The Creation Of Adam

ภาพวาดนี้นั้นได้มีการสร้างสรรค์ขึ้นบนเพดานของโบสถ์น้อยซิสทีนภายในกรุงวาติกัน ในประเทศอิตาลีมีการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาจากจิตรกรที่มีความสามารถอย่าง ไมเคิล แองเจโล เขานั้นได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นในระหว่างปี 1508-1512 เป็นหนึ่งในงานด้านศิลปะที่ถือว่าเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาเลยก็ว่าได้ โดยภาพวาดของเพดานโบสถ์นั้นเป็นการวาดภาพเพื่อบรรยายเหตุการณ์จากระคัมภีร์ปฐมกาลรวมทั้งหมด9ภาพ ดดยภาพแต่ละภาพนั้นก็มีความสวยงามและเป็นภาพวาดที่น่าสนใจทั้งสิ้น

The Creation Of Adam นั้นเป็นภาพที่มีการสร้างสรรค์ขึ้นมาตามคำสั่งของพระสันตะปาปา แต่ไมเคิลนั้นก็ได้มีการสร้างสรรค์ตามแนวความคิดสร้างสรรคืของตนเองด้วย และถึงแม้ภาพวาดนี้นั้นอาจจะทำให้ขัดใจหลายคนแต่มันก็เป็นภาพวาดที่สวยงามและถือว่าเป็นภาพที่มีการนำมาใช้ในด้านศาสตร์คริสต์อยู่เสมอ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์นั้นสามารถที่จะระลึกถึงพระเจ้าหรือพระเยซูนั่นเอง ซึ่วในภาพก็จะประกอบไปด้วยสองส่วนที่มีความสำคัญหลัก นั่นก็คือภาพวาดชายคนหนึ่งที่เปลือยกายและนอนอยู่เบื้องล่างนั่นก็คืออดัมนั่นเองโดยท่านอนของเขานั้นเป็นท่านอนที่มีการนอนโดยเอาซอกข้างหนึ่งท้าวโขดหินไว้และดูจากภาวาดนั้นจะสังเกตได้ว่าถึงแม้อดัมจะเป็นชายที่มีลักษณะกำยำ แต่ด้วยท่านอนนั้นนอนเหมือนคนหมดแรงหรือไม่มีพละกำลังใดๆ 

โดยอีกส่วนสำคัญที่บรรยายเรื่องราวอีกส่วนที่สำคัญของภาพนั้นก็คือ ชายที่ดูออกไปในวัยชราเพราะมีผมที่ขาวนั่นเอง คาดว่าเป็นพระเยซูโดยสวมชุดสีขาวและสามารถลอยในอากาศได้ โดยในภาพนั้นในส่วนทางด้านภาพวาดพระเยซูยังคล้ายเด็กที่ติดตามพระเยซูมาด้วยอีกหลายคนและคาดว่าเป็นผู้ติดตามที่คอยให้ความช่วยเหลือพระเยซูนั่นเอง และส่วนที่สื่อความหมายของภาพที่แท้จริงนั้นก็คือ ทั้งอดัมและพระเยซู ต่างยื่นมือเข้าหากันและกัน ถึงแม้ว่าจะเป็รภาพวาดที่ดูแล้วอาจจะเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก 

แต่ในความหมายจริงๆแล้วนั้นการที่วาดภาพนี้ขึ้นมาเพื่อจะสื่อให้รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถที่จะสื่อสารกับพระเยซูได้นั่นเอง และเป็นภาพวาดที่สื่อให้เห็นว่าเรานั้นไม่ควรตัดสินคนที่ภายนอกนั่นเอง เพราะอย่างอดัมที่มีกล้ามกำยำนั้นแต่กลับเป็นคนที่ไม่มีเรี่ยวแรง ส่วนพระเยซูผู้ที่ดูเหมือนชายชราแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ และมีบางคนก็บอกว่า ในส่วนของภาพวาดด้านพระเยซูและผู้ติดตามนั้นมีลักษณะเป็นก้อนเหมือนสมองด้วย นั่นเปรียบได้ว่าการสื่อสารที่พระเจ้ากับอดัมได้สื่อสารกันนั้นเป็นการสื่อสารกันได้โดยผ่านระบะประสาทหรือการวาดภาพนี้ขึ้นมานั้นอาจจะมีความหมายนัยๆว่า เราสามารถที่จะสื่อสารกับพระเจ้าด้วยการนึกถึงนั่นเอง

ภาพวาด The Creation Of Adam นั้นเป็นภาพที่เหมือนจะเป็นการบรรยายเหตุการณ์ที่ความสำคัญที่สุด เพราะถาพนั้นถูกวาดไว้ตรงกลางของเพดานโบสถ์และต้องยอมรับว่างานชิ้นนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือที่ยอดเยี่ยมและยังคงเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงและมีการพูดถึงอยู่ตลอดกาลด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

เรียนรู้ศิลปะ

ในการเรียนศิลปะนั้นนอกจากพื้นฐานการวาดรูปแล้ว ในทางศิลปะจะมีคำศัพท์เฉพาะของศิลปะบางคำที่อาจจะต้องใช้เพื่อให้สามารถสื่อสารระหว่างศิลปินได้อย่างเข้าใจตรงกันแลถูกต้อง ซึ่งคำศัพท์เหล่านี้นั้นจะเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ศิลปินทุกคนนั้นจะต้องใช้ เพราะนอกจากจะสามารถใหเคนที่เป็รศิลปินด้วยกันนั้นเข้าใจแล้ว คำศัพท์เหล่านี้ยังเป็นิ่งที่จะสามารถสื่อสารเพื่อให่คนื่นๆเข้าใจได้อีกด้วย ซึ่งคำศัพท์ที่สำคัญทางด้านศิลปะที่จำเป็นต้องรู้ได้แก่

Drawing หรือการวาดเส้น  การวาดเส้นนั้นหมายถึงการวาดเส้นขึ้นมาและรวมไปถึงการลงน้ำหนักของมือโดยการใช้อุปกรณ์ที่สามารถนำมาขีดเขียนให้เกิดเส้นได้นั่นเอง โดยการวาดเส้นนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็ดินสอเพียงเท่านั้น แต่อาจจะใช้แท่งถ่าน หรือสิ่งที่สามารถวาดออกมาเป็นเส้นได้ ก็ล้วนเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าการ Drawing เช่นกัน และการ Drawing ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับศิลปะอย่างมาก ดดยส่วนใหญ่นั้นศิลปินก็มักจพต้องมีการผ่านในเรื่องของ Drawing มาด้วยกันทั้งนั้นเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานของทางด้านศิลปะนั่นเอง

Texture หรือพื้นผิว โดยในการเรียนรู้ในเรื่องของศิลปะนั้น มักจะต้องเจอคำนี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียนองค์ประกอบศิลป์ เพราะพื้นผิวนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญของการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะ เรื่องพื้นผิวนั้นเป็นเรื่องที่เข้สใจง่ายและเป็นสิงที่เรานั้นต้องพบและเจอในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวถนน ผิวเปลือกไม้ และผิวของสิ่งต่างๆ โดยการเอาพื้นผิวเหล่านี้มาประกอบกันซึ่งพื้นผิวจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของทางด้านศิลปะอย่างมาก ทำให้การเรียนรู้ในเรื่องของพื้นผิวนั้นเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่ผู้เรียนศิลปะนั้นจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างดี

Composition ในทางศิลปะนั้นคำนี่มีความหมายว่าองค์ประกอบศิลป์แต่ถ้าหากมีการแปลตรงตัวนั่นก็คือองค์ประกอบนั่นเอง คนที่เรียนรู้ศิลปะนั้นจะต้องมีการเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องขององค์ประกอบได้อย่างดี เพราะถ้าหากเรานั้นได้เป็ศิลปินหรือได้ทำงานในด้านการสร้างสรรค์ผลงานนั้น Composition จะสามารถทำให้เรานั้นมีแนวทางศิลปะเป็นของตัวเองและมีรายละเอียดที่ดีอยู่ใน Composition ด้วย เพราะผลงานที่เรานั้นสร้างสรรค์ออกมานั้นจะให้ความน่าสนใจหรือไม่นั้นการเข้าใจในเรื่องขององค์ประกอบของศิลปะนั้นก็จะทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาสวยงามและน่าสนใจได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางองค์ประกอบของภาพ การดึงจุดเด่นออกมาให้เกิดความน่าสนใจ การดึงเนื้อหาและรายละเอียดที่จะทำให้ผู้ชื่นชมผลงานของเรานั้นสามารถที่จะเข้าใจได้และเป็นสิ่งที่เกิดการผสมผสานกันอย่างลงตัวของงานศิลปะด้วย

Portrait การวาดภาพเหมือน เป็นสิ่งที่ผู้เรียนด้านศอลปะนั้นจะต้องสามารถสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะนี้ได้ เพราะถือว่าเป็นการเรียนและการสร้างสรรค์ในขั้นพื้นฐานนั่นเอง โดยการเรียนศอลปะนั้นไม่ว่าจะเรียนที่ใดเรานั้นจะต้องได้สัมผัสในการวาดรูปคน ดดยมีแบบเป็นคนจริงๆและการวาดภาพเหมือนนั้นก็จะมีเทคนิคการวาด การแบ่งสัดส่วน เป็นต้น ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากแต่ถ้าหากมีการฝึกฝนบ่อยๆนั้นก็จะสามารถทำให้เราสร้างสรรค์ผลงานประเภทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนโดย    เซ็กซี่ บาคาร่าออนไลน์

ความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ผลงานของจิตรการระดับโลก

ใรสมัยยุดที่มีการบุกเบิกทางด้านศิลปะนั้น จิตรกรถือเป็นแรงขัยเคลื่อนสำคัญในด้านศิลปะเพราะเป็นนักวาดภาพที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานและมีการตลาดต่างๆที่เป็นรสนิยมเข้ามาเพื่อเป็นสิ่งที่จะช่วยในการหารายได่จากการสร้างสรรค์ผลงานของเขา ด้วยเหตุนี้นั้นทำให้เกิดความลับมากมายที่มีการแอบซ่อนเอาไว้ภายใต้ผลงานที่พวกเขานั้นได้มีการสร้างสรรค์ออกมา ทำให้ผลงานที่มีการแพร่หลายจากศิลปินและจิตรกรชื่อดังนั้นล้วนเป็นผลงานที่มักจะมีความลับแฝงอยู่ในผลงาน

ทั้งความลับที่อยู่ในใจ ความลับที่อยู่ข้างในและเป็นความลับที่ยากที่จะมีการเปิดเผยออกมาให้คนอื่นได้รับรู้โดยตรง รวมถึงความลับที่เกิดการเผิดเผยแล้วด้วย

ความลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ในผลงานของชายคนหนึ่งที่เป็นจิตรกรที่มีการสร้างสรรค์ผลงานชื่อดังคนหนึ่งโดยมีชื่อว่า Rembrandth Van Rijin เขานั้นถือว่าเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงและโด่งดังอย่างมาก และดูเหมือนชีวิตในด้านการสร้างสรรค์ศิลปะของเขานั้นเต็มไปด้วยความสว่างไสว แต่ก็มีบางคนได้กล่าวว่าความสว่างไสวนั้นสามารถที่จะนำมาใช้เป็นแสดงสว่างแทนหลอดไฟในบ้านได้เลยทีเดียว

และสิ่งที่ทำให้เขานั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างโดดเด่นกว่าใครนั้นก็คือเอกลักษณ์ในการร้างสรรค์ที่มีความน่าสนใจและเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนใครและไม่มีจิตรกรคนใดในยุคนั้นสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างโดดเด่นเท่าเขาอีกแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปเขานั้นก็ได้มีการพัฒนาในด้านเทคนิคการวาดที่มีความน่าทึ่งอย่างมาก และสิ่งที่สามารถทำให้ผลงานของเขานั้นเป็นที่โดดเด่นได้นั้นก้คือการเล่นแสงและเงาของภาพวาดและมีภาพวาดของเขาจำนวนหนึ่งที่ได้มีการสร้างความโด่งดังให้กับตัวเขามากที่สุด ก็คืภาพวาดที่เขานั้นได้สร้างสรรค์ภาพวาดเป็นภาพตัวของเขาเอง

โดยภาพที่เขาวาดออกมานั้นสวยงามดุจภาพถ่ายเลยทีเดียวเพราะเป็นภาพที่ดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก และก็พบว่าเขานั้นได้ใช้กระจำนวนมากในการจะวาดภาพตัวเองดดยการนำกระจกมาลายล้อมตัวของเขาและเลือกหามุมในการวาดที่ดีที่สุดดดยการที่เขานั้นได้สร้างสรรค์ภาพวาดเป็นภาพตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่เขานั้นจพต้องมีการใส่ใจในเรื่องของรายละเอียดอย่างมาก

ทั้งการใช้กระจกจำนวนมาก ลักษณะและชนิดของกระจกเป็นต้น และจะมีการให้ความสำคัญในการสร้างแสงเงาเพื่อให้รูปนั้นออกมาดูเสมือนจริงเหมือนใช้กล้องถ่ายรูปอย่างที่สุดนั่นเอง โดยตัวของ Rembrandth นั้นไม่เคยได้มีการเปิดเผยเทคนิคในการวาดให้ผู้อื่นนั้นรู้เลยสักครั้ง

แต่ก็ได้มีการค้นหาข้อมูลเนื่องจากผู้คนานั้นต้องการทราบถึงชนิดของกระจกที่ Rembrandth นำมาใช้เพื่อการวาดรูปจนในที่สุดก็สามารถที่จะค้นพบเทคนิคพิเศษในการวาดรูปเหมือนได้อย่าง Rembrandth ได้ ถือว่าเป็นความลับที่ Rembrandth นั้นได้ซ่อนเอาไว้ในภาพวาดของเขาแต่สุดท้ายก็เป็นสิ่งที่สามารถรู้ได้ว่าความลับของภาพวาดนั้นมีความลับอะไรซ่อนอยู่

 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก   เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ศิลปะไทยมีความหมายอย่างไรต่อสังคม

แน่นอนว่ามนุษย์นั้นอยู่กับศิลปะมาตลอดชีวิต มันอยู่รอบๆ ตัวเรา บางครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจและไม่รู้เลยว่านี่คือ ศิลปะ เช่น  แก้วน้ำ โทรศัพท์ เสื้อผ้า ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปะที่ผ่านการออกเเบบอย่างรอบคอบถี่ถ้วนทั้งหมด

ศิลปะบางจำพวกสามารถตรึงใจผู้คนและอยู่บนโลก มีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยไม่เสื่อมคลาย เช่น  รูปภาพโมนาลิซา เกิดจากศิลปินที่มีชื่อว่าลีโอท้องนาโด ดาวินชี แต่ว่าก็ไม่ใช่ศิลปะทุกแขนงที่จะเป็นที่รู้จักอย่างยาวนานได้แบบนี้ เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปศิลปะก็อาจจะถูกกลืนกินโดยการพัฒนา และหายไป  

ศิลปะให้อะไรกับมนุษย์ คงมีบางคนที่ยังคงสงสัยว่า มนุษย์สร้างสิ่งต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมาทำไมกัน วันนี้เราจะมาดูกันว่า จริงๆ แล้ว ศิลปะไทยให้อะไร และมีความหมายอย่างไรต่อคนไทย

 

  1. ให้ประโยชน์ทางด้านศาสนา ศิลปะไทยโดยมากผลิตขึ้นมาจากคติความเชื่อในด้านศาสนา ทำให้ผลงานทางด้านศิลปะมีคุณค่าและมีความหมายอย่างมากสำหรับการเผยแผ่ศาสนา การสืบทอดต่อๆ กัน และตกผลึกในจิตใจคนกลายเป็นศาสนาในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น ภาพจิตรกรรมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นตามผนังโบสถ์ โดยเนื้อหาหลักจะเกี่ยวกับเรื่องราวทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็น นิทานชาดก พุทธประวัติ หรือวรรณคดีที่เกี่ยวโยงกับความนับถือในทวยเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อคนได้สัมผัสหรือมองเห็นก็จะคิดตาม ซึมซับเข้าถึงจิตใจ เกิดเป็นความศรัทธา นอกจากนี้ยังรวมไปถึงคำกล่าวสอนหรือข้อธรรมะที่แอบแฝงอยู่ในผลงานนั้นๆ 

 

  1. มีความหมายต่อด้านประวัติศาสตร์ จากการเรียนรู้ทางด้านศิลปะที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อน เราจะรู้ได้ถึงพัฒนาการ การเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน แต่ละแคว้นเมือง ทางการติดต่อสื่อสาร วิถีชีวิต ใช้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจทานว่าสิ่งที่เกิดขึ้น หรือพบนั้น อยู่ในช่วงเวลาใด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาที่ทำให้ได้ข้อมูลต่างๆ เกี่วกับประวัติศาสตร์ที่ครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์

 

  1. ให้ประโยชน์ทางด้านสุนทรียะหรือความสวยงาม เพราะศิลปะสามารถเข้าถึงจิตใจความรู้สึกและอารมณ์ของผู้เสพงานศิลปะได้ ตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปสำริดปางลีลา ของจังหวัดสุโขทัย พูดกันว่าเป็นงานศิลปะที่มีความสวยงามอย่างมาก เนื่องจากมีความสมบูรณ์ทั้งด้านท่าทางของพระพุทธรูป ที่มีความงดงาม เมื่อมองดูแล้วจะให้อารมณ์ที่รู้สึกเบาสายใจ นิ่งเงียบ นำมาซึ่งความเชื่อถือแล้วก็ชื่นชอบ

 

  1. ประโยชน์ด้านการเมืองการปกครอง ในอดีตผู้ดูแลหรือพระราชาได้นำศาสตร์ทางด้านศิลป์มาใช้ในด้านการเมืองการปกครอง เพื่อเชื่อมสมาคมความเป็นมิตรระหว่างกัน หรือใช้เป็นเครื่องหมายของการเข้าไปมีอำนาจเหนือเมืองอื่น การติดต่อสร้างมิตรภาพซึ่งกันและกัน

 

ศิลปะนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงาม แต่มีคุณค่าประโยชน์ในหลายๆ ด้านต่อสังคม ให้อะไรกับมนุษย์มากมาย ไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในเรื่องของการสืบทอดศาสนา หรือทำขึ้นเพื่อความสวยเท่านั้น

 

 

สนับสนุนโดย   sexybaccarat