ประวัติกีฬาซูโม่

          สำหรับกีฬาซูโม่นั้นเป็นกีฬาของประเทศญี่ปุ่นเรียกได้ว่าเป็นกีฬาประจำชาติที่ใครหลายๆคนจะต้องเห็นการจัดการแข่งขันขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นโดยการแข่งขันกีฬาซูโม่นั้นก็เปรียบเสมือนกับการเล่นมวยปล้ำนั่นเองซึ่งวิธีการแข่งขันซูโม่นั้นไม่ได้ยุ่งยากและไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใดถึงแม้เราจะเห็นว่าผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาซูโม่แต่ละคนนั้นจะตัวสูงใหญ่ดูน่ากลัวแต่จริงๆแล้วการแข่งขันซูโม่ก็เป็นเพียงแค่การออกกำลังกาย

สำหรับคนญี่ปุ่นโดยวิธีการแข่งขันก็จะเป็นการต่อสู้กันเล็กๆน้อยๆโดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นลักษณะของการใช้ตัวดันกันผลักกันเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามนั้นออกนอกวงแหวนให้ได้หรือถ้าหากคู่ต่อสู้ไม่สามารถที่จะออกนอกวงแหวนได้เราก็ต้องพยายามทำให้ร่างกายของคู่ต่อสู้ของเรานั้นแตะที่พื้นให้ได้เพราะการแข่งขันซูโม่นั้นสิ่งที่จะแตะพื้นได้จะมีแค่เพียงฝ่าเท้าเท่านั้นส่วนอื่นของร่างกายจะไม่สามารถแตะได้นั่นเอง

สำหรับประวัติความเป็นมาของซูโม่นั้นแต่เดิมนั้นไม่ได้เกิดจากการต่อสู้กันเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่การละเล่นซูโม่ก็คือการบูชาเทพเจ้าของคนญี่ปุ่นนั่นเองซึ่งการบูชาเทพเจ้านี้จะกระทำกันในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรสำหรับคนญี่ปุ่นในสมัยโบราณนั้นมีความเชื่อว่าถ้ามีการจัดการตั้มซูโม่ขึ้นมาเราทุเรศที่พวกเขาบูชานั้นก็จะรู้สึกพอใจและเทพก็จะมีการปกป้องคุ้มครองให้ผลผลิตของเขานั้นเก็บเกี่ยวได้ดีไม่มีอุปสรรคได้อย่างไร

ซึ่งการเล่นซูโม่นั้นมีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณและในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการอนุรักษ์เอาไว้โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่เล่น sumo ก็จะมีแค่คนญี่ปุ่นเท่านั้นสำหรับชาวต่างชาติจะไม่ค่อยมีใครนิยมที่จะมาแข่งขันซูโม่กันมากนักเนื่องจากว่าเครื่องแต่งกายของนักกีฬาซูโม่นั้นค่อนข้างที่จะแต่งกายออกแนวเพราะมีการใช้ผ้ามาพันตรงบริเวณปกปิดอวัยวะเท่านั้นส่วนตัวเสื้อก็จะไม่ได้ใส่อีกทั้งร่างกายของนักซูโม่นั้น

จะต้องปล่อยให้ตนเองสูงใหญ่และตัวอ้วนสำหรับการละเล่นซูโม่หรือประเพณีซูโม่นั้นเป็นการ ทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมของศาสนาชินโตหากใครที่ต้องการที่จะเข้าร่วมการแข่งขันซูโม่จะต้องมีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับนักซูโม่คนอื่นๆเพราะว่าคนที่จะเล่นซูโม่ได้นั้นจะต้องอยู่ในกฎเกณฑ์กติกาที่ทางสำนักงานหรือทางสมาคมซูโม่ได้มีการกำหนดเอาไว้

เพราะฉะนั้นคนที่จะเล่นซูโม่ก็จะต้องมีการมาเข้าค่ายอยู่กับทางสมาคมจะต้องมีการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสมาคมอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นพวกการแต่งกายหรือแม้แต่อาหารการกินหรือการทำพิธีกรรมต่างๆซึ่งถ้าหากใครทำไม่ได้ก็จะไม่สามารถเข้าร่วมอยู่ในสมาคมซูโม่ได้นั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่เกม บาคาร่า

ตำนานนางเงือกที่ไม่มีวันตาย บนแก้ว “STARBUCKS”

เพื่อนๆคนไหนเป็นแฟนพันธ์แท้ในการดื่มกาแฟสตาบัคส์ (Starbucks)นั้น เพื่อนๆเคยรู้หรือไม่ว่าแก้วที่เพื่อนๆถือนั้นมีสัญลักษณ์สีเขียวโดดเด่นและเป้นที่จดจำนั้น ไม่ใช่นางเงือกธรรมดา อย่าง Little mermaid หรอกนะ แต่นั้นคือ นางเงือกไซเรนสองหาง (Norse Siren) ที่เป็นปีศาจเงือกสาวแสนสวยในเทพนิยายปรัมปรา นั้นเอง ซึ่งผู้บริหารและก่อตั้งต้องการให้คนที่เป็นลูกค้าของเค้า เหมือนได้มาผจญภัยในท้องทะเล ( คลื่นน้ำ) นั้นเอง

พวกเค้าจึงเลือกไซเรนมาเป็นสัญลักษณ์ของกาฟแฟสตาบัคส์ แล้วเรื่องเล่าของไซเรนนางเงือกสองหาง เธอคือใครกันนะ? จริงบางตำราเค้าบอกว่าเธอเป็นนางเงือก บางตำราบอกว่าเธอเป็นปีศาจร้าย แต่จากตำนานหลายๆตำรา ได้บอกว่าเธอคือปีศาจเงือกแสนสวย ที่ค่อยนักผจญภัยตามท้องทะเลหรือมหาสมุทรนั้นเอง ด้วยความที่ไซเรนมีหน้าตาสวยงาม หุ่นเย้ายวนและมีเสียงอันไพเราะ

จึงมักจะทำให้นักผจญภัยตกหลุมรักและหลงใหลในตัวเธอนั้นเอง และเหมือนนักผจญภัยหรือนักเดินทางได้หลงรักไซเรนแล้ว เธอจะนำพวกเค้าไปกินเป็นอาหารนั้นเอง  แต่ด้วยการที่ไซเรนเป็นปีศาจเงือกที่งดงามน่าหลงใหล ยนั้นเอง เลยทำให้สตาร์บัคส์เลือกไซเรน มาอยู่บนแก้วและกลายเป็น Icon หรือสัญลักษณ์ชื่อดังไปทั่วโลกนั้นเอง แต่ สตาร์บัคส์ ได้ออกแบบให้ไซเรนนั้นดูขึงขังน้อยลง

และมีหน้าตายิ้มแย้มทักทายลูกค้าเพื่อต้อนรับให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังโพสต์ถ้าแบบเดิม โดยปรับเปลี่ยนจากเวอร์ชั่นแรกที่เห็นหน้าอกมาเป็นผมล่อนบังหน้าอกและตรงเกล็ดปลาที่หางก็กลายเป็นล่อนให้เข้ากับทรงผมนั้นเอง และเพราะเหตุนี้เองไซเรนในฉบับของสตารืบัคส์ เลยเป็นเงือกน้อยสีเขียวที่ดูสง่าและสวยงามแต่เป็นมิตรนั้นเอง และนี่เองอาจจะเป็นเคล็ดลับที่ทำให้สตารบัคส์กลายเป็นกาแฟแก้วโปรดของใครหลายๆคนนั้นเอง  ซึ่งนอกจากกาแฟของสตาร์บัคส์ที่รสชาติกลมกล่อมและดีแล้ว นั้นอาจจะเป็นเพราะสัญลักษณ์ของสตาร์บัคส์ที่ใช้ ไซเรน ก็เป็นได้

เพราะมีหลายๆคนคิดว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะว่าไซเรนนั้นเปรียบเสมือนปีศาจเงือกที่ใครได้พบเจอแล้วก็จะหลงใหลในรูปลักษณ์และเสียงของเธอ ซึ่งนั้นก็เหมือนกับสตาร์บัคส์ที่มีกลิ่นหอม เย้ายวน ชวนให้หลงรักเช่นกัน เพื่อนๆคงได้รู้ความจริงแล้วใช่ไหมละว่านางเงือกสีเขียวที่เราเห็นกันอยู่บนแก้วสตาร์บัคส์กันเป็นประจำ ตำนารของเธอนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ

และหากใครรู้เรื่องราวของเธอแล้วอาจจะยิ่งอินกับสตาร์บัคส์ก็เป็นได้ ไปซื้อกาแฟรอบนี้รับรองต้องมองสัญลักษณ์ไซเรนเปลี่ยนไปแน่นอน เพราะจะรู้สึกถึงความน่าหลงใหลของเธอแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet auto

การสร้างเสาหลักเมืองของญี่ปุ่น ฮิโตบาชิระ

สำหรับเรื่องเล่าตำนานเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างเสาหลักเมืองนั้นของประเทศญี่ปุ่นเองก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศไทยนั้นก็คือในสมัยโบราณหากมีการสร้าง เสาหลักเมืองก็จะมีการนำชีวิตของผู้คนมาสังเวยไว้ที่ใต้เสาหลักเมืองด้วยหากไม่ทำเช่นนั้นแล้วการก่อสร้างก็จะไม่เสร็จสมบูรณ์สักทีซึ่งตำนานความเชื่อนี้ในประเทศไทยก็มีและในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีด้วยตำนานการสร้างเสาหลักเมืองแบบนี้มีการเรียกชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า ฮิโตบาชิระ

สำหรับวิธีการสร้างนั่นก็คือการนำมนุษย์ที่ยังไม่เสียชีวิตไปถูกฝังไว้ใต้เสาหลักเมืองหรือแม้แต่ใต้เสาของปราสาทโดยหวังว่าหากมีการสังเวยชีวิตของมนุษย์เป็นเป็นแล้วก็จะทำให้การก่อสร้างสถานที่แห่งนั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่างไรก็ตามการสร้างเสาหลักเมืองของประเทศญี่ปุ่นได้มีการเล่าขานถึงตำนานกันว่าก่อนหน้านี้เคยมีการสร้างปราสาทมารุโอกะ

ซึ่งประสาทแห่งนี้อยู่ในพื้นที่จังหวัดฟุคุอิ ด้วยการปราสาทแห่งนี้ถูกก่อสร้างจากไม้เป็นจำนวนมากเป็นประสาทเก่าแก่ที่มีความสวยงามและใช้ไม้อย่างมากซึ่งคนในสมัยโบราณนั้นสร้างปราสาทแห่งนี้ด้วยความยากลำบากโดยมีการเล่าขานกันว่าก่อนที่จะสร้างปราสาทแห่งนี้ได้นั้นได้มีการใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเป็นระยะเวลานานเพราะเมื่อก่อสร้างเมื่อไหร่เสาที่มีการตั้งเอาไว้ก็จะหักโค่นลงมาทุกครั้งจนในที่สุดก็ได้มีหญิงหม้ายคนหนึ่งเธอรับอาสาที่จะฝังตนเอง

ทั้งเป็นภายใต้เสาของปราสาทแห่งนี้โดยเธอมีข้อแม้ว่าเธอมีลูกชาย 1 คนเธอต้องการให้ลูกชายของเธอนั้นได้รับราชการเป็นซามูไรคอยรักษาความปลอดภัยให้กับปราสาทแห่งนี้ซึ่งเมื่อผู้ที่ก่อสร้างปราสาทแห่งนี้ตอบรับเงื่อนไขของเธอเธอจึงได้ฝังตนเองไว้ใต้เสาของประสาทและนับตั้งแต่นั้นเสาก็ไม่เคยลบอีกเลยและสามารถก่อสร้างจนแล้วเสร็จมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับการก่อสร้างปราสาทแต่ละที่นั้นจะต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเป็นเวลานานอีกทั้งยังต้องใช้คนจำนวนมหาศาลเลยทีเดียวเพราะประสาทในประเทศญี่ปุ่นมักจะมีการก่อสร้างทั้งการนำไม้มาก่อสร้างเป็นประสาทขนาดใหญ่และยังมีการนำเสาหินต่างๆมาก่อสร้างให้เป็นฐานให้มีความสูงและมีความสวยงามอย่างไรก็ตามตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างปราสาท

โดยใช้ร่างของมนุษย์ฝังตนเองไว้ใต้เสาหลักของปราสาทนั้นมีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณแล้วซึ่งประเทศไทยเองก็มีเรื่องเล่าเช่นเดียวกันนี้เหมือนกันแต่ในปัจจุบันนี้การสร้างเสาหลักเมืองไม่ว่าจะเป็นของที่ประเทศไทยหรือของที่ญี่ปุ่นก็ตามไม่ได้มีการใช้ชีวิตของมนุษย์มาสังเวยในการสร้างเสาแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง

ผีเด็กในห้องน้ำ ฮานาโกะซัง 

       แน่นอนว่าตำนานผีเด็กฮานาโกะซังที่เสียชีวิตในห้องน้ำภายในโรงเรียนนั้นเป็นเรื่องเล่าขานมาอย่างยาวนานและเป็นเรื่องเล่าที่น่ากลัวมากเรื่องหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียวซึ่งหลายคนมีความเชื่อกันว่าเรื่องราวของผีเด็กฮานาโกะนั้นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยวิญญาณของเธอนั้นอาฆาตแค้นเพื่อนนักเรียนด้วยกันที่ทำร้ายเธอทำให้เธอนั้นต้องถึงแก่ความตายทั้งที่เธอนั้นยังอายุเพียงน้อยนิดเพียงเท่านั้นเอง

โดยเรื่องเล่าของเธอมีการเล่าถึงผีสาวฮานาโกะซังเด็กหญิงตัวน้อยที่ตัวเล็กน่ารักใครๆหลายๆคนที่เห็นเธอนั้นก็ต่างพากันหลงรักในความน่ารักของเธอเธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กผิวขาวผมสั้นตัดหน้าม้าและด้วยความน่ารักของเธอนี้ก็มีคนที่ไม่ชอบที่เห็นเธอนั้นโดดเด่นทำให้เธอนั้นถูกเพื่อนผู้หญิงด้วยกันรังแกเป็นประจำอยู่บ่อยครั้งซึ่งส่วนใหญ่แล้วเพื่อนๆของเธอนั้น

มักจะรังแกเธอด้วยกันกับเธอไปขังในห้องน้ำอยู่เป็นประจำทำให้หลายๆครั้งนั้นเธอต้องอยู่ในห้องน้ำถึงแม้จะเรียกร้องให้ใครมาช่วยปลดล็อกให้แต่ก็ไม่มีใครซึ่งอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่เธอนั้นถูกรังแกอีกครั้งหนึ่งจากการที่เพื่อนๆนั้นพากันนำเธอมาขังไว้ในห้องน้ำซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดีในจังหวะนั้นเองเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นใกล้กับโรงเรียนทำให้เพื่อนๆที่ขังเธอนั้น

พากันหลบหนีและไม่มีใครที่จะมาเปิดประตูปล่อยให้เธอออกจากห้องน้ำและเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอนั้นเสียชีวิตจากการที่ถูกระเบิดร่วงลงมาใส่ตรงบริเวณห้องน้ำที่ถูกขังอยู่พอดีและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเรื่องราวของผีเด็กน้อยในห้องน้ําฮานาโกะก็เริ่มต้นขึ้นซึ่ง หลังจากที่โรงเรียนถูกระเบิดพังเสียหายเจ้าของที่ดินก็ได้มีการสร้างโรงเรียนใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

และตรงบริเวณห้องน้ำที่เด็กน้อยฮานาโกะเสียชีวิตก็ถูกสร้างเป็นห้องน้ำใหม่อีกครั้งหนึ่งและหลังจากนั้นเป็นต้นมาความเฮี้ยนของเด็กน้อยฮานาโกะก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อเริ่มมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นเด็กนักเรียนหญิงหลายคนได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือในห้องน้ำห้องริมสุด รวมถึงบางคนก็จะได้ยินเสียงทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือและบางครั้งก็มักจะเห็นมือยื่นออกมาจากใต้ประตูห้องน้ำเพื่อให้ใครก็ตามที่ผ่านมาเห็นได้ช่วยเหลือเธอและถ้าหากใครหลงไปจับมือของเธอหรือเปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำนั้นก็ไม่มีใครที่จะสามารถรอดชีวิตออกมาได้อีกเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท