งานบั้งไฟจังหวัดหนองคาย

งานบุญประเพณีบั้งไฟพญานาคที่จังหวัดหนองคาย

และนี่เป็นอีกหนึ่งของความเชื่อที่เกี่ยวกับพญานาคซึ่งอยู่คู่กันมากับวิถีชีวิตและคนทั่งสองฝั่งโขงมาอย่างช้านานและความศรัทธาอีกมากมายของเหล่าชาวบ้านและผู้คนแถวนั้นและได้ผลักดันทำให้เกิดวัฒนธรรมของความเชื่อ ที่หล่อหลอมผู้คนต่างให้เป็นหนึ่งเดียวกันซึ่งในทุกๆปีนั้นจะมีเทศกาลไหลหรือเรือไฟและจับตาชมบั้งไฟพญานาคที่ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ที่มีการจัดงานประจำปีอย่างยิ่งใหญ่เพื่อให้นักท่องเที่ยวสนใจทั้งคนไทยและต่างประเทศเพื่อให้มาชมงานกันอย่างครึกครื้นซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเทศกาลและมีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย

ซึ่งยังมีนักข่าวที่มาจากทั่วโลกเพื่อมาทำข่าวเกี่ยวปรากฏการณ์แห่งธรรมชาติแห่งนี้

เนื่องจากมีการเกิดบั้งไฟพญานาคและเป็นตำนานของความเชื่อของคนจังหวัดหนองคายซึ่งว่ากันว่าบริเวณแม่น้ำโขงแห่งนี้เป็นเมืองบาดาลเก่าที่มีพญานาคอาศัยอยู่ซึ่งเดิมทียังมีประวัติพญานาคซึ่งปรากฏอยู่ในพระไตรปิฏก และเป็นหนังสือที่รวมหลักธรรมคำและคำสอนของพระพุทธองค์เอาไว้แล้วยังรวมไปถึงประวัติของพระพุทธองค์ซึ่งเดิมทีพระพญานาคนั้นจะมีนิสัยดุร้ายมากและจึงมีเรื่องที่เล่าขานกันว่าเมื่อครั้งอดีตกาลพระพุทธองค์

ซึ่งได้ลงมาเพื่อโปรดสัตว์เพื่อให้พญานาคนั้นได้ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจนทำให้เกิดความเลื่อมใสและศรัทธาก็เลยคิดที่อยากจะขอออกบวชแล้วยังได้แปลงกลายเป็นคนเพื่อที่จะมาบวชแต่ก็ไม่สามารถออกบวชได้และเนื่องจากนาคนั้นเป็นสัตว์เดรัจฉานพญานาคก็ปาวรณาตนว่าเป็นพุทธมามะกะและเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้านั้นเสด็จขึ้นไปโปรดธรรมให้แก่

พระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนครบ 1 พรรษาแล้วจึงเสด็จกลับลงมายังที่โลกมนุษย์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และเมื่อพญานาคนั้นได้รับรู้ถึงการกลับมาของพระพุทธองค์แล้วจึงบังเกิดให้บั้งไฟนั้นขึ้นมาซึ่งมีดวงไฟขนาดเล็กสีส้มอมเหลือง อมแดงซึ่งไม่มีเสียงและกลิ่นจะปรากฏขึ้นผิวน้ำตั้งแต่ 1-30 เมตรและจะพุ่งขึ้นสูงถึง 50-150 เมตรซึ่งจะปรากฏให้เห็นเพียง 5-10 วินาทีเท่านั้น

ซึ่งเป็นคำบอกเล่าจากคนในพื้นนั้นที่พบเห็นได้บ่อยครั้งและบั้งไฟพญานาคนั้นก็เริ่มมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆซึ่งทุกๆอย่างก็ย่อมมีหลายๆปัจจัยเข้ามาประกอบกันไม่ว่าจะเป็นทางด้านระบบนิเวศ อีทั้งเงื่อนไขของเวลาดินฟ้าแล้วกับอากาศที่แปรปรวนและที่เปลี่ยนไปตามระดับในแม่น้ำโขงก็รวมไปถึงสภาวะโลกร้อนด้วยซึ่งทั้งหมดนั้นก็ล้วนมีผลต่อจำนวนของบั้งไฟพญานาคด้วยเช่นกัน

แล้วถ้าสำหรับท่านใดที่อยากจะลองออกไปสัมผัสอากาศแห่งความรื่นรมย์ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีและก็ไม่รู้ว่าในอนาคตเจ้าลูก “บั้งไฟพญานาค” นั้นมันจะยังมีให้เราได้เห็นอีกหรือป่าวหรือวัฒนธรรมเหล่านี้อาจจะหายไปตามกาลเวลา  

 

ว่านรางจืดสามารถล้างพิษในร่างกายได้ดี

สมุนไพรรางจืดมีดีอย่างไร

ซึ่งในสมัยนี้ร่างกายของคนเราต่างก็ได้รับสารพิษต่างๆเข้าสู่ร่างกายเข้าไปทุกวันและไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ หรือ อาหาร หรือทางผิวหนัง ซึ่งมลพิษที่ปล่อยออกมานั้นไม่ว่าจะเป็นการเผาไหม้หรือพวกยาปฎิชีวนะที่เอาไว้ใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์หรือสารเคมีที่เอาไว้ใช้ในการปลูกพืชผัก ซึ่งร่างกายของเรานั้นต่างก็ได้รับสารพิษแทบจะทุกวันหรือไม่ก็โรคภัยต่างๆที่จะตามมาและเกิดขึ้นได้ง่ายสำหรับคนในยุคปัจจุบันนี้

และเราควรที่จะขจัดสารพิษพวกนี้ออกไปจากร่างกายของเราบ้างสำหรับว่านรางจืดนั้นจะเป็นไม้เลื้อยเถาเนื่องจากเนื้อจะเป็นเนื้อแข็งและจะมีลำต้นที่เป็นปล้องๆจะมีสีเขียวเข้มและก็สีเขียวอ่อน ซึ่งต้นว่านรางจืดนั้นจะเกิดขึ้นตามเขตพื้นที่ต่างๆและเขตที่มีอากาศร้อนอย่างเช่นในแถบทวีปเอเชียเนื่องจากจะขึ้นมากในบริเวณดั่งกล่าว จะมีแบบเป็นป่าร้อนชื้นซึ่งจะมีการโตได้รวดเร็วขึ้น

ซึ่งจะมีวิธีขยายพันธุ์หรือทำปักชำและจะมีชื่อที่เรียก ว่าน ชนิดนี้ที่แตกต่างกันต่างภูมิภาคและจังหวัดซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีกับชื่อที่เรียกว่า ว่านรางจืด ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้แถมยังปลอดภัยต่อทุกส่วน เป็นที่ขึ้นชื่อของ ราชาแห่งการถอนพิษต่างๆ

สรรพคุณของว่านรางจืด

  1. สามารถใช้กินเป็นยาแก้ร้อนในได้ ซึ่งว่านรางจืดนั้นจะมีฤิทธิ์ที่ออกเย็นสามารถนำเถารางนั้นมาต้มกินและรับประทานเพื่อเป็นยาแก้ร้อนในได้ดี
  2. สามารถนำมาเพื่อปรุงเป็นยาแก้ถอนพิษไข้ได้อีกและยังสามารถเอารากและใบนั้นมาต้มรับประทานได้ดีอีกด้วย
  3. สามารถช่วยให้การล้างอีกทั้งยังทำลายล้างสารพิษอื่นๆที่ยังตกค้างอยู่ข้างในร่างกายพวกเราด้วย
  4. จัดการแก้สารพิษหรือพืชต่างๆและสัตว์ต่างๆที่มีพิษร้ายแรงซึ่งสารพิษจากสัตว์นั้นแต่ละชนิดหากเรานั้นได้รับเข้าไปเป็นจำนวนมากอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ในทันที
  5. .ว่านรางจืดนั้นยังสามารถล้างสารพิษที่อาจโดนสารตะกั่วซึ่งจะมีผลต่อระบบประสาทและสมอง 
  6. ว่านรางจืดนั้นยังสามารถทำการถอนพิษ ยาเบื่อ ต่างๆที่มันสามารถจะวิ่งสู่ร่างกาย ของเรา
  7. สามารถถอนพิษจากอาการเมาค้างหรือพิษของแอลกอฮอล์ ได้สำหรับนักดื่นปริมาณมากด้านมหาลัยวิทยลัยจุฬาลงกรณ์ได้วิจัยมาว่าน้ำต้มว่านรางจืดนั้นช่วยป้องกันเซลล์ตับไม่ให้มีอาการตายจากพิษของแอลกอฮอล์ และยังสามารถลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดได้ดี

 

สำหรับว่านรางจืดนั้นเป็นพืชที่สามารถหาได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทยอย่างบ้านเรา ซึ่งเป็นพืชที่หาได้ง่ายมากๆซึ่งมีสรรพคุณอีกมากมายเช่นกันที่ยังสามารถนำมาบริโภคหรือเอาไว้เพื่อเป็นการถอนพิษได้ปลอดภัย  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

ปัญหาเพื่อนบ้านทะเลาะกัน ปัญหาสังคมซ้ำซากที่ไม่มีวันแก้ไขได้

มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเผยภาพคนสองกลุ่มกำลังทะเลาะกัน

โดยคนที่โพสต์ได้เล่าให้นักข่าวฟังว่า เป็นเหตุการณ์ที่มีการทะเลาะกันมาต่อเนื่องยาวนานหลายปีแล้วและคลิปนี้เป็นคลิปล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นโดยพี่ชายของเขาเปิดร้านอาหาร แต่หลังบ้านไม่พอใจอ้างว่าสร้างความเดือนร้อนให้เพราะมีกลิ่นเหม็น และบ่อยครั้งที่คนหลังบ้านจะมีการมาด่า มาต่อว่าซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกันขณะที่พี่ชายกำลังขนกล่องขึ้นรถ ก็มีกลุ่มคนจำนวนมากจากหลังบ้านตะโกนด่าว่าจะขายขยะกินเหรอ แล้วมาบอกให้ปิดประตู พอพี่ชายกับแม่ไม่ปิด

พวกเขาเหล่านั้นก็มาปิดประตูกระแทกใส่หน้า

พร้อมกันเหมือนจะเข้ามาหาเรื่องและพยายามยั่วยุให้พี่ชายกับแม่โมโหเพื่อจะได้ถ่ายคลิปไปโพสต์ประจาน บางครั้งก็การทุบผนังเสียงดัง ทำให้คนที่มาทานอาหารในร้านของตนตกใจ ซึ่งเมื่อมีโพสต์นี้ออกมาก็มีคนพากันแชร์และเข้ามาวิจารณ์กันอย่างมาก ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม ทางนักข่าวจึงได้เดินทางไปหลังบ้านดังกล่าวที่เป็นคู่กรณีเพื่อให้ชี้แจงอีกมุมบ้างซึ่งบ้านหลังนี้ก็พูดเป็นหนังคนละม้วนว่า บานของตัวเองเป็นนักธุรกิจสมีกิจการขายเสื้อผ้าที่เปิดเป็นสำนักงานขายในย่านเศรษฐกิจ แต่ที่ตรงนี้คือบ้านที่พักอาศัยปัญหาที่พบคือ บ้านหลังคู่กรณีเปิดเป็นร้านอาหารเวลาทำอาหารจะมีกลิ่นอาหารลอยคลุ้งมาทางบ้าน

 

ซึ่งมีผลให้ที่บ้านไม่สามารถตากผ้าหรือเปิดหน้าต่างประตูบ้านได้เพราะกลิ่นจะเข้าไปในบ้าน

ทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นเหม็น เคยบอกให้ติดเครื่องดูดกลิ่นแต่บ้านหลังดังกล่าวก็ไม่ทำ และคอยพยายามยั่วยุให้บ้านนี้โกรธตลอดเพื่อจะแอบถ่ายคลิป ซึ่งเหตุการณ์ในคลิปล่าสุดเกิดจากการที่คนในบ้านพากันออกมาห้ามปรามน้องสาวไม่ให้ไปมีเรื่องกับคนบ้านนั้น เพราะน้องสาวอารมณ์ร้อนเพราะเป็นวัยรุ่นโดยบ้านนั้นส่งเสียงดัง และพูดจายั่วยุจึงทนไม่ได้ และเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้มีการทำร้ายกัน

 

ซึ่งทุกคนสามารถไปดูตามร่างกายของอีกฝ่ายได้เลย เนื่องจากทางบ้านของตนไม่เคยเล่นโซเชียวทำให้ไม่ทราบว่ามีข่าวดังใหญ่โต แต่ตอนนี้คงถึงเวลาที่จะต้องชี้แจงกันบ้างแล้ว ซึ่งทางบ้านนี้ขอเวลาทำคลิปเล่าเรื่องราวเสร็จแล้วจะมีการโพสต์ลงสื่อโซเชียวให้ทุกคนได้รับทราบข้อเท็จจริงกันบ้างจะได้รับข่าวสารทั้งสองทาง จะได้ไม่ฟังความข้างเดียวแล้วมาด่าบ้านตนบ้านเดียว

 

สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้โดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100