การทำหมันเเมว

การทำหมันแมวเป็นเทคนิคการแพทย์อย่างหนึ่งที่ควบคุมการคุมกำเนิดให้กับแมวเพราะเจ้าของอาจจะไม่อยากได้แมวเพิ่มหรืออยากให้แมวติดสัตว์แล้วหายออกไปเป็นหลายๆอาทิตย์ หรือบางคนก็ไม่อยากให้แมวนั้นท้องหรือติดสัตว์ไปมากกว่านี้ก็เลยเลือก จึงเลือกการคุมกำเนิดให้กับแมวของตนเองการคุมกำเนิดหรือการทำหมันแมวก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

สำหรับ ทาสเเมว ที่ไม่อยากให้แมว ออกไปติดสัตว์ไกลๆ เพราะเวลาแมวหายไปหนึ่งอาทิตย์แมวของเราก็อาจจะเกิดสภาพบอบช้ำหรือไปตีกับแมวตัวอื่นมาแล้วเห็นแล้วเราก็สงสารแมวของเราไม่อยากให้ออกไปไหนอีก จึงต้องทำหมันแมว การทำหมันแมวนั้นเมื่อทำหมันแล้ว เชื่อว่าแมวจะหมดอารมณ์ทางเพศหรือหมดอารมณ์ต่างๆและไม่อยากจะออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าน

เพราะแมวตอนที่มีอวัยวะครบถ้วน แมวก็จะแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมที่จะผสมพันธุ์แต่เมื่อถ้าแมวทำหมันหรือตัดท่อนำอสุจิหรือรังไข่ไปแล้วก็เชื่อว่าแมวจะไม่ค่อยสังสรรค์เหมือนแต่ก่อนแล้วในการทำหมันแมวเป็นเทคนิคทางการแพทย์อีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเทคนิคสมัยใหม่ที่นิยมมาใช้ในปัจจุบันมากที่สุดสำหรับคนที่เลี้ยงเเมว ทำให้แมวอยู่บ้านแล้วก็ทำให้แล้วเเมวไม่ไปเที่ยวอีก

 สำหรับการทำหมันแมวนั้นต้องเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการทำหมันแมวการทำหมันแมวถ้าจะให้ดีที่สุดก็สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุหนึ่งปีขึ้นไปเพราะร่างกายของแมวเติบโตสมบูรณ์ถ้าทำอายุน้อยก็จะทำให้แมวหยุดการเจริญเติบโตของร่างกายได้การทำหมันแมวตัวผู้จะทำง่ายกว่าตัวเมียเพราะแค่ตัดท่อนำอสุจิออกไปแล้วก็เย็บแผลแค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย และแมวตัวผู้ก็วางยาสลบได้ง่ายกว่าแมวตัวเมียแมวตัวเมียจะมีการผ่าท้อง

ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ เพราะต้องตัดท่อนำรังไข่และมดลูกของแมวตัวเมียทิ้งทั้งหมด และการวางยาสลบตัวเมียก็จะวางยาสลบยากกว่าตัวผู้ และจะต้องเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้นเพราะการให้ปริมาณของยาสลบของแมวจะต้องครบถ้วนและปลอดภัยและสำหรับการผ่าตัดทำหมันทั้งตัวผู้ตัวเมีย ก็ต้องให้อดอาหารก่อนที่จะมาทำหมันเพราะอาจจะทำให้เเมวตายได้ เพราะเเมวอาจจะสำลักอาหาร

การทำหมันแมวได้รับความนิยมสูงสุดเพราะมันได้ผล 100% และทำให้แมวอยู่บ้านได้เป็นเทคนิคการแพทย์อีกอย่างหนึ่งที่ทันสมัยและช่วยให้แมวปลอดภัย 100% ถ้าทำตามคำสั่งของหมอส่วนการฉีดยาคุมให้แมวนั้นก็ไม่ควรทำอย่างยิ่งเพราะอาจจะทำให้มดลูกอักเสบได้และตายได้ในที่สุด

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์์

ฆ่าโหดครูสาวที่สงขลา

           เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2562 มีผู้พบศพคนถูกฆ่าตายในรถเก๋ง โดยศพที่พบเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 29 ปี สภาพร่างกายมีบาดแผลที่ลำตัวและใบหน้าทั้งหมด 8 แผล ตามร่างกายมีเลือดโชกเต็มไปหมด เมื่อได้รับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ อยู่ริมถนนสายเกาะแต้ว-สามกอง ตำรวจเดินทางไปถึงพบรถเก๋งสีดำยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ จอดอยู่

และจากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงก็พบรอยหยดเลือดเป็นทาง เมื่อมีการสอบถามผู้คนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว มีผู้ให้เบาะแสว่า เห็นรถคันดังกล่าวมาจอดแล้วได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน และหลังจากนั้นไม่นานเห็นผู้ชายคนหนึ่งอุ้มผู้หญิงที่เลือดเต็มไปหมดมาขึ้นรถ ผู้เห็นเหตุการณ์จึงได้โทรแจ้งตำรวจ

           หลังจากมีการตรวจสอบข้อมูลจึงพบว่าผู้ตายเป็นครู และตำรวจพอจะรู้ตัวคนร้ายแล้ว ซึ่งสันนิฐานว่าเป็นอดีตแฟนหนุ่มของครูสาวนั่นเอง ซึ่งต่อมาครูหนุ่มได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าครูสาวจริงเพราะทะเลาะกัน โดยครูหนุ่มต้องการกลับมาคืนดีแต่ครูสาวไม่ยอม โดยครูหนุ่มแจ้งว่าที่ทำไปไม่ได้ตั้งใจด้วยว่าตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งจากการสอบถามทางญาติพี่น้องของครูสาว พบว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่คบหากัน แต่เพื่อนชายที่สนิทของครูสาวได้ไปต่อว่าครูที่ก่อเหตุว่าเป็นคนมาแย่งครูสาวไป ทำให้เกิดการทะเลาะกันและครูหนุ่มได้ไปเล่าให้ที่บ้านของตัวเองฟัง แม่ของครูหนุ่มจึงสั่งให้เลิกคบกันและได้โทรมาต่อว่าครูสาว พอครูหนุ่มติดต่อมาขอคืนดีทำให้ครูสาวไม่ยอมคืนดีด้วย จึงทำให้ก่อเหตุฆาตกรรมดังกล่าว

           จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียใจให้กับญาติพี่น้องของครูสาวเป็นอย่างมาก ยิ่งคุณพ่อของครูสาว ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเลยว่าไม่อโหสิกรรมให้กับครูหนุ่มแน่นอน เพราะลูกของใครใครก็รัก คุณพ่อของครูสาวต้องการให้ครูหนุ่มได้รับโทษทางกฎหมายสูงสุด และไม่เชื่อที่ครูหนุ่มบอกด้วยว่าที่ก่อเหตุเพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

          จากที่ได้อ่านเกี่ยวกับโรคซึมเศร้ามา ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าคนป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าจะก่อเหตุฆ่าคนอื่นได้ เพราะตามที่รู้มา ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวเองตายเท่านั้นไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะฆ่าคนอื่นให้ตายได้  คนที่สามารถวางแผนฆ่าคนอื่นได้ คนนั้นมีจิตใจที่อำมาหิตมากเกินกว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าแน่นอน ขอเรียกร้องให้มีการลงโทษสูงสุดขั้นรุนแรง อย่ามาอ้างความเจ็บป่วยแล้วจะมาฆ่าใครตายก็ได้ 

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร gclub royal1688

ปราสาทภูมิโปน

 

ปราสาทภูมิโปนได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างน้อย 2สมัยและมีปราสาททั้งหมดสี่หลังเป็นปราสาทที่ทำด้วยอิฐถึงสามหลังและทำด้วยศิลาแลงหนึ่งหลัง และเป็นปราสาทที่มีศิลปะทางเขมร หรือปราขอมที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้

ตำนานของปราสาทภูมิโปน

เมื่อสมัยก่อนได้มีกษัตริย์ขอมองค์หนึ่ง ได้แอบทำการสร้างเมืองไว้กลางป่าแห่งหนึ่งชื่อว่าปราสาทภูมิโปน ต่อมาเมืองหลวงเกิดการวุ่นวาย จึงได้ส่งพระธิดาและไพรพลมาจำนวนหนึ่งมาลี้ภัยที่ปราสาทแห่งนี้ พระธิดามีนามว่าศรีจันทร์ แต่คนทั่วไปจะเรียกพระนางว่า พระนางนมใหญ่  และต่อมาได้มีนายพรานจากต่างเมืองได้เดินทางมาล่าสัตว์ และได้มาหยุดพักใกล้หนองน้ำ จึงได้เจอปราสาทภูมิโปนได้ยินคำร่ำลือว่าเมืองนี้มีพระธิดารูปสวย งดงาม จึงได้เกิดความคิดที่จะแอบดูพระราชธิดามาสรงน้ำ และเมื่อได้เห็นพระราชธิดาแล้ว ก็ต้องตกตะลึงในความงามที่สมกับคำร่ำลือจริงๆ

จึงได้นำความนี้ไปบอกกับพระราชาของตนทันที เมื่อพระราชาได้ฟังแล้วก็ดีใจและจะรีบไปนำนางมาเป็นมเหสี ฝ่ายทางด้านพระธิดาศรีจันทร์ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเมื่อรู้ว่ามีคนรู้ที่หลบซ่อนของตัวเอง จึงทำให้กลุ้มใจจึงเก็บไปฝันว่านั้นได้ทำกระทงเสี่ยงทายด้วยการใส่ผมของตังเองลงไปในกระทง 7เส้นและยังให้คนวาดรูปของตัวเองลงไปด้วยและมีและเขียนสารว่า หากใครเก็บกระทงของนางได้นางจะเป็นคู่ครองด้วย และเมื่อนางได้ตื่นขึ้นมาจึงได้ไปทำตามความฝันของนาง โดยการทำการลอบกระทงเสี่ยงทาย กระทงของพระธิดาศรีจันทร์ได้ลอยไปถึงเมืองโฮลมาน  ผู้เก็บได้เป็นพระโอรสรูปร่างหน้าตานั้นไม่ค่อยงดงามเท่าไร

แต่จะเก่งเรื่องเวทมนต์ คาถาและจะรักษาคำสัตว์ที่ให้ไว้เป็นที่ตั้ง เมื่อเก็บกระทงและได้เปิดผอบจึงหลงรักนางทันทีและก็ได้จัดขบวนมาสู่ขอนางเพราะเป็นผู้เก็บกระทงได้ และเมื่อนางได้เห็นโอรสแล้วนางจึงได้แต่ร้องไห้ และโอรสแห่งโฮลมานก็ไม่ได้บังคับที่จะให้นางมาเป็นชายา และยังช่วยนางขุดสระสร้างกำแพงเมือง และได้สร้างกลองชัยให้นางตี เพื่อขอความช่วยเหลือจากตนห้ามตีในเรื่องไม่สำคัญเด็ดขาด นายบุญจันทร์เป็นทหารของพระธิดาและหลงรักพระธิดา แต่พระธิดาไม่ชอบ จึงเกิดอยากจะตีกลองขึ้นมา จึงไปรบเล้าขอร้องพระธิดา ด้วยความรำคานนางจึงพูดประชดว่าอยากตีก็ไปตีเลย นายบุญจันทร์ได้ทำการตีกลอง ฝ่ายโอรสโฮลมานได้ยินเสียงกลองจึงได้เตรียมไพรพลมาหาพระธิดาทันที

และเมื่อทราบเรื่องการตีกลองจึงทำให้ พระโอรสจึงโมโหและทำการยกเลิกสัญญาทันทีเลิกที่จะมาช่วย ต่อมาไม่นาได้เกิดมีการเข้ามาชิงตัวพระธิดา และทางนายพรานก็พาพระราชาจะมาเอาตัวนางนางจึงเกิดความคิดที่จะไม่อยู่บนโลกนี้อีกนางจึงไปอยู่ทางฝั่งที่มีปืนใหญ่ยิง นางได้ถูกกระสุนแขนหักและอกทางซ้ายเกิดบาดแผล พระราขาได้ตีเมืองและมาเจอนางจึงได้ทำการรักษา และได้พานางกลับวังก่อนไปนางขอไปอาบน้ำที่สระและได้ปลูกต้นลำเจียกไว้ และอธิฐานว่า ถ้านางไม่ได้กลับมาขออย่าให้ต้นลำเจียกออกดอกอีกเลย เมื่อเสร็จแล้วนางจึงถูกพากลับไปยังเมืองของพระราชา

 

ขอขอบคุณ  ทดลองเล่น gclub  ที่ให้การสนับสนุน