวของเครื่องใช้  เครื่องชามต่างๆโดยมีเรือลำหนึ่งซึ่งพ่อค้านั้นได้มีการบรรทุกของเพื่อจะเอามาขายที่ประเทศไทยเหมือนเดิมแต่ในเดือนนั้นได้มีการนำรูปปั้นสิงโตมาด้วย

ซึ่งได้นำมา 2 ตัวตัวนึงเป็นตัวผู้และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นตัวเมียโดยเชื่อกันว่าสิงโตทั้ง 2 ตัวนั้นเป็นสิงโตที่เป็นสามีภรรยากันต่อมาเมื่อถึงที่ประเทศไทยตรงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เรือสำเภาของพ่อค้าชาวจีนคนดังกล่าวนั้นได้เกิดร่มลงข้าวของเครื่องใช้ในเดือนนั้นก็จมลงไปใต้แม่น้ำชาวบ้านต่างก็พากันมาช่วยกันงงข้าวของเครื่องใช้ขึ้นมาไว้บนบก

ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่สามารถนำขึ้นมาได้นั่นก็คือรูปปั้นสิงโตซึ่งเป็นเพศเมียแต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านต่างพยายามพากันช่วยตามหารูปปั้นสิงโตเพศผู้แต่ก็ไม่สามารถที่จะหาได้ซึ่งไม่รู้ว่าถูกน้ำพัดพาไปที่ไหนแล้วและหลังจากที่มีการนำสิงโตเพศเมียขึ้นมาไว้บนบกได้แล้วชาวบ้านได้นำรูปปั้นหันหน้าเข้าไปด้านฝั่งของถนนแต่อยู่ๆก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้นเมื่อสิงโตเพศเมียที่ถูกหันไปอีกฝั่งหนึ่งได้หันกลับหน้ามายังแม่น้ำอีกรอบหนึ่ง

และไม่ว่าใครจะพยายามขยับให้หันไปฝั่งตรงข้ามยังไงก็ไม่สามารถขยับได้จึงทำให้มีความเชื่อกันว่ารูปปั้นสิงโตเพศเมียนั้นกำลังมองหารูปปั้นสิงโตเพศผู้อยู่จึงได้หันหน้าออกไปทางริมแม่น้ำนั่นเองและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านจึงได้มีการมาตั้งศาลให้และได้มีการนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอพรโดยเฉพาะถ้าหากนักศึกษามาขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความรักหรือมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนแล้วก็มักจะสมหวังทุกครั้งไปนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ ได้เงินจริง