เรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์

ในวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้มีใครที่ยังไม่มีคู่บ้างนั้นก็ต้องเหงากันไป ส่วนคนที่เขานั้นมีคู่กันก็จะมีความสุขเพราะว่ารอคอยกันวันนี้มานานเพราะว่าเขานั้นก็ลุ้นว่าคู่ของเขานั้นจะให้อะไรเพราะว่าเป็นความกระชุ่มกระชวยกันไป แต่จะมีใครนั้นจะรู้ไหมว่าเรื่องแปลกที่เกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์กันหรอก  ไปค่ะไปอ่านกันว่ามีเรื่องอะไรที่แปลกๆเกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์กันบ้าง 

  1. เรื่องแปลกของวันวาเลนไทน์  จดหมายถึงจูเลียต ทุกปีนั้นในวันวาเลนไทน์นั้นจะมีจดหมายที่จ่ายหน้าซองถึงจูเลียต ในหนังเรื่อง  Letters to Juliet ซึ่งทุกปีนั้นจะมีจดหมายกว่าพันฉบับนั้นส่งมาที่เมือง เวโรนา ซึ่งเป็นเมืองของ โรมิโอกับจูเลียต  ที่ผู้หญิงนั้นจะเขียนจดหมายรักไปส่งที่บ้านของจูเลียตเพื่อที่จะปรึกษาปัญหารักและก็ขอพรให้เขานั้นสมหวัง
  2. ช้อนแห่งความรัก  ในประเทศเวลส์ผู้คนสมัยก่อนนิยมให้ช้อนแห่งความรัก แก่คนรัก เพราะว่าเป็นช้อนที่ต้องแกะสลักเลยทำยากที่ต้องวาดรวดลายลงในช้อนเพื่อที่จะให้มีความแตกตา และแกะยาก เพราะว่าเราต้องใช้ความละเอียดอ่อนมันทำยากก็เลยทำให้คนเดียว
  3. ซาอุดิอาระเบียสั่งห้ามมีวันวาเลนไทน์ บางศาสนาและในบางประเทศมีความเชื่อว่า วันวาเลนไทน์นั้นจะกระตุ้นให้เกิดความลุ่มหลงราคะ อาจจะทำให้เสี่ยงผิดประเพณี ดังนั้นประเทศซาอุดิอาระเบีย จึงสั่งห้าม หรือ งด วันวาเลนไทน์  
  4. ความเชื่อในวันวาเลนไทน์ เชื่อกันว่าวันวาเลนไทน์ชื่อผู้ชายที่ผู้หญิงที่เรานั้นได้ยินเป็นคนแรกของวันนั้นไม่ว่าจะอ่านจากหนังสือพิมพ์หรือได้ยินจากวิทยุอะไรต่าง จะเป็นชื่อของผู้ชายที่เรานั้นจะแต่งงานด้วยในอนาคต 
  5. ของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก 
  6. ตนที่ได้รับการ์ดวาเลนไทน์มากที่สุด  
  • ลองเดาดูว่าเป็นใคร  ที่ได้รับการ์ดวันวาเลนไทน์นั้นมากที่สุด   นั่งคือคุณครู
  • ส่วนต่อมานั้นเป็นพ่อแม่นั้นส่งให้ลูก คุณแม่ ภรรยา  แฟน และสัตว์เลี้ยง 
  1.  ความเชื่อเรื่องนก ในยุคสมัยโบราณเลยเชื่อกันว่าถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนกโรบิ้น บินผ่านหัวตัวเองในวันวาเลนไทน์ ก็จะได้แต่งงานกับทหารเรือ 
  • ถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนกกระจอกจะได้แต่งงานกับคนจนแต่ว่ามีความสุขอย่างมาก 
  •  แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนกโกลฟินช์ ก็จะได้แต่งงานกับเศรษฐี 
  1. รายจ่าย  โดยเฉี่ยแล้ว ผู้ชายจะใช้จ่ายเงินประมาณ 5 พันบาทสำหรับในวันวาเลนไทน์เพื่อที่จะให้เป็นค่ำคืนที่สุดพิเศษที่สุดสำหรับผู้หญิงที่เขารัก 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ร่องรอยการตัดหินในยุคโบราณ

วันนี้เราจะมาสืบค้นหาประวัติศาสตร์โบราณบนที่ลุ่มลำตะครอง

ซึ่งก็เชื่อว่าเป็นที่ตั้งเดิมของเมืองโคราชมาแต่ก่อนและเราจะพามาดูร่องรอยของโบราณสถานซึ่งเมื่อก่อนมันเคยเป็นที่ตั้งมาแต่เดิมของเมืองโคราชยุคโบราณ

รอยแยกลักษณะของแผ่นหินที่ดูแปลกตานี้คือบริเวณที่มีชื่อว่า แหล่งตัดหินสีคิ้ว ซึ่งได้มีหลักฐานทางโบราณคดีว่าร่องรอยเหล่านี้ได้เกิดจากการกัดเซาะก้อนหินเพื่อที่จะนำไปใช้ในการสร้างปราสาทในสมัยของขอมเมื่อราว800 1100ปีก่อน แหล่งตัดหินสีคิ้วได้ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพในเขต ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

ในทางธรณีวิทยาหินของแหล่งตัดหินของสีคิ้วซึ่งได้จัดอยู่ในหมวดหินพูพานอายุ130ล้านปีซึ่งได้เป็นหน่วยย่อยของกลุ่มหินโคราชลักษณะโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินทรายลูกเตี้ยมีต้นไม้ขึ้นปกคุมบนเนินพบร่องรอยของการไหลของกระแสน้ำและรวมไปถึงหลุมหินที่มีขนาดใหญ่ที่เรียกว่าหลุมหินกุมภลักษณ์หินทรายจากแหล่งของแหล่งตัดหินสีคิ้วเป็นหินทรายสีเทาเนื้อละเอียดปานกลางบางชั้นเป็นหินกรวดมนที่มีขนาดเล็กสีขาวมีค่าความดูดซึมน้ำและความแข็งแรงเหมาะสม

สำหรับนำไปก่อสร้างและนำไปเป็นหินประดับ ซึ่งคนโบราณก็ไปมองเห็นคุณบัติข้อนี้และได้มีการตัดแต่งเพื่อจะนำก้อนหินทรายไปใช้ในการก่อสร้างปราสาทหินต่างๆลานหินบนยอดเนินมีร่องรอยของหินทรายที่ถูกตัดแยกออกไปโดยมีการสกกัดหินเป็นร่องสี่เหลี่ยมขนาดลึกยาวหลายขนาด

 

ซึ่งเชื่อว่าหน้าจะเป็นการสกัดหินเพื่อกำเนิดแนวในการตัดหินบางจุดยังมีรอยเหมือนถูกเซาะด้วยของมีคมและรอยแยกของหินที่ได้ถูกงัดนำเอาออกไปร่องรอยที่พบทำให้นักโบราณคดีสามารถสันนิษฐานให้เห็นถึงวิธีการตัดหินทรายของคนในสมัยโบราณ ซึ่หน้าจะแบ่งเป็นส3ขั้นตอนคือเริ่มจากการเซาะร่องหินทรายให้เป็นแนวยาวเพื่อกำเนิดขนาดหินที่ต้องการจากนั้นจึงได้ตัดแบ่งหินเป็นก้อนสี่เหลี่ยมส่วนในขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้เครื่องมือคมที่มีความแข็งแรงเซาะทางด้านล่างเพื่อที่จะได้งัดหินขึ้นมาเป็นก้อนจากนั้นก็ได้นำขนย้ายออกไปนักโบราณคดียังเชื่อต่อไปอีกว่าหินทรายที่ได้จากแหล่งตัดหินสีคิ้วได้ถูกนำไปสร้างปราสาทหลายแห่ง

ซึ่งก็ได้พบกระจายอยู่ไม่ไกลไปจากบริเวณนี้โดยเฉพาะปราสาทของเมืองโบราณที่มีชื่อว่าโคราฆปูระ  โคราฆปูระอยู่ห่างจากแหล่งตัดหินในแนวเส้นตรงประมาณ20กิโลเมตรแต่ในปัจจุบันแถบจะไม่พบเห็นหลักฐานของโคราฆปูระ

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

4 ประเพณีสำหรับทางภาคอีสาน

ประเพณีไหลเรือไฟของชาวอีสาน   

ซึ่งได้จัดขึ้นในส่วนเทศกาลออกพรรษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชาแม่น้ำโขงและพญานาคนอกจากนี้ประเพณีไหลเรือไฟยังจัดขึ้นเพื่อขอขมาลาโทษที่ได้ทิ้งสิ่งของสกปรกลงไปในแม่น้ำลำครองและเป็นการเผาไฟเพื่อเป็นการเอาความทุกข์ไหลไปกับสายน้ำเรือไฟหมายถึงเรือที่ทำมาจากต้นกล้วยไม้ไผ่หรือวัสดุที่สามารถลอยน้ำได้เพื่อนำมาจัดเป็นรูปโครสร้างตามรูปต่างๆจากนั้นเมื่อนำเรือลงไปในแม่นำแล้วได้ทำการจุดไฟจากนั้นไฟก็จะลุยไปตามลวดลายต่างๆที่ได้จัดเอาไว้ด้านบนเรือจึงเกิดเป็นรูปต่างๆตามมา ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้เข้ากับเหตุการณ์และยังมีการเล่นพลุเพื่อการยิ่งใหญ่และตะการตาอีกด้วย

ประเพณีผีตาโขน

เป็นประเพณีที่ชาวด่านซ้ายจังหวัดเลยซึ่งได้ถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานสำหรับผู้ที่ได้สวมบทบาทเล่นเป็นผีตาโขนนั้นจะต้องสวมหน้ากากที่หน้าเกลียดและหน้ากลัวซึ่งหน้ากากผีเหล่านี้ได้ทำมาจากวัสดุหวดนิ่งข้าวเหนียวแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสีนสดใสและออกเดินร่วมขบวนไปกับขบวนแห่งานบุญหลวงซึ่งจะจัดรวมไปพร้อมกับงานบุญหลวงที่ตั้งอยู่วัดโพธิชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งถือได้ว่าในด้านประเพณีผีตาโขนนี้เป็นการเล่นเพื่อบวงสรวงบูชาด้วยวิญญาณบรรพชนเนื่องจากว่าชาวด่านซ้ายเชื่อกันว่าบรรพชนที่ได้เสียชีวิตไปแล้วจากกลายเปนสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถดนบรรดานให้เกิดความอุดมสมบูรณ์หรือความหายนะกับบ้านเมืองได้เพื่อให้เป็นที่พอใจต่อดวงวิญญาณ

ประเพณีบุญบั้งไฟ 

เป็นอีกประเพณีหนึ่งของทางภาคอีสานโดยมีตำนานมาจากนิทานพื้นบ้านของภาคอีสาน เรื่องพญาคันคาก และเรื่อง ผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทานพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึงการที่ชาวบ้านได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชาพญาแสนซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่าพญาแสนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกอย่างถูกต้องตามฤดูกาลและมีความชื่นชอบไฟเป็นอย่างมากหากหมู่บ้านใดไม่จัดงานบูญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชาฝนก็จะไม่ตกตามฤดูกาลอาจจะทำให้เกิดเรื่องร้ายกับหมู่บ้านได้ช่วงเวลาของงานบุญประเพณีบุญบั้งไฟคือ เดือน6หรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี

ประเพณีแห่งเทียนพรรษา

สำหรับงานแห่งเทียนพรรษานั้นจัดขึ้นก่อนวันเข้าพรรษาวันแรม1ค้ำเดือน8ของทุกปีทุกคนชาวไทยจะเข้าวันทวายเทียนพรรษาตามวัดต่างๆถึงแม้การทวายเทียนจะถูกปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมต่อเหตุการณ์เป็นทวายหลอดไฟแต่อย่างไรเทียนพรรษาก็ยังคู่กับสังคมไทยในประเพณีเทียนพรรษาเช่นเคย

 

 

ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี

ตำนานเรื่องราวของจีน

ตำนานประเพณีของจีน

ประเพณีตรุษจีนนั้นก็คือประเพณีฉลองปีใหม่ในแบบโบราณของจีนนั้นเองประเพณีตรุษจีนนั้นจะเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยไหนต่อไหนๆซึ่งมันก็ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอนแต่ก็เข้าใจกันว่าหน้าจะมีมาตั้งแต่ครั้งเมื่อเริ่มใช้ปฏิทินในสมัยราชวงศ์เซี่ยเมื่อเวลา4000ปีที่แล้วในหนังสือวัฒนธรรมจีนจดหมายเหตุสมัยชุนชิวเมื่อ2700ปีก็ได้มีการกล่าวถึงเรืองตรุษจีนแล้วก็มีหนังสืออยู่แล่มหนึ่งที่กล่าวถึงประเพณีของจีนหลายร้อยปีมาแล้วเขียนเอาไว้ว่าในนครเชียงอานตอนเช้าวันปีใหม่มีหญิงสาวแต่งตัวสวยงามถือดอกไม้ที่เรียกว่าดอกไม้รับปีใหม่หรือว่าดอกไม้ตรุษจีนบรรดาหญิงสาวเหล่านี้จะต้องนำไหมสีต่างๆเอาไปผูกไว้ตามกิ่งต้นไม้เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวยังเป็นสาวและก็ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ไปด้วยในวันสุดท้ายของงานก็จะมีการเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน  

มีนิยายของจีนเล่าไว้ดังนี้ว่า 

ในสมัยหนึ่งนานมาแล้วเทพเจ้าองค์หนึ่งก็ได้บอกกับมนุษย์ทั้หลายว่าในวันนั้นจะเกิดความหายนะทุกสิ่งในโลกจะถูกทำลายและหลังจากนั้นสิ่งทั้งหลายก็จะถูกสร้างขึ้นใหม่คำบอกเล่าของเทวดาทำให้มนุษย์นั้นพากันตกใจกลัวเสร็จแล้วก็พากันคิดได้ว่าไหนๆก็จะตายจากกันแล้วก็คงกินเลียงกันใหญ่เพื่อเป็นการล่ําลากันให้สนุกสักครั้งหนึ่งมนุษย์ทั้งหลายต่างก็พากันกินร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานกันตลอดทั้งคืนพอถึงรุ่งเช้าซึ่งใครๆก็คิดว่าเป็นโอกาศสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกแต่ว่าทุกอย่างก็ยังอยู่ในความสงบยังมีอะไรเกิดขึ้นทั้งนี้เทพเจ้าอาจจะเปลี่ยนแผนยังไม่ให้เหตุการนั้นเกิดขึ้นก็ทำให้มนุษย์ต่างพากันดีใจกินเลี้ยงกันอีกวันหนึ่งตามนิยายที่เล่ามานี้เขาว่าเป็นต้นเรื่องของประเพณีวันขึ้นปีใหม่

ซึ่งหากจะพิจารณาถึงเนื้อหาที่แท้จริงก็หน้าจะเป็นว่าการที่เราได้มีชีวิตผ่านพ้นมาอีกปีหนึ่งโดยที่ไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นก็หน้าจะเป็นที่หน้าพอใจจึงได้มีการแสดงความยิ่งดีต่อกันซึ่งเป็นความจริงที่หน้าจะถูงต้องเพราะฉะนั้นตามประเพณีขึ้นปีใหม่ของจีนเมื่อไหว้เจ้าเสร็จแล้วก็ได้มีการดื่มสุราไล่ความไม่ดีต่างนั้นให้ออกไปจากตัวแต่ถ้าหากว่าดื่มกันมากไปนั้นก็จะเกิดความไม่ดีเข้าตัวให้พอดื่มเหล้าจากนั้นก็ได้เลี้ยงข้าวปลาอาหารกินกันอย่างสนุกสนานพยายามทำตัวให้สดชื่นเอาไว้หรือว่าแต่กายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ประเพณีวันขึ้นปีใหม่จะมีธรรมเนียมที่ถือเหมือนๆกัน

อย่างหนึ่งก็คือนั้นคือถือเรื่องมงคลตามประเพณีของจีนนั้นเขาจะติดรูปเท พารักษ์กราบกลอนเอาไว้ที่ประตูบ้นทั้งซ้ายและขาว